ไทยลีก รีวิว : มังกร (ไฟ) (ต้อง) คงกระพัน

มังกร...พญาสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ว่ากันว่า มังกร คือ เทพเจ้า… และเทพเจ้าย่อมเป็นอมตะ!

15 สุดยอดสโมสรไทยตลอดกาล : อันดับ 2 บีอีซี เทโรศาสน 2001 - 2003

ผลการตัดสินของทีพีแอลเหมือนเวทมนต์ช่วยชุบชีวิตมังกรไฟจากที่ตกลงไปอยู่ปากเหวขึ้นมามีลมหายใจอีกครั้งแต่พวกเขาก็ยังวางใจไม่ได้เลยหากไม่ต้องการจบประวัติศาสตร์ยาวนานบนลีกสูงสุดไว้ที่ 19 ปี

บีอีซี เทโรศาสน ต้องลงสนามในเกมนัดที่ 29 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาท่ามกลางแรงกดดันที่พวกเขาไม่เคยเจอมาก่อนในตลอดหลายปี หลังจาก 1 วันก่อนหน้า ชัยนาท ฮอร์นบิล เปิดบ้านไล่ถล่ม ราชบุรี มิตรผล เอฟซี 4-1 และ ส่วน สระบุรี เอฟซี ก็รักษาสถิติไม่แพ้เป็นเกมที่ 7 ติดต่อกันด้วยการเฉือนชนะ ราชนาวี อีกหนึ่งทีมในกลุ่มหนีตาย 2-1 ทำให้ "มังกรไฟ" ต้องลงมาเป็น 3 ทีมสุดท้ายร่วมกับ การท่าเรือ เอฟซี และ ทีโอที เอสซี เป็นครั้งแรก..

ประตูเดียวของ เจย์ซี จอห์น กองหน้าทีมชาติบาห์เรนเชื้อสายไนจีเรียในนาทีที่ 52 ช่วยให้แบงค็อก ยูไนเต็ด ซึ่งเหลือ 10 คนตั้งแต่ก่อนเข้าสู่ 1 ชั่วโมงของเกมจากการที่ คาลิฟา ซิสเซ่ โดนไล่ออก บุกมาคว้า 3 แต้มจาก บีอีซี เทโรศาสน ที่เต็มไปด้วยนักเตะทีมชาติไทย 1-0 แต่เหตุการณ์ที่อาจจะเป็นจุดพลิกผันของฤดูกาลนี้ก็เกิดขึ้นหลังจากนั้น

ไม่ถึง 24 ชั่วโมงหลังจบเกมในค่ำคืนวันอาทิตย์ บีอีซี เทโรศาสน ส่งหนังสือประท้วงไปถึงบริษัท ไทยพรีเมียร์ลีก ในการประชุมบอร์ดบริหาร ที่สมาคมฟุตบอลฯ โดยมีเนื้อหาว่า แบงค็อก ยูไนเต็ด ทำผิดกฏการส่งผู้เล่นต่างชาติเกินโควต้าในช่วงท้ายเกม ขณะที่ผลการพิจารณาของคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ในวันอังคาร ก็เห็นพ้องกับหนังสือประท้วงของบีอีซี เทโรศาสน

“ที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ได้พิจารณาจากหนังสือประท้วงของสโมสรบีอีซี เทโร ศาสน และ เชิญตัวแทนสโมสรเข้าชี้แจง แล้วเห็นว่า ในกรณีที่สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด เปลี่ยนตัวผู้เล่น โรเมียง กัสมี สัญชาติ ฝรั่งเศส ลงเล่นแทน เจย์ซี จอห์น สัญชาติ บาห์เรน เป็นโควต้าเอเชีย ออกจากสนามนั้น ส่งผลให้ แบงค็อก ยูไนเต็ด หลังการเปลี่ยนตัว ณ นาทีที่ 79 มีผู้เล่นต่างชาติลงสนามทั้งหมด 3 คน แต่เมื่อนับรวมกับผู้เล่นหมายเลข 21 คาลิฟา ซิสเซ่ ที่ถูกไล่ออกจากสนามแข่งขันในนาทีที่ 55 แบงค็อก ยูไนเต็ด จึงต้องลดจำนวนโควต้าผู้เล่นต่างชาติเหลือ 2 คน บวกอีก 1 คนสำหรับโควต้าเอเชีย AFC ดังนั้น สโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด จึงมีความผิดในการส่งผู้เล่นเกินโควต้าทำให้ผู้เล่นที่ลงสนาม ผิดคุณสมบัติ " แถลงการณ์ของคณะอนุกรรมการพิจารณามารยาท วินัย และข้อประท้วง ระบุเช่นนี้

พร้อมกันนี้ คณะกรรมการฯยังได้อาศัยข้อบังคับของเอเอฟซี ลงโทษปรับเงินแบงค็อก ยูไนเต็ด 30,000 บาท และ ปรับผลการแข่งขันจากชนะ 0-1 เป็นแพ้ 3-0ทันที

แน่นอนว่าการตัดสินครั้งนี้ส่งผลให้ บีอีซี เทโรศาสน ที่จะต้องอยู่อันดับ 16 ซึ่งเป็นโซนตกชั้นโดยมี 27 คะแนน กลายเป็นกระโดดแซง ราชนาวี ,สระบุรี และ ชัยนาท ขึ้นมาอยู่อันดับ 13 โดยมี 30 แต้มเท่า ชัยนาท แต่ลูกได้เสียดีกว่า จากเดิมที่ต้อง -10 ประตู มาเหลือเพียง -8 ประตูจากคำตัดสินดังกล่าว ขณะที่ ชัยนาท ลูกได้เสีย -12 ประตู

มันคือยาวิเศษที่ช่วยให้ “มังกรไฟ” ตัวนี้ได้กลับมาแข็งแรงมากขึ้น...

แบงค็อก ยูไนเต็ด รวม 4 ทีมท้ายตารางตั้งโต๊ะแถลงข่าวคัดค้านผลการตัดสินทีพีแอลที่ให้เทโรชนะ 3-0

แต่บทสรุปในเกมนี้อาจไม่จบลงง่ายๆเมื่อล่าสุด แบงค็อก ยูไนเต็ด ที่จะต้องลงมาอยู่อันดับ 6 จากการตัดสินครั้งนี้พร้อมด้วย 3 ทีมที่ถูกบีอีซี เทโรศาสน กระโดดแซงขึ้นไปและอีกทีมที่โดนแรงสะท้อนอย่าง การท่าเรือ เอฟซี ทีมอันดับรองสุดท้ายก็ออกมาแถลงข่าวเพื่อคัดค้านผลการตัดสินครั้งนี้ของทีพีแอล และมีสิทธิ์ยืดยาวไปจนถึงการฟ้องศาลปกครอง

แต่ระหว่างนี้ บีอีซี เทโรศาสน จะได้บวกคะแนนเพิ่ม 3 แต้มที่จากการตัดสินใจรักษาสิทธิ์ของตัวเอง แต่ก็ต้องเร่งเครื่องใน 5 นัดสุดท้ายเพราะคงไม่มีโอกาสเช่นนี้อีกแล้ว หากต้องการรักษาสถานภาพบนลีกสูงสุดต่อไป

จริงๆแล้วประวัติศาสตร์พวกเขาแทบไม่เคยมายืนอยู่จุดนี้ที่ต้องมาหนีตกชั้นซึ่งกลายเป็นประสบการณ์ใหม่ของทีม นับตั้งแต่ไทยพรีเมียร์ลีกก่อตั้งเมื่อปี 1996 บีอีซี เทโรศาสน คือหนึ่งใน 18 ทีมของการแข่งขันครั้งแรกแม้สามารถอยู่รอดบนลีกสูงสุดได้อย่างหวุดหวิดโดยมีคะแนนมากกว่าทีมพนักงานยาสูบทีมที่ 6 ในปีนั้นที่ต้องตกชั้นไป เพียงแค่ 6 แต้ม

แต่จากนั้นเป็นต้นมาอดีตเจ้าบุญทุ่มของเมืองไทยก็พัฒนาทีมจนกลายเป็นมหาอำนาจคว้าแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก 2 สมัย ซ้อนในปี 2000 และ 2001-2002 รองแชมป์อีก 2 ครั้ง (2002-2003,2003-2004) รองแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก และ อาเซียนคลับ แชมเปี้ยนชิพ อีกรายการละ 1 ครั้ง โดยไม่เคยเฉียดมาอยู่ในโซนท้ายตารางอีกเลยตลอด 18 ปี ที่ผ่านมา

บีอีซี เทโรศาสน เริ่มต้นด้วยการคว้าแชมป์โตโยต้าพรีเมียร์คัพ แต่ต้องมาหนีการตกชั้นในช่วงท้ายฤดูกาล

กระทั่งในปีนี้ "มังกรไฟ" ซึ่งเป็นสโมสรเดียวที่ได้เล่นบนไทยพรีเมียร์ลีกตลอด 19 ครั้ง ต้องมาดิ้นรนอย่างหนักเพื่ออยู่รอด ทั้งที่ออกสตาร์ทด้วยการคว้าแชมป์โตโยต้า พรีเมียร์คัพ สมัยแรกของสโมสรจากการชนะ จุดโทษ ซางัน โทสุ ทีมเจลีก 4-3 แต่หลังจากนั้นผลงานกลับค่อยๆแย่ลง ซึ่งการตัดสินใจให้นักเตะแกนหลักจากทีมชาติไทยที่ส่วนใหญ่อายุไม่เกิน 23 ปี ต้องแบกภาระของทีมเอาไว้ อาจจะเป็นความผิดพลาดที่ต้องเก็บไว้เป็นบทเรียน หากยังสามารถอยู่ต่อบน ไทยพรีเมียร์ลีก ได้เป็นปีที่ 20

โปรแกรม 5 นัดสุดท้ายของ บีอีซี เทโรศาสน

22/11/15 – สุพรรณบุรี เอฟซี (เยือน)

29/11/15 – สระบุรี เอฟซี (เหย้า)

06/12/15 – เมืองทอง ยูไนเต็ด (เยือน)

09/12/15 – บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (เหย้า)

13/12/15 – เชียงราย ยูไนเต็ด (เยือน)

หนึ่งในเกมหนักสุดท้ายฤดุกาลของบีอีซี เทโรศาสน คือการพบกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

เปรียบเทียบเฮดทูเฮดกับทีมกลุ่มท้ายตาราง (กรณีหากคะแนนเท่ากันหลังจบฤดูกาล)

เท่ากับ ชัยนาท (เสมอ 1-1 ทั้งสองนัด)

เท่ากับ ราชนาวี (เสมอ 0-0,2-2)

เสียเปรียบ สระบุรี (2-1) นัดสองแข่ง 29 พ.ย.

ดีกว่า ท่าเรือ (ชนะ 2-0, แพ้ 2-1 ) *ชนะด้วยผลต่างประตูได้เสีย 3-2

ดีกว่า ทีโอที (2-0 ,1-2)

...ติดตามประเด็นว่าด้วยฟอร์มแผ่วปลายของ "กิเลนผยอง" และอนาคตที่มืดมนของทีโอทีในหน้าถัดไป..