อัลบาโร่ โมราต้า: จิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายของทีมชาติสเปน

หัวหอกคนใหม่แต่หน้าเก่าของเรอัล มาดริด มีฤดูกาลที่ยากลำบากในอิตาลี แต่ กียาน โซบานี่ ก็มองว่าเขาคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ บิเซนเต้ เดล บอสเก้ ตามหา...

สเปนในปี 2008-2012 ถือว่าสุดยอดจริงๆ ซึ่งถือว่าเป็นช่วงเวลา 4 ปีที่ครองความยิ่งใหญ่แบบหาใครเทียบยากและอาจไม่ได้เห็นอีกไปตลอดชีวิต แต่เมื่อสเปนที่มีดีกรีแชมป์เก่าสะดุดคว่ำไม่เป็นท่าในฟุตบอลโลก 2014 ทำให้หลายคนกาชื่อพวกเขาออกจากกลุ่มลุ้นแชมป์ยูโรที่ฝรั่งเศส

 แต่ก็มีบางคนที่รู้ว่าทีมนี้แค่ต้องการปรับอีกจุดหรือสองจุดก็สามารถกลับมาผงาดได้อีกครั้ง

Dejected players of the Spanish national team after their failure at the 2014 World Cup in Brazil

พวกเขาถูกกาชื่อจากสารบบเต็งแชม์ยูโรหนนี้ หลังจากฟอร์มบู่ในฟุตบอลโลก

ในปี 2014 ทัพกระทิงดุได้สูญเสียการประสานงานกันของ ชาบี อลอนโซ่ และ ชาบี เอร์นานเดซ ขณะที่ศูนย์หน้าขนานแท้คนเดียวที่เล่นเข้ากับระบบของทีมอย่าง ดาบิด บีญ่า ก็อยู่ในช่วงขาลงและไม่ได้ลงสนามเลยจนกระทั่งนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม เมื่อขุนพลลา โรฆา ตกรอบไปแล้ว

แม้ว่า ดีเอโก้ คอสต้า และ เฟร์นานโด ตอร์เรส จะเล่นเป็นศูนย์หน้าตัวเป้าโดยธรรมชาติ แต่ทั้งคู่ก็ไม่สามารถเชื่อมเกมกับกองกลางได้ ทำให้ความยิ่งใหญ่ของสเปนต้องจบลง

คิดใหม่ ทำใหม่ 

และมันก็ก่อให้เกิดกระแสพูดกันอย่างหนาหูว่าวัฏจักรของทัพกระทิงดุได้เวียนมาครบรอบแล้ว แต่มันก็เป็นประเด็นที่กุขึ้นมาโดยขาดความพิจารณาว่า บิเซนเต้ เดล บอสเก้ มีทรัพยากรให้เลืกใช้งานไม่ขาดสาย จากผลผลิตที่ป้อนขึ้นมาจากระดับเยาวชน

และ อัลบาโร่ โมราต้า ก็คือตัวจบสกอร์รุ่นใหม่ที่สร้างชื่อมาจากการยิงนัดสำคัญๆ ที่ดูจะพร้อมแล้วสำหรับการก้าวขึ้นมาแทนบีญ่า อันเป็นตำแหน่งที่จำเป็นต้องหาคนมาเติมเต็มอย่างเร่งด่วน

 ซึ่งตอนนี้เดล บอสเก้ ก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งคอสต้าหรือตอร์เรสอีกต่อไป ขณะที่โนลิโต้กองหน้ากึ่งปีกวัย 29 ปีที่ไม่ได้มีส่วนร่วมกับ 6 ปีที่เรืองรองของทีมชาติสเปนก็ได้กลายเป็นส่วนสำคัญของทีมชุดนี้ แม้ว่าอายุอานามจะเข้าเลข 3 แต่ก็ยังสร้างความมีชีวิตชีวาทางกราบซ้ายได้อยู่ เช่นเดียวกับ อันเดรส อิเนียสต้า ที่ยังฟอร์มพีค และ 3 คนนี้ก็ประสานงานกันได้อย่างกลมกล่อม

Iniesta applauds the fans after Spain's game at Euro 2016

อิเนียสต้าคือฟันเฟืองสำคัญในเกมรุกของสเปน

ถึงแม้ว่าโมราต้าจะเป็นสัญลักษณ์ของทัพกระทิงดุสายเลือดใหม่ แต่ทีมก็ดูมีความสมดุลกันระหว่างตัวเก๋ากับดาวรุ่งอยู่ ทำให้บรรยากาศในทีมมีทั้งความนิ่งและความห้าว

และทีมชุดนี้ก็ได้พุ่งเป้าไปที่การครองความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เหมือนอย่างทีมชุดแชมป์ยูโร 2008 มากกว่าปี 2010-12 ที่ดูจะทรงๆก่อนจะทรุดในปี 2014 ซึ่งการเข้ามาของโมราต้าน่าจะทำให้ความล้มเหลวของทีมชุดดังกล่าวถูกลืมไปได้อย่างรวดเร็ว

ซึ่งตอนที่สเปนถล่มตุรกีนั้น อดีตหัวหอกยูเวนตุสดูอันตรายทุกย่างก้าวเมื่อเทียบกับนัดแรกที่เจอกับสาธารณรัฐเช็ก เขาสามารถโชว์ฟอร์มกลบเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้

โมราต้าถือว่าครบเครื่องในเกมกับตุรกี แม้ถูกมองว่ายิงได้เฉพาะเกมใหญ่ แต่เจ้าตัวก็ฮึดกลับมาได้อย่างมั่นใจโดยซัดไป 2 ประตู อีกทั้งยังเชื่อมเกมกับคนอื่นๆได้ดีไม่ว่าจะเป็นโนลิโต้, อิเนียสต้า, ฆวนฟราน และดาบิด ซิลบา

โดยโนลิโต้เป็นคนเปิดให้โมราต้าโหม่งทำประตูแรก ซึ่งการประสานงานดังกล่าวถือเป็นเครื่องหมายการค้าของทีมเลยก็ว่าได้ และการขึ้นไปข้างหน้าแบบตรงๆของทั้งคู่ก็ผสมผสานกับความพริ้วไหวของซิลบาและอิเนียสต้าได้เป็นอย่างดี ทำให้สเปนชุดนี้หลากหลายจนยากที่จะรับมือ

โมราต้าได้จังหวะจะโคนในการเล่นที่คนที่มาก่อนเขาอย่างคอสต้า, ตอร์เรส, โซลดาโด้, อัลบาโร่ เนเกรโด้ และ ปาโก้ อัลกาเซร์ ไม่สามารถให้ได้ เขาไม่ใช่แค่เป็นตัวจบสกอร์หรือสร้างความอันตรายในลูกกลางอากาศเท่านั้น แต่ยังมีความคล่องตัวด้วย

เพราะเขาสามารถเลี้ยงตัดเข้าในแล้วเปิดเข้ากลาง หรือจะเป็นคนจบสกอร์จากลูกครอสเองก็ได้ นอกจากนี้ยังสามารถลงต่ำเป็นศูนย์หน้าตัวที่สองที่สามารถเลี้ยงบอลแหวกพื้นที่แคบๆ และเชื่อมเกมได้ดีด้วย

ซึ่งพิมพ์เขียวของสเปนต้องการศูนย์หน้าที่ทำหน้าที่มากกว่าจบสกอร์ และโมราต้าก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้เป็นอย่างดี

Alvaro Morata's dashboard vs Turkey via Stats Zone

นอกจากจะเป็นตัวจบสกอร์แล้วยังขึ้นเกมทางกราบได้ด้วย

ดาวยิงบิ๊กแมตช์

การทะลุขึ้นมาของโมราต้าไม่ทำให้สเปนยังสามารถสานต่อความเป็นมหาอำนาจลูกหนังของตัวเองแค่เฉพาะทีมชุดยูโร 2016 เท่านั้น แต่ยังรวมถึงแข้งรุ่นใหม่ด้วย เพราะด้วยวัยแค่ 23 ปี เขามีคุณสมบัติครบทุกอย่างที่จะมอบให้กับทีมชาติอย่างที่ศูนย์หน้าเลือดกระทิงคนอื่นๆไม่สามารถทำให้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมเข้าสู่รอบน็อคเอ้าท์และจะต้องเจอกับพวกเสือสิงห์กระทิงแรด

ตลอด 3 ปีที่ผ่านมาโมราต้าได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเขามักจะทำผลงานได้ดีในเกมใหญ่ และถ้าเป็นอย่างนั้น เราจะได้เห็นฟอร์มพีคของเขาในรอบต่อไปแน่ๆในการเจอกับอิตาลี ตอนที่เขาอายุแค่ 21 ปี เขาทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจในเกมเอล กลาซิโก้ กับบาร์เซโลน่า และซีซั่นหลังจากนั้น เขาก็น็อคเรอัล มาดริด ตกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ ด้วยประคูสำคัญที่เบร์นาเบว ในซีซั่นนี้เขาก็เล่นได้สุดยอดในการเจอกับบาเยิร์น มิวนิค ในแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย

ถ้าโมราต้าโชว์ฟอร์มได้เปล่งประกายในแนวรุก มันก็จะสิ่งผลดีต่อสเปนทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมื่ออิเนียสต้ากำลังจะลงจากบัลลังก์ ซึ่งอาจจะหลังจบทัวร์นาเม้นต์นี้

 ซึ่งเดล บอสเก้ ถือว่าโชคดีที่โมราต้าทะลุขึ้นมาขณะที่อิเนียสต้าอยู่ในช่วงปลายอาชีพพอดี และตอนนี้ทีมของเขาก็มีศูนย์หน้าอันดับหนึ่งพร้อมสำหรับรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 แล้ว

More features every day on FFT.comMore Euro 2016