ไปทำอะไรต่อดีเจอร์ราร์ด? เปิดชีวิตหลังแขวนสตั๊ดเหล่าตำนาน "หงส์แดง"

ปิดฉากไปที่เรียบร้อยแล้วสำหรับเส้นทางค้าแข้งของสตีเว่น เจอร์ราร์ด อดีตกัปตันทีมลิเวอร์พูล ทว่าเจ้าตัวก็เตรียมที่จะทำงานในวงการลูกหนังต่อไป ดังนั้นในวันนี้ FFT ของพาทุกท่านย้อนไปชมเหล่าตำนานของทีมหงส์แดง ว่าหลังแขวนสตั๊ด พวกเขาไปทำอะไรกันต่อ ติดตามได้ที่นี่ 

สำหรับเจอร์ราร์ดนั้น ปัจจุบันเขาคือนักเตะที่ลงรับใช้ลิเวอร์พูลมากที่สุดอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์สโมสรด้วยสถิิติ 710 นัด และแน่นอนว่าในวันนี้ที่เขาตัดสินใจแขวนสตั๊ดแล้ว เจ้าตัวก็ต้องตัดสินใจว่าจะทำอะไรต่อไป…

ดังนั้นในวันนี้ เราพาผู้อ่านทุกท่านไปดูกันว่า เหล่าตำนานหงส์แดงที่เลิกเล่นไปแล้ว พวกเขาไปทำอะไรกันต่อ บ้างก็ทำงานในวงการลูกหนัง บ้างก็หันหลังให้และเลือกใช้ชีวิตพักผ่อน...

Steven Gerrard

ไปทำอะไรต่อดีหลังจากลาแอลเอ

1. เอียน คัลลาแฮน

1959-78

เจ้าตัวย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรสวอนซี ซิตี้ รวมถึง ครูว์ อเล็กซานดรา ในปี 1982 ซึ่งตอนนั้น เขามีอายุ 40 ปีเข้าไปแล้วด้วย

หลังจากลงรับใช้หงส์แดงไปทั้งสิ้น 857 นัด พร้อมกับคว้าแชมป์มากมาย กองกลางรายนี้ก็โบกมืออำลาทีมไปในวัย 36 ปี และย้ายไปร่วมทีมฟอร์ด เลาเดอร์เดล ในสหรัฐอเมริกา และ แคนเบร์ร่า ซิตี้ ในออสเตรเลีย

นอกจากนั้นยังมีช่วงหนึ่งที่เจ้าตัวย้ายไปค้าแข้งกับสโมสรสวอนซี ซิตี้ รวมถึง ครูว์ อเล็กซานดรา ในปี 1982 ซึ่งตอนนั้น เขามีอายุ 40 ปีเข้าไปแล้วด้วย

“คุณแขวนสตั๊ดไปนานแล้ว” คัลลาแฮนกล่าวไว้ โดยอดีตกองกลางรายนี้เคยได้แชมป์ฟุตบอลโลกกับทีมชาติอังกฤษด้วย เรียกได้ว่า เขาคือตำนานลูกหนังลิเวอรืพูลและอังกฤษอย่างแท้จริง

2. เจมี คาราเกอร์

1996-2013

อดีตกองหลังรายนี้ทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์สกายสปอร์ต โดยรับบทเป็นนักวิจารณ์ร่วมกับอดีตแบ็คทีมคู่อริอย่าง แกรี่ เนวิลล์

เด็กหนุ่มจากเอฟเวอร์ตันรายนี้ลงเล่นรับใช้ลิเวอร์พูลไปทั้งหมด 737 นัด โดย 1 ในความสำเร็จของเขากับทีม คือแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี 2005 ที่ช่วยให้ทีมเอาชนะเอซี มิลานได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

หลังจากคาราเกอร์แขวนสตั๊ด เขาก็เริ่มหันมาจับงานผู้ฝึกสอน โดนเขาเป็นทีมงานของทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 17 ปีอยู่ระยะหนึ่งก่อนที่จะตัดสินใจผันตัวไปทำอย่างอื่นแทน

ปัจจุบันอดีตกองหลังรายนี้ทำงานให้กับสถานีโทรทัศน์สกายสปอร์ต โดยรับบทเป็นนักวิจารณ์ร่วมกับอดีตแบ็คทีมคู่อริอย่าง แกรี่ เนวิลล์ ผู้ที่เพิ่งจะเจอฝันร้ายมาจากการคุมทัพบาเลนเซียในสเปน และไม่แน่ว่าประสบการณ์อันเลวร้ายของเนวิลล์ อาจจะทำให้คาราเกอร์ตัดสินใจทำหน้าที่หน้ากล้องต่อไป

Steven Gerrard, Jamie Carragher

คาราเกอร์และเจอร์ราร์ดกับถ้วยบิ๊กเอียร์ในปี 2005

3. เรย์ เคลเมนซ์

1967-81

หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ เคลเมนซ์ ก็ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายไปร่วมทัพท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์สในปี 1981 ก่อนจะได้แชมป์เอฟเอ คัพ ในปีถัดมา

หลังจากที่ประสบความสำเร็จมากมายกับทีมแห่งลุ่มแม่น้ำเมอร์ซีย์ เคลเมนซ์ ก็ตัดสินใจเก็บข้าวของย้ายไปร่วมทัพท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์สในปี 1981 ก่อนจะได้แชมป์เอฟเอ คัพ ในปีถัดมา

หลังจากที่แขวนสตั๊ด เคลเมนซ์ก็ผันตัวไปเป็นกุนซือให้กับบาร์เน็ตต์ระยะสั้นๆ ก่อนที่จะรับหน้าที่เป็นโค้ชผู้รักษาประตูให้กับทีมชาติอังกฤษในยุคของกุนซือ เกล็นน์ ฮอดเดิ้ล, สเวน โกรัน อิริคส์สัน และ รอย ฮอดจ์สัน

นอกจากนั้น เจ้าตัวยังรับงานเป็นนักวิจารณ์ทางวิทยุอีกด้วย ก่อนที่เมื่อปี 2013 ที่ผ่านมา จะตัดสินใจวางมือ ทิ้งไว้แต่ความเป็นตำนานในสมัยเป็นนักเตะ