Analysis

ไร้แต้ม/ไร้ชัย/ไร้คำชื่นชม : เกิดอะไรขึ้นกับ ช้างศึก ยู23?

สิ้นเสียงนกหวีด ณ สนาม ฉางโจว โอลิมปิก สปอร์ต สเตเดียม ในเกมนัดสุดท้ายกลุุ่มบีของศึกชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ทัพช้างศึกปิดฉากด้วยความผิดหวังเมื่อต้องตกรอบโดยไร้แต้มติดมือ จากการลงสนาม 3 นัด

We are part of The Trust Project What is it?

ทัพช้างศึกประเดิมทัร์นาเม้นต์ด้วยการแพ้ทีมชาติเกาหลีเหนือ 0-1 ก่อนจะแพ้ทีมชาติญี่ปุ่น 0-1 ปิดท้ายด้วยความพ่ายแพ้ต่อทีมชาติปาเลสไตน์ ไปอีก 1-5 อะไรจึงทำให้ผลงานดิ่งลงเช่นนี้ ปัจจัยหลักที่ทำให้ช้างศึกต้องจอดป้ายตั้งแต่รอบแรกคืออะไร ติดตามจากบทวิเคราะห์ได้ที่นี่

ตัวหลักถอนเพียบ

นี่คือหนึ่งในเหตุผลที่ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันส่งผลกระทบอย่างหนักต่อความแกร่งของทัพช้างศึกชุดนี้

วันชัย จารุนงคราญ, สหรัฐ ปองสุวรรณ ถูกเรียกเข้ามาเสริมในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่ยังทดแทนการหายไปของ สุริยา สิงห์มุ้ย ได้ไม่ดีนัก

ก่อนหน้านี้ในศึกชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือกที่ไทยเป็นเจ้าภาพ นัักเตะอย่าง สุริยา สิงห์มุ้ย, ชินภัทร์ ลีเอาะ และ พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล คือขุมกำลังหลักที่ช่วยให้ช้างศึกฝ่าฟันจนผ่านเข้ามาเล่นรอบสุดท้ายได้สำเร็จ แต่ก็ต้องถอนตัวออกไปในทัวร์นาเม้นต์รอบสุดท้ายเนื่องจากมีอาการบาดเจ็บรบกวนทำให้ทีมชาติไทยมีทีมที่ไม่สมบูรณ์ตั้งแต่ก่อนเริ่มประเดิมสนาม

เดิมที 3 แข้ง จากเชียงราย ยูไนเต็ด นอกจากจะเป็นกำลังสำคัญในรอบคัดเลือก พวกเขายังเป็นนักเตะตัวหลักที่ช่วยทัพช้างศึกผงาดคว้าแชมป์ซีเกมส์ในปีที่ผ่านมา นั่นหมายถึงดาวรุ่งทั้ง 3 รายมีความเข้าใจการเล่นกับเพื่อนร่วมทีมไม่น้อย เมื่อต้องขาดพวกเขาไปจึงส่งผลเสียอย่างหนักกับระบบการเล่นของทีมในทัวร์นาเม้นต์นี้ วันชัย จารุนงคราญ, สหรัฐ ปองสุวรรณ ถูกเรียกเข้ามาเสริมในตำแหน่งแบ็คซ้าย แต่ดูเหมือนว่าทั้งคู่ยังทดแทนการหายไปของ สุริยา สิงห์มุ้ย ได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะเรื่องการเติมขึ้นไปช่วยสร้างอันตรายด้านข้างก็ยังไม่ดุดันพอ

ส่วน วรวุฒิ นามเวช ที่ถูกวางเป็นกองหลังตัวหลักแทน ชินภัทร์ ลีเอาะ แม้จะมีลูกหนักให้เห็น แต่ก็ยังมีจังหวะผิดพลาดบ่อยครั้ง โดยเฉพาะความนิ่งในการอ่านเกมที่ยังทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร ขณะเดียวกัน พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล นักเตะคนสำคัญอีกรายที่ถอนตัวออกไปทำให้ รัตนากร ใหม่คามิ ถูกดัันขึ้นมาเล่นตำแหน่งที่ถนัดอย่างกองกลางตัวรับพร้อมจับคู่กับ นพพล พลคำ คอยสกัดเกมบุกกลางสนาม ทว่าสุดท้ายฟอร์มการเล่นเหมือนจะยังไม่ตอบโจทย์ในสิ่งที่ โซรัน และแฟนบอลหวังจะให้เป็น

ระบบการเล่นที่ไร้คำตอบ

รายการ M-150 คัพ 2017 ที่ผ่านมาคือทัวร์นาเม้นต์สำหรับใช้เตรียมทีมก่อนการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซี U23 เราจึงเห็น โซรัน ยานโควิช ปรับเปลี่ยนระบบการเล่นในหลายๆรูปแบบเพื่อหาแผนการเล่นที่เหมาะกับทีมมากที่สุด

นัดแรกสาวก “ช้างศึก” ได้เฮจากการเอาชนะทีมชาติญี่ปุ่น 2-1 แต่หลังจากนั้นกลับฟอร์มแผ่วไปดื้อๆจนตกรอบในที่สุด และฟอร์มการเล่นที่ย่ำแย่ยัังส่งผ่านมาถึงศึกชิงแชมป์เอเชีย ในครั้งนี้ แม้จะจริงอยู่ที่ตลอด 3 นัด ไทยต้องเจอทีมทีมที่แกร่งกว่า กระทั่งกับญี่ปุ่น และเกาหลีเหนือ ที่เพิ่งเคยเจอกันมาใน M-150 คัพ แต่พวกเขาปรับเปลี่ยนผู้เล่นชุดใหม่ที่ดีกว่าเดิม

เกมนัดแรกทัพช้างศึกต้องขาด นพพล พลคำ ที่ติดโทษแบนส่งผลให้ โซรัน ยานโควิช ต้องถอย วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ มายืนกลางคู่กับ รัตนากร ใหม่คามิ คอยช่วยสร้างสรรค์เกม และมี สุภโชค สารชาติ รับบทจอมทัพ และวาง เจนรบ สำเภาดี เป็นกองหน้าตัวเป้า แต่ไม่อาจต้านทานคู่แข่งอย่างทัพโสมแดงไว้ได้ และแพ้ไป 0-1

เปิดมาเกมที่สอง โซรัน ยานโควิช เปลี่ยนระบบการเล่นจาก 4-2-3-1 มาเป็น 3-4-2-1 โดยหันมาใช้วิงแบ็คขึ้นเกมรุกทั้งสองข้าง ซึ่งนับเป็นข่าวดีที่ทีมได้ นพพล พลคำ กลับมายืนคู่ รัตนากร ใหม่คามิ อีกครั้ง ทว่าตลอด 90 นาที กลับเป็นช้างศึกโดนโหมบุกอย่างหนัก เกมกลางสนามกลายเป็นญี่ปุ่นที่ต่อบอลได้ดี และแม่นยำกว่าก่อนจะแพ้ไป 0-1 ซึ่งหากเทียบสถิติด้วยแล้วยิ่งน่าใจหาย ไทยมีโอกาสยิงเพียง 2 ครั้ง แต่ไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ลูกเดียว ส่วนทัพ "ซามูไร" ยิงเข้ากรอบ 5 ครั้ง จากโอกาสยิง 15 ครั้ง ขณะที่การจ่ายบอลช้างศึกผ่านบอลมากกว่า 347 ครั้ง สำเร็จ 235 ครั้ง ผิดกับทีมชาติญี่ปุ่นที่จ่ายบอลสำเร็จ 613 ครั้ง จากการผ่านบอลทั้งหมด 709 ครั้ง และเป็นอีกหนที่แทคติกของ โซรัน ยานโควิช ไม่อาจพาทีมไปถึงเป้าหมายได้

ขณะที่เกมสุดท้ายกุนซือช้างศึกยังใช้วิงแบ็คดันสูงเช่นเคย แต่เพิ่มกองกลางมากขึ้น โดยเปลี่ยนเป็นระบบ 3-5-2 เพื่อเน้นเกมรับที่จะต้องเจอแนวรุกดุดันของ ปาเลสไตน์ แต่ไปๆมาๆกลับโดนทะลวงตาข่ายตั้งแต่ต้นครึ่งแรก และหลัังจากนั้นกลายเป็น ปาเลสไตน์ ที่แทบจะโหมบุกอยู่ฝ่ายเดียว

เมื่อแดนกลางสกัดไม่อยู่ทำให้กองหลังสามคนกลายเป็นเปิดรอยรั่วในแผงแนวรับให้คู่แข่งบุกทะลวงได้ง่ายขึ้น ส่วนวิงแบ็คทั้งสองข้างในบางจังหวะที่เสียประตูก็ไม่อาจลงมาช่วยแพ็คเกมรับได้ทันจนสุดท้ายทัพช้างศึกปิดฉากรายการเอเอฟซี U23 แบบสุดช้ำใจแพ้ไป 1-5 ตกรอบชิดไร้แต้มติดมือ

จริงอยู่ที่บรรดากุนซือมักปรับแทคติกทุกนัดเพื่อเปลี่ยนระบบการเล่นไม่ให้คู่แข่งจับทางได้ แต่นั่นไม่ใช่กับช้างศึกภายใต้การคุมทัพของ โซรัน ยานโควิช ที่ดูเหมือนยังหาสิ่งลงตัวไม่ได้มากกว่าว่าจริงๆแล้วควรใช้แผนใดจึงจะเหมาะสม และมีประสิทธิภาพมากที่สุด

Topics