ไทยฮอนด้า เอฟซี : การกลับมาในรอบ 10 ปี ของ ‘พญาอินทรี’

พวกเขาต้องต้องใช้เวลากว่า 1 ทศวรรษ หลังต้องล่วงสู่ลีกระดับรากหญ้า ก่อนจะหวนคืนลีกสูงสุดแดนสยามได้อีกครั้ง แต่พวกเขามีดีอย่างไร และพร้อมแค่ไหนกับการสู้ศึกที่ห่างหายไปกว่า 10 ปี ติดตามได้ที่นี่

ไทยฮอนด้า เอฟซี เคยมีช่วงเวลาที่ยอดยี่ยม โดยใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวเลื่อนชั้นจากดิวิชั่น 1 ขึ้นมาเล่นไทยลีกในฤดูกาล 2006 ซึ่งเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขาที่ได้เล่นบนลีกสูงสุดของไทยในฐานะทีมน้องใหม่ไฟแรงที่น่าจับตามอง

แต่ขวบปีแรกบนลีกสูงสุดกลับทำผลงานได้น่าผิดหวังเก็บชัยชนะได้เพียง 4 นัด จาก 22 เกม ซึ่งจริงๆแล้ว “พญาอินทรี” ต้องตกชั้นไปเล่นลีกวัน แต่ในปีนั้นมีการเพิ่มทีมจาก 12 เป็น 16 ทีม ทำให้พวกเขายังคงโลดแล่นบนลีกสูงสุดต่อไป ทว่าท้ายที่สุดไม่อาจหนีพ้นโซนท้ายตารางไปได้ เมื่อผลงานยังกู่ไม่กลับ ก่อนจะล่วงมาเล่นในลีกวันในปี 2008 ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขายังย่ำแย่ต่อเนื่องจนหล่นมาเล่นดิวิชั่น 2 ในฤดูกาล 2012

อย่างไรก็ตามฤดูกาล 2014 “พญาอินทรี” สามารถคว้าแชมป์โซนกรุงเทพฯ ต่อด้วยการคว้ารองแชมป์ดิวิชั่น 2 จนเลื่อนชั้นมาเล่นลีกวันในปี 2015 ก่อนจะจบซีซั่นด้วยอันดับ 6 และเพียงปีเดียวหลังจากนั้นพวกเขาคว้าแชมป์ยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1 มาครองได้สำเร็จ พร้อมหวนคืนลีกสูงสุดอีกครั้งในรอบ 10 ปี ในฤดูกาลนี้

ฤดูกาล 2017 ไทยฮอนด้า เอฟซี กลับมาอีกครั้ง ภายใต้แคมเปญ ทีมแห่งอนาคต คลับ ออฟ ทูมอโร (Club Of Tomorrow) มุ่งเป็นสโมสรสร้างทั้งแรงบันดาลใจแก่เยาวชนในการมุ่งมั่นเพื่อทำตามฝันสู่การเป็นนักเตะอาชีพ ทุ่มงบกว่าร้อยล้านดึงแข้งหน้าใหม่ รวมไปถึงดาวรุ่งเสริมทัพผนึกกำลังกับนักเตะมากประสบการณ์ ที่มีส่วนพาทีมเลื่อนชั้นในปีที่ผ่านมา

“สิ่งแรกคือการเตรียมทีมให้พร้อมที่สุดสำหรับการสู้ศึกในไทยลีก และทำผลงานให้ดีที่สุด ปีนี้เราใช้งบประมาณในการเตรียมทีมกว่า 100 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายต้องการอยู่รอดเป็นอันดับแรก และหวังจะจบกลางตารางให้ได้” มนนเทพ พรประภา นายใหญ่ทีมไทยฮอนด้า เอฟซี กล่าวในวันเปิดตัวสโมสรหลังห่างหายจากลีกสูงสุดไปนานถึง 10 ปี

นอกจากนี้ “พญาอินทรี” ยังได้รับการสนับสนุนจากบริษัทแม่ที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อการเตรียมพร้อมของทีม โดยมีการตั้งบริษัท พญาอินทรี จำกัด ขึ้นมาดูแลทีมโดยเฉพาะให้เข้ากับระบบฟุตบอลอาชีพของไทย รวมไปถึงการจัดระบบบริหารใหม่เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีมมากขึ้นก่อนสู้ศึกในฤดูกาลนี้ นั่นยิ่งทำให้ความพร้อมของพวกเขาก้าวหน้าไปได้ไกลกว่าเดิม

“ผมได้จัดวางระบบการทำงานทุกส่วนให้มีความชัดเจน และมีทิศทางที่เป็นไปเดียวกัน การทำงานที่มีการวางแผนร่วมกัน ทั้งในส่วนของการพัฒนาผู้เล่น สตาฟฟ์โค้ช และ เจ้าหน้าที่ทีมต่างๆ นั้น ก็จะได้รับการพัฒนาและส่งเสริมการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น”

“นอกจากนั้นปีนี้เราให้ความสำคัญกับการพัฒนาในเรื่องของโครงการ ฟุตบอล อะคาเดมี่เด็กๆ จะต้องมีโอกาสในการลงเล่นในรายการที่สามารถเพิ่มประสบการณ์ให้พวกเขาได้เป็นอย่างดี พร้อมกันกับการภาพลักษณ์ที่เรามีแนวทางการทำงานร่วมกันกับผู้สนับสนุนของเรา ทั้งหมดก็เพื่อสร้างประสบการณ์ด้านกีฬาฟุตบอลให้กับแฟนคลับและแฟนบอล”

แต่ก่อนจะเปิดฤดูกาล พวกเขาต้องทำการบ้านอย่างหนัก เพราะผลงานอุ่นเครื่องยักษ์ใหญ่ไทยลีกยังน่าเป็นห่วง แม้จะชนะ แบงค็อก ยูไนเต็ด ถึง 5-1 แต่หลังจากนั้นก็โดน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ถลุงไป 0-3 และโดน บางกอกกล๊าส เอฟซี เปิดรังถล่มไปอีก 1-3 ทำให้ “พญาอินทรี” ต้องทำงานกันหนักขึ้นเพื่อเดินหน้าสู่เป้าหมายให้ได้เพื่อไม่ให้ 10 ปีที่พวกเขารอคอยต้องสูญเปล่า

Pages

Topics