Stories

ไทยเที่ยวไทย : 16 สนามเมืองไทยวิวทิวทัศน์งดงามจนเกิดอารมณ์สุนทรีย์

We are part of The Trust Project What is it?

ยูเอ็มที สเตเดี้ยม (อุบล ยุเอ็มที ยูไนเต็ด)

สเตเดี้ยมฟุตบอลที่ถูกสร้างขึ้นมาสำหรับรองรับการก้าวขึ้นมาเล่นบนลีกสูงสุดของ "เทพอินทรี" อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด

ย้อนกลับไปในปี พ.ศ.2558 ขณะที่ อุบล ยูเอ็มที เอฟซี กำลังนำเป็นจ่าฝูงฟุตบอล ดิวิชั่น 2 (โซนภาคอีสาน) พวกเขาก็ต้องเป้าหมายขอใช้เวลา 3 ปี สำหรับการขึ้นมาเล่นไทยลีก

พร้อมกับเริ่มต้นแผนก่อสร้างรังเหย้าแห่งใหม่ทันที โดยใช้พื้นที่ภายใน มหาวิทยาลัยการจัดการและเทคโนโลยีอีสเทิร์น (ยูเอ็มที) เป็นที่ตั้ง

แต่ความสำเร็จของ อุบล ยูเอ็มที มาเร็วกว่าที่คิด พวกเขาใช้เวลาแค่ 1 ฤดูกาลในลีกรอง ก็สามารถคว้าตั๋วสู๋ไทยลีกได้สำเร็จ และเป็นความบังเอิญที่เหมือนตั้งใจไว้ เมื่อ ยูเอ็มที สเตเดี้ยม มีความคืบหน้าในการก่อสร้างที่เร็วกว่าแผนงานที่ว่างไว้ สุดท้าย รังเหย้าแห่งนี้ ก็เสร็จสมบูรณ์สำหรับ อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ในฐานะน้องใหม่ไทยลีก 1

ความจุ 6,000 ที่นั่ง อาจดูไม่มาก แต่ก็เพียงพอสำหรับฐานแฟนบอลของทีม ซึ่งในอนาคตสนามแห่งนี้มีแผนขยับขยายและเพิ่มความจุเป็น 10,000 ที่นั่ง โดยไฮไลท์ของสนามแห่งนี้ก็คือ โลเคชั่น ด้านทิศตะวันตกของสนามที่จะมองเห็นพระธาตุเจดีย์ศรีมหาโพธิ์ (พระธาตุหนองบัว) ถือเป็นความงดงามสุดๆ

สามอ่าว สเตเดี้ยม (ประจวบ เอฟซี) 

เดิมสนามกีฬาจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เป็นสนามที่ค่อนข้างโทรม เนื่องจากไม่ได้รับการดูแลที่ดี แต่ภายหลังจากมีการ ปรับปรุงใหม่ในปี พ.ศ.2554 ก็ทำให้สนามแห่งนี้ดูใหม่ขึ้นมาทันที พร้อมกับเปลี่ยนชื่อเป็น สามอ่าว สเตเดี้ยม

รังเหย้า “ต่อพิฆาต” ประจวบ เอฟซี มีความจุอยู่ที่ 2,700 ที่นั่ง แม้ว่าจะมีขนาดเล็กแต่ความสวยงามก็จัดอยู่ระดับต้นๆของเมืองไทย โดยมีไฮไลสนามแห่งนี้ก็อยู่ที่สามารถมองเห็นเข่าช่องกระจก สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดได้อย่างชัดเจน เรียกว่าเป็นแบ็คกราวด์ที่ลงตัวสำหรับสนามแห่งนี้

สนามติณสูลานนท์ (สงขลา ยูไนเต็ด)

ภายหลังจาก อบจ.สงขลา อัดงบประมาณ 200 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงสนามกีฬาสำหรับใช้เป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติ ครั้งที่ 45 ซึ่งงบประมาณก้อนใหญ่ถูกนับมาปรับปรุงสนามติณสูลานนท์ ที่แปลงโฉมเป็นสนามกีฬาที่มีความจุ 45,000 ที่นั่ง ใหญ่เป็นอันดับสองของประเทศ รองจากราชมังคลากีฬาสถาน

รังเหย้าของ "วัวชนแดนใต้" สงขลา ยูไนเต็ด กลายเป็นสนามที่ทันสมัยและงดงามขึ้นมาทันที หลังจากการแปลงโฉมครั้งใหญ่ ที่สำคัญสนามแห่งนี้ก็ถูกยกเป็นรังเหย้าที่มีความจุมากที่สุดของฟุตบอลลีกอาชีพเมืองไทย ถือเป็นหน้าตาของชาวจังหวัดสงขลาเลยทีเดียว

สนามแห่งนี้ก่อสร้างเสร็จตั้งแต่ปี พ.ศ.2515 โดยใช้ชื่อว่า "สนามกีฬาเขต9" ก่อนที่จะมีการปรับปรุงครั้งใหญ่ในช่วงปี พ.ศ.2530 เพื่อใช้เป็นเจ้าภาพกีฬาแห่งชาติครั้งที่ 22 ในปี พ.ศ.2532 ซึ่งในการแข่งขันกีฬาแห่งชาติครั้งดังกล่าว ก็มีการเปลี่ยนชื่อสนามแห่งนี้ว่า สนามติณสูลานนท์

และในปี พ.ศ.2538 สนามแห่งนี้ก็ได้มีการปรับปรุงอีกครั้งหนึ่ง สำหรับเป็นหนึ่งในสนามที่ใช้จัดการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 และก็ได้ใช้แข่งฟุตบอลนัดชิงที่ 3 ที่ทีมชาติไทย แพ้ทีมชาติจีน 0-3 และเพิ่งมีการปรับปรุงครั้งใหญ่อีกครั้งในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากความใหญ่โตแล้ว วิวทิวทัศน์ สนามแห่งนี้ก็ยังสวยงามไม่แพ้ที่ใด เพราะอยู่ห่างชายหาดชลาทัศน์ ไม่เกิน 200 เมตร ยิ่งหากมองจากมุมสูง ติณสูลานนท์ ถือเป็นสนามที่สวยงามมากที่สุดแห่งนี้ของเมืองไทย