ไทย vs ออสซี่ : 5 ปีที่ผ่านมาขุมกำลังเปลี่ยนโฉมหน้าไปอย่างไร?

ผ่านมา 5 ปี กับการเจอกันในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 2014 มาครั้งนี้ขุมกำลังทั้ง 2 ทีมเปลี่ยนไปอย่างไรบ้าง แข็งแกร่งจากเดิมแค่ไหน และศึกครั้งนี้ใครบ้างที่น่าจะถูกส่งลง 11 ตัวจริงแรก ติดตามได้ที่... 

ผู้รักษาประตู 2011

ไทย : สินทวีชัย หทัยรัตนกุล

ออสเตรเลีย : มาร์ค ชวาร์เซอร์

ย้อนกลับไปศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก โซนเอเชีย เมื่อปี 2011 ทีมชาติไทยภายใต้การคุมทัพของ "วินนี่" วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือชาวเยอรมัน นำลูกทีมบุกถึงแดนจิงโจ้พบกับทีมชาติออสเตรเลีย ที่สนามซันคอร์ป สเตเดียม เป็นการแข่งขันในกลุ่มดี รอบที่สาม นัดแรก เวลานั้นกุนซือเยอรมันเลือกใช้ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ลงเฝ้าเสา ซึ่งเขาทำผลงานได้ดีเยี่ยม แม้จะไม่สามารถช่วยทีมรอดจากความพ่ายแพ้ แต่ก็ออกแรงเซฟลูกยากๆได้หลายครั้ง หลังไทยตกเป็นฝ่ายรับเสียส่วนใหญ่

ส่วนทีมชาติออสเตรเลียมี มาร์ค ชวาร์เซอร์ เป็นผู้รักษาประตู ด้วยประสบการณ์ และดีกรีระดับพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เป็นงานยากที่ไทยจะทำประตูได้ แต่ยังไมทันออกแรงเซฟก็ถูก ธีรศิลป์ แดงดา ส่งบอลไปกองก้นตาข่ายตั้งแต่นาทีที่ 15 ของครึ่งแรก

 

ผู้รักษาประตู 2016

ไทย : กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

ออสเตรเลีย : แมต ไรอัน

ตำแหน่งผู้รักษาประตูในแมตช์นี้ คงหนีไม่พ้นมือหนึ่งอย่าง กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่ศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 12 ทีมสุดท้าย ลงเฝ้าเสาให้ทีมตลอด 4 นัดที่ผ่านมา เช่นเดียวกับ แมต ไรอัน นายด่านทีมชาติออสเตรเลีย ที่น่าจะได้ลงในเกมนี้ หลัง โปสเตโคกลู กุนซือของทีมเลือกใช้งานมาตลอด 4 นัด เช่นเดียวกัน

 

แบ็คขวา 2011

ไทย : จักรพันธ์ แก้วพรม

ออสเตรเลีย : ลุค วิลเชียร์

แบ็คขวาปี 2011  ไทยส่ง จักรพันธ์ แก้วพรม ลงเล่น ซึ่งเขาเป็นคนเปิดบอลให้ ธีรศิลป์ แดงดา วิ่งโฉบยิงประตูออกนำเจ้าบ้านอย่างสวยงาม และเติมเกมได้ดีทีเดียว ส่วนออสเตรเลีย ใช้งาน ลุค วิลเชียร์ ยืนคุมแนวรับกราบขวา โดยตลอดทั้งเกมเล่นได้อย่างแข็งแกร่งทั้งเกมรับและรุก ซึ่งก็ทำให้กองกลางของทีมเล่นง่ายขึ้นจากการเติมเกมของเขาอีกด้วย

 

แบ็คขวา 2016

ไทย : ทริสตอง โด

ออสเตรเลีย : มิลอส เดเกเน็ค

แบ็คจอมบุกลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศษ ช่วงหลังโชว์ฟอร์มได้ดีทั้งสโมสร และทีมชาติจนยึดตำแหน่งตัวจริงอย่างถาวร แม้เกมรับอาจผิดพลาดไปบ้าง แต่เรื่องเติมเกมรุกของเขายังชดเชยได้อย่างดี และนัดนี้คงออกสตาร์ทเป็น 11 ตัวจริงเหมือนเช่นเคย

ส่วนแบ็คขวาทีมชาติออสเตรเลีย ด้าน มิลอส เดเกเน็ค แบ็คขวาจากสโมสร 1860 มิวนิค ในศึกบุนเดสลีกา 2 น่าจะลงเป็นตัวจริงในตำแหน่งนี้ แทนที่ของ ไรอัน แม็คโกแวน ที่ไม่มีชื่อใน 23 ผู้เล่นชุดทำศึกกับทีมชาติไทย โดยก่อนหน้านี้เคยลงเล่นรอบสุดท้ายในเกมที่ชนะอิรัก 2-0 มาแล้ว

 

แบ็คซ้าย 2011

ไทย : ศุภชัย คมศิลป์

ออสเตรเลีย : คาร์ล วาเลรี

ในส่วนของแบ็คซ้ายในปีนั้น ไทยเลือกใช้ ศุภชัย คมศิลป์ ที่เพิ่งถูกเรียกติดทีมชาติครั้งแรก และต้องเจอกับงานหนักทันทีเพราะออสเตรเลียเจาะเกมด้านขวาเกือบตลอดเกม แต่เจ้าตัวถือว่ายังทำหน้าที่ได้ดีในระดับหนึ่ง คอยสกัดการบุก รวมถึงช่วยทีมโต้กลับได้ในบางจังหวะ ด้านทัพจิงโจ้ ใช้ คาร์ล วาเลรี ลงทำหน้าที่ แม้จะมีส่วนสำคัญช่วยทีมป้องกันแนวรุกของไทยได้บ่อยครั้ง แต่การดวล สมปอง สอเหลบ ที่ฟอร์มดีในเกมนี้เรียกว่าทำเอาเหนื่อยไม่น้อย

แบ็คซ้าย 2016

ไทย : ธีราทร บุญมาทัน

ออสเตรเลีย : แบรด สมิธ

ตำแหน่งนี้ไม่น่าพลาดสำหรับ ธีราทร บุญมาทัน แบ็คซ้ายกัปตันทีมชาติไทย ที่ยังเป็นกำลังสำคัญของทัพช้างศึกเหมือนเดิม แม้ฟอร์มช่วงหลังจะไม่ได้หวือหวาเหมือนก่อนหน้านี้ที่อันตรายทั้งลูกฟรีคิกหรือการเติมเกมรุกก็ตาม

ขณะที่แบ็คซ้ายของทีมชาติออสเตรเลียที่จะลงเป็น 11 คนแรก คาดว่าน่าจะเป็น แบรด สมิธ ฟูลแบ็คจาก เอเอฟซี บอร์นมัธ ในพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ที่ 4 นัดที่ผ่านมา ลงสนามเป็นตัวจริง และลงครบ 90 นาทีทุกนัด

 

กองหลัง 2011

ไทย :  นิเวส ศิริวงศ์ / ชลทิตย์ จันทคาม

ออสเตรเลีย :  ลูคัส นีลล์ / แมทธิว สปิราโนวิช

คู่เซนเตอร์ทีมชาติไทยใช้ นิเวส ศิริวงศ์ ปราการหลังจอมเก๋าที่ถูกเรียกมาแทน ณัฐพร พันธุ์ฤทธิ์ ที่บาดเจ็บ ยืนคู่กับ ชลทิตย์ จันทคาม โดยทั้งคู่สามารถป้องการเกมบุกออสเตรเลียได้โดดเด่นมาก ทั้งการยืนตำแหน่งและการอ่านเกม กว่าแข้งออสซี่จะเจาะตาข่ายได้ก็ต้องรอถึงช่วงครึ่งหลังทีเดียว ส่วนคู่แนวรับของออสเตรเลียเป็น ลูคัส นีลล์ กองหลังกัปตันทีม และ แมทธิว สปิราโนวิช การอ่านการเกมของพวกเขาถือว่าเฉียบขาด แม้จะเสียทีลูกแรกจากการบุกของไทย แต่หลังจากนั้นก็แทบไม่ปล่อยให้คู่แข่งเข้าใกล้ประตูได้เลย

กองหลัง 2016

ไทย : ธนบูรณ์ เกษารัตน์ / ประทุม ชูทอง

ออสเตรเลีย : แม็ทธิว สปิเรโนวิช / เทรนท์ ซานบิวรี

ก่อนหน้านี้คู่เซนเตอร์ของทีมชาติไทยที่ส่งลงสนามเป็น ธนบูรณ์ เกษารัตน์ และ กรวิทย์ นามวิเศษ แต่เกมกับอิรักที่ผ่านมา ปราการหลังบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด โดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่งผลให้เกมนี้ ประทุม ชูทอง อาจจะได้โอกาสจับคู่กับ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ซึ่งรายของกองหลังเมืองทอง ยูไนเต็ด เพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บ แต่ก็ไม่น่าจะมีใครอื่นที่จะลงแทนเขาได้ในเกมนี้

ส่วนคู่แนวรับของออสเตรเลีย อาจใช้งาน แม็ทธิว สปิเรโนวิช ยืนปักหลักกับ เทรนท์ ซานบิวรี โดยรายแรกเป็นหนึ่งในนักเตะที่เจอกับทีมชาติไทยเมื่อปี 2011 มาครั้งนี้ยังคงเป็นผู้เล่นคนสำคัญเช่นเคย ประกอบกับ 3 นัดหลังทั้งคู่ถูกส่งลงสนามพร้อมกันในเกมที่เจอกับยูเออี , ซาอุดิอาระเบีย และนัดล่าสุดกับทีมชาติญี่ปุ่น จึงน่าจะถูกใช้งานแพ็คคู่เหมือนเดิม

 

กองกลาง 2011

ไทย : อดุล หละโสะ / สุรัตน์ สุขะ / รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค / ดัสกร ทองเหลา

ออสเตรเลีย : นีล คิลเคนนี / เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน / แม็ตต์ แม็คเคย์ / ทิม เคฮิลล์ / เบร็ตต์ โฮลแมน

มาถึงตำแหน่งที่งานหนักไม่แพ้แนวรับอย่างแผงมิดฟิลด์ วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทย ส่ง อดุล หละโสะ กับ สุรัตน์ สุขะ 2 กองกลางตัวรับลงปักหลัก และมี รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค กับ ดัสกร ทองเหลา คอยปั้นเกมแดนกลาง ที่แม้จะถูกขุนพลออสซี่เพลสซิ่งเร็วทั้งเกม แต่สามารถผ่านบอลสวยๆหลายครั้ง โดยเฉพาะ รังสรรค์ วิวัฒน์ชัยโชค ที่โชว์ความนิ่ง และการอ่านเกมทำให้ไทยมีโอกาสบุกลุ้นประตูเช่นเดียวกัน

ด้านออสเตรเลียมี นีล คิลเคนนี คุมเกมแดนกลาง ส่วน เบร็ตต์ เอเมอร์ตัน คอยเทำเกมรุกด้านข้าง  ซึ่งการผ่านบอลของเขาถือว่าน่ากลัวทีเดียว เพราะมีโอกาสโยนบอลเข้าเขตโทษจนมีลุ้นได้ประตูหลายครั้ง อีกรายคือ แม็ตต์ แม็คเคย์ ที่โชว์ฟอร์มโดดเด่นในเกมนี้ และมีลุ้นทุกครั้งเมื่อบอลอยู่ในการครอบครองของเขา

แต่จุดที่น่ากลัวที่สุดของพวกเขาในปีนั้นอยู่ที่ ทิม เคฮิลล์ กองกลางจาก เอฟเวอร์ตัน ที่คอยปั่นป่วนกองหลังของไทยทั้งเกม แม้จะเบิกสกอร์ไม่ได้ แต่การหาโอกาสซัดเต็มข้อของเขาก็เกือบพาทีมออกนำหลายครั้งเช่นกัน ส่วน เบร็ตต์ โฮลแมน อีกหนึ่งแข้งตัวอันตรายที่คอยสร้างสรรค์เกม และพาบอลบุกขึ้นมาหน้าปากประตูของไทยหลายครั้ง รวมถึงมีโอกาสยิงไกล แต่ก็ยังไม่สามารถผ่านมือ สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ไปได้

กองกลาง 2016

ไทย : ชนาธิป สรงกระสินธ์ / สารัช อยู่เย็น / ปกเกล้า อนันต์ / เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ / สิโรจน์ ฉัตรทอง

ออสเตรเลีย : ไมล์ เยดินัค / อารอน มูย / ทอมมี่ โรจิช / แม็ทธิว เลกกี้

หากกล่าวถึงเวลานี้ นี่คืออีกหนึ่งจุดแข็งของทีมชาติไทยก็ว่าได้ เพราะชั่วโมงนี้มีแข้งฝีเท้าดีในแผงมิดฟิลด์ให้เลือกใช้งาน ซึ่งทั้ง ชนาธิป สรงกระสินธ์ , สารัช อยู่เย็น , ปกเกล้า อนันต์ และ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมืองน่าจะส่งลงสนามเช่นเคย แต่อาจเปลี่ยนริมเส้นด้านขวาจาก มงคล ทศไกร มาเป็น สิโรจน์ ฉัตรทอง ที่โชว์ฟอร์มในนามทีมชาติรายการแรกได้ยอดเยี่ยม โดย 3 นัดที่ผ่านมาถูกส่งลงเป็นตัวสำรอง ซึ่งการเปลี่ยนเขาลงมาช่วยเพิ่มความน่ากลัวให้แนวรุกของไทยอย่างมาก มาครั้งนี้น่าจะถึงเวลาเสียทีที่ดาวยิงจาก อุบล ยูเอ็มที รายนี้จะออกสตาร์ทเป็นตัวจริงกับเขาบ้าง

มาถึงกองกลางของขุนพลออสซี่ที่ต้องบอกว่าแกร่งทั่วแผ่น ไล่จาก ไมล์ เยดินัค มิดฟิลด์จอมแกร่งจาก คริสตัล พาเลซ คอยปักหลักบัญชาเกมแดนกลาง ส่วนอีกหนึ่งรายที่มาแรงอย่าง อารอน มูย ห้องเครื่องจาก ฮัดเดอร์ฟิลด์ ทาวน์ น่าจะการันตีตัวจริงเกมนี้ และเป็นแข้งที่ทัพช้างศึกต้องจับตาเป็นพิเศษ ซึ่งจะปั่นป่วนเแนวรับทีมชาติไทยตลอดทั้งเกมแน่นอน

ส่วนริมเส้นซ้ายขวา น่าจะเป็นหน้าที่ของ ทอมมี่ โรจิช กับ แม็ทธิว เลกกี้ ลงสนามในเกมนี้ ซึ่งความเร็ว และการผ่านบอลที่แม่นยำน่าจะสร้างปัญหาให้ทีมชาติไทยไม่น้อยทีเดียว

 

กองหน้า 2011

ไทย : ธีรศิลป์ แดงดา  / สมปอง สอเหลบ

ออสเตรเลีย : โจชัวล์ เคนเนดี

ในรายของศูนย์หน้า ทีมชาติไทย ส่ง ธีรศิลป์ แดงดา เป็นหน้าเป้า มี สมปอง สอเหลบ คอยช่วยอีกแรง โดยประตูตีเสมอต้องชมความสมารถของทั้งคู่ หลัง สมปอง สอเหลบ ตัดบอลได้จากความผิดพลาดของออสเตรเลีย แล้วกระชากบอลขึ้นมาทางริมเส้นด้านขวา ก่อนผ่านบอลผ่านให้ จักรพันธุ์ แก้วพรหม ที่เติมขึ้นมาเปิดมาหน้าประตูให้ ธีรศิลป์ เข้าชาร์จไปอย่างสวยงามให้ไทยออกนำอย่างรวดเร็ว

ด้านออสเตรเลีย เลือกใช้งาน โจชัวล์ เคนเนดี ศูนย์หน้าจาก นาโกยา แคมปัส ในศึกเจลีก เป็นหน้าเป้า ซึ่งส่วนสูง 194 เซนติเมตร ของเขาเป็นอุปสรรคต่อแนวรับของไทยไม่น้อย และยังเป็นผู้ยิงประตูตีเสมอจากจังหวะที่ แม็คเคย์ พาบอลหลุดมาทางกรอบเขตโทษด้านซ้าย ก่อนยิงไปติด สินทวีชัย ปัดไปเข้าทาง เคนเนดี ที่ตามซ้ำจ่อๆพาทีมเสมอไทย 1-1

 

กองหน้า 2016

ไทย : ธีรศิลป์ แดงดา

อสสเตรเลีย : ร็อบบี้ ครูส / อปอสโตลอส จิอันนู

ตำแหน่งศูนย์ ยังตกเป็นของ ธีรศิลป์ แดงดา เหมือนที่เคยเจอกันเมื่อ 5 ปีที่แล้ว เพียงแต่ครั้งนี้ดาวยิง “กิเลนผยอง” อาจไม่ได้รวดเร็วเหมือนช่วงเวลานั้น แต่ก็ทดแทนด้วยประสบการณ์ที่สะสมทั้งการเล่นในลีกเมืองไทย และสเปน ซึ่งน่าจะช่วยทีมได้มากพอสมควร และคงเป็นตัวเลือกแรกที่ “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะส่งลงสนามในเกมนี้

การขาด โทมี่ ยูริช ดาวยิงตัวเก่งของทีมที่บาดเจ็บจนต้องถอนตัวออกไป ถือเป็นปัญหาหนักของออสเตรเลียอย่างแน่นอน ทำให้เกมนี้พวกเขาอาจดัน ร็อบบี้ ครูส หัวหอกจากสโมสร ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ขึ้นมายืนหน้าเป้า แม้ว่าที่ผ่านมาเจ้าตัวจะถูกส่งลงเล่นริมเส้นมากกว่าก็ตาม แต่ก็เป็นอีกแข้งที่ทีมชาติไทยจะประมาทไม่ได้เด็ดขาด โดย อปอสโตลอส จิอันนู กองหน้าที่ลงสนามในเกมกับญี่ปุ่นน่าจะเป็นอีกรายที่ได้ลงตัวจริงในเกมนี้