Analysis

ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์ : อดีตสุดยอดดาวรุ่งปีศาจแดง…กับทางเลือกที่ผิดพลาดนอกสนาม

นี่คืออดีตดาวรุ่งแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผู้เคยถูกปลุกปั้นโดยปรมาจารย์กุนซือ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ที่ไปไม่รอดอีกรายหลังชีวิตพ้นรั้วโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 

We are part of The Trust Project What is it?

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นดาวรุ่งพุ่งแรงถึงขนาดแซงเพื่อนร่วมรุ่นอย่าง ราเวล มอร์ริสัน และ ปอล ป็อกบา คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีมาแล้ว

แต่เหตุไฉนทุกวันนี้แฟนผีถึงแทบไม่ได้ยินชื่อของเขาอีก และกลายเป็นนักเตะไร้ชื่อเสียงคนนึงในลีกเดอะ แชมเปี้ยนชิพ มาติดตามเรื่องราวของเขา … ไรอัน ทันนิคลิฟฟ์

ดาวรุ่งพร้อมจรัสแสง

“เมื่อผมมีเขาอยู่ที่แคร์ริงตันแล้ว ผมรู้สึกอุ่นใจเสมอ” ทันนิคลิฟฟ์ที่ขณะนั้นมีอายุ 18 ปี กล่าวถึงพอล สโคลส์ ฮีโร่ในดวงใจของเขา

“สโคลส์เป็นนักเตะอัจฉริยะ และเป็นยอดมิดฟิลด์ที่ดีที่สุดที่ในโลกนี้เคยมีมา”

“ผมซ้อมกับเขามาตลอดหนึ่งปีเต็ม ผมอยากให้เขาสอนผมอีก ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาพูด มันเป็นจริงทั้งหมด มันน่าทึ่งมาก”

เว็บไซต์สโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเคยเรียกเขาว่า “มิดฟิลด์ไดนาโม” ซึ่งหมายความถึงพลังในการขับเคลื่อนเกมในแดนกลางของเขา ที่วิ่งได้ไม่มีหยุด

เขาเกิดในแมนเชสเตอร์ และเป็นเด็กท้องถิ่น ขณะที่กำลังเล่นให้กับ โรช ไดนาโม ทีมท้องถิ่นของเมืองด้วยอายุ 9 ปี เขาก็ได้รับความสนใจจากแมวมองของ ยูไนเต็ด

“คุณพ่อพนันกับผมว่า ถ้าผมได้ลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ของแมนฯยูฯ คุณพ่อจะจ่ายผมทันทีที่อัตราต่อรอง 100-1 (แทง 1 จ่ายคืน 100 ไม่รวมทุน)”

สำหรับขาเสี่ยงโชค ราคานั่นหมายความว่าโอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นต่ำมากจนแทบจะเป็นไปไม่ได้

แต่มันกลายเป็นแรงผลักดันแรกๆ ในชีวิตของทันนิคลิฟฟ์ มันทำให้เขาฝันได้ไกลขึ้น และมีเป้าหมายที่ชัดเจน

เขาอายุได้ 17 ปี ตอนที่เข้าร่วมศูนย์ฝึกเยาวชนกับ “ปีศาจแดง” ครั้งแรกเมื่อปี 2009 ก่อนจะเซ็นสัญญาเป็นนักเตะอาชีพในปีเดียวกัน

ขณะนั้นทีมสำรองของ ยูไนเต็ด มีดาวรุ่งที่รอการปลุกปั้นอยู่หลายคน ซึ่งสองคนที่ชื่อคุ้นหูคือ ราเวล มอร์ริสัน และ ปอล ป็อกบา

“เขาชอบเล่นทริก โชว์ความเหนือชั้นของเท้าตัวเอง ส่วนผม จะเข้าสกัดเขาเอง” ทันนิคลิฟฟ์ เปิดใจถึงอดีตเพื่อนรักสมัยเด็ก

“ตอนนั้นเขามีแววจริงๆ นะ ที่จะเป็นนักเตะคุณภาพ ผมตัดเกมให้เขา และเขาพาบอลขึ้นไปทำเกมรุก ทีมได้ประตู แล้วเราก็ฉลองร่วมกัน”

ทันนิคลิฟฟ์ , ป็อกบา รวมทั้ง ราเวล มอร์ริสัน และ เจสซี่ ลินการ์ด เปลี่ยนความเข้าใจกันในสนามซ้อมให้เป็นถ้วยรางวัล พวกเขาร่วมกันคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ ได้สำเร็จในปี 2011 ฝ่าด่านอรหันต์อย่างนิวคาสเซิ่ล , เชลซี ก่อนจะเอาชนะ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด ในรอบชิงชนะเลิศ ด้วยสกอร์รวม 6-3

นั่นคือปีที่ทีมสำรองของ ยูไนเต็ด มีดาวรุ่งที่น่าจับตามองคับคั่งที่สุด ภายใต้การทำทีมของ พอล แม็กกินเนส

กระทั่งมาถึงช่วงท้ายฤดูกาล กับงานเลี้ยงประกาศรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของสโมสร และอีกหนึ่งโทรฟี่ที่ทุกคนจับตามองคือ ตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปี จะตกเป็นของใคร

หากมองไปในลิสต์รายชื่อ 11 ผู้เล่นตัวจริงของชุดนี้ คุณจะเห็น แซม จอห์นสโตน (ปัจจุบันเป็นผู้รักษาประตู แอสตัน วิลล่า) , ไมเคิ่ล คีน (ปัจจุบันเป็นกองหลัง เอฟเวอร์ตัน) รวมทั้ง เจสซี่ ลินการ์ด และ ปอล ป็อกบา ที่ในวันนี้ขึ้นสู่ชุดใหญ่อย่างถาวรไปแล้ว

แต่พิธีกรบนเวทีกลับประกาศชื่อของ “ทันนิคลิฟฟ์” ขึ้นมา ทำเอาเจ้าตัวไม่อยากจะเชื่อสิ่งที่เกิดขึ้น

“ผมช็อกมาก ไม่คิดว่าจะได้รางวัล แน่นอน ผมรู้สึกดีใจมาก” บทสัมภาษณ์หลังจากลงมาจากเวที ของหนูน้อย ทันนิคลิฟฟ์ ซึ่งในเวลานั้นอายุ 19 ปี

ซึ่งน่าจะเป็นช่วงเวลาที่น่าประทับใจที่สุดของเขาในอาชีพค้าแข้ง แต่มันก็มีคำสาปอยู่อย่าง เพราะตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งปีของยูไนเต็ด แทบไม่มีใครเลยที่ประสบความสำเร็จในระยะยาว (กระทั่ง มาร์คัส แรชฟอร์ด มาได้รางวัลนี้เมื่อปี 2016 และขึ้นชุดใหญ่ของทีมได้สำเร็จ)

สำหรับ ทันนิคลิฟฟ์ เองก็ไม่ต่างกัน และการตัดสินใจออกจากโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ก็ทำให้ชีวิตของเขาไม่เหมือนเดิมอีกเลย

Pages