อัลลาน เดอ ซูซา: ดาวรุ่งหงส์แดงผู้ถูกเลือกแทนวรชิต

หลังจากที่ “หงส์แดง” เพิ่งจะได้ตัววอนเดอร์คิดดาวรุ่งคืนถิ่นแอนฟิลด์เมื่อคืนที่ผ่านมา วันนี้เราจะเจาะลึกเรื่องราวของดาวโรจน์ที่ครั้งหนึ่งถูกเลือกเซ็นสัญญาเข้ารั้วลิเวอร์พูลแทนที่ “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ!

อัลลาน โรดริเกวส เดอ ซูซา กลายเป็นนักเตะที่ย้ายเข้ามายังรั้วแอนฟิลด์คนแรกภายใต้ยุคของ เจอร์เก้น คล็อปป์ นายใหญ่ชาวเยอรมัน หลังเจ้าตัวสิ้นสุดสัญญาการยืมตัวกับ เอสเจเค ทีมดังในลีกฟินแลนด์ ...เหล่าสาวก “เดอะ ค็อป” อาจสงสัยว่าเขาเป็นใคร มาจากไหน เล่นตำแหน่งอะไร และดาวรุ่งเลือดแซมบ้าที่เพิ่งจะอายุ 18 ปีย่าง 19 จะเข้ามาเป็นอะไหล่ชั้นดีให้กับทีมชุดใหญ่ได้หรือไม่ ...ลองไปหาคำตอบพร้อมๆ กันกับเรา

ก่อนสยายปีกเป็นหงส์

ข้อมูลส่วนตัว

  • วัน/เดือน/ปีเกิด : 3 มีนาคม 1997 (อายุ 18 ปี)
  • สถานที่เกิด : ปอร์โต อเลเกร, บราซิล
  • ตำแหน่ง : กองกลาง
  • สโมสรปัจจุบัน : ลิเวอร์พูล
  • อดีตต้นสังกัด : อินเตอร์นาซิอองนาล
  • ทีมชาติ : -

เกิดที่ ปอร์โต อเลเกร เมืองหลวงของรัฐ ริโอ กรานเด ดู ซูล ทางตอนใต้สุดของประเทศบราซิลที่ซึ่งเป็นบ้านของหนึ่งทีมยักษ์ใหญ่แห่งลูกหนังแซมบ้าอย่าง อินเตอร์นาซิอองนาล ...อัลลาน โรดริเกวส เดอ ซูซา เข้าสู่รั้วอคาเดมีของ อินเตอรฯ ตั้งแต่ยังอายุได้ไม่ถึง 10 ขวบและใช้เวลาบ่มเพาะฝีเท้าที่นั่นนานกว่า 8 ปี ทว่าไม่เคยได้รับโอกาสให้พิสูจน์ฝีเท้าในระดับสูงสุดเลยแม้แต่นัดเดียว อย่างไรก็ตาม โรดริโก คัลวาซโซ บรรณาธิการแห่ง Goal Brazil ก็เผยว่าเจ้าตัวคือหนึ่งในเพชรเม็ดงามของสโมสรที่ได้รับการดูแลดีที่สุดในรุ่นอายุของเขา

“อัลลานเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์สูง” คัลวาซโซเริ่มกล่าว “อันที่จริงแล้วในบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นด้วยกันเอง อัลลาน ดูมีแววจะกลายเป็นสตาร์มากที่สุดและผมไม่แปลกใจเลยว่าทำไม อินเตอร์นาซิอองนาล ถึงต้องดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษ เพราะเขาเป็นหนึ่งในนักเตะที่สำคัญที่สุดของอคาเดมี”

อันที่จริงแล้ว อินเตอร์นาซิอองนาล ขึ้นชื่อเรื่องการปั้นแข้งแซมบ้าที่มีชื่อเสียงดังก้องโลกมาแล้วหลายคน ทั้ง เลอันโดร ดามิเยา, เฟร็ด, ออสการ์, อเล็กซานเดอร์ ปาโต้, นิลมาร์ และ หลุยซ์ อาเดรียโน ...แต่หากสังเกตดีๆ จะพบว่าทั้งหมดนี้คือผู้เล่นในตำแหน่งตัวรุก ทั้งปีก กองหน้า และ เพลย์เมคเกอร์ ซึ่งอันที่จริงแล้ว อัลลาน ไม่ได้เป็นผู้เล่นประเภทนั้น

ออสการ์, อเล็กซานเดอร์ ปาโต้, และ หลุยซ์ อาเดรียโน คือดาวเตะชื่อก้องโลกที่ถูกปั้นโดย อินเตอร์นาซิอองนาล

ตำแหน่งที่ถนัดที่สุดของเขาคือการยืนต่ำในแผงมิดฟิลด์คอยคุมจังหวะเกม ออกบอลสั้น-ยาวตามสถานการณ์ และมีส่วนร่วมในการปัดกวาดเกมรุกคู่ต่อสู้หน้าแผงหลัง หรือหากจะดันขึ้นสูงไปเล่นในตำแหน่งห้องเครื่องเปลี่ยนรับเป็นรุกเจ้าตัวก็ทำได้ดีไม่แพ้กัน

“ระหว่าง โรนัลดินโญ และ เฟอร์นานดินโญ ...อัลลานเป็นนักเตะที่คล้ายๆ คนหลังมากกว่า” ริคาร์โด้ โคบาลชินี เฮดโค้ชทีมเยาวชนของ อินเตอร์นาซิอองนาล กล่าว “จุดเด่นของเขาคือความนิ่งและการวางบอลยาวที่แม่นยำ อัลลานเคลื่อนที่ไม่มาก แต่ทุกครั้งที่เขาขยับตัวมันคือจุดที่จะทำให้เกิดประโยชน์ต่อทีม”

“จริงๆ แล้วสไตล์การเล่นของเขาแทบจะไม่มีกลิ่นอายฟุตบอลบราซิเลียนเท่าไหร่ วิธีการเล่นฟุตบอลของอัลลานเหมาะกับการเล่นในยุโรปมากกว่าที่นี่ เพราะเขาเป็นนักเตะที่มีความเข้าใจเชิงแท็คติคสูงมาก และคุณสมบัติแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ ในหมู่นักเตะบราซิล” โคบาลชินีกล่าวปิดท้าย

ขณะที่อีกมุมองน่าสนใจจาก เปาโล เฟรตาส ผู้เชี่ยวชาญฟุตบอลบราซิลเปิดเผยว่าท่ามกลางบรรดานักเตะดาวรุ่งในแดนกาแฟ อัลลานไม่ใช่ “นักเตะที่ได้รับการจับตามองว่าจะพัฒนาเป็นสตาร์ลูกหนังเท่าไหร่นัก“ และแม้แต่สื่อหลายสำนักในเมืองกาแฟก็ยังต้องงงเป็นไก่ตาแตกเมื่อได้ข่าวว่า “หงส์แดง” ให้ความสนใจการเซ็นสัญญากับดาวรุ่งโนเนมคนนี้ที่ยังไม่เคยแม้แต่จะพิสูจน์ตัวเองใน เซเรีย อา บราซิล

…หากเป็นเช่นนั้น แล้ว “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไปขุดเพชรในตมเม็ดนี้มาจากไหนกัน?

ผู้ถูกเลือกแทนวรชิต

เส้นทางสู่ ลิเวอร์พูล เริ่มต้นขึ้นจากทัวร์นาเมนต์ฟุตบอล “เฟรนซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล คัพ 2015” ที่ะอินโดนีเซีย ซึ่งแข่งขันกันไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยรายการดังกล่าวมียอดทีมอคาเดมีจากทั่วโลกร่วมโม่แข้ง ทั้ง เฟเยนูร์ด, คาชิม่า อันท์เลอร์, กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์, เอสตูดิเอนเต้, บาเลนเซีย, เอฟซี ปอร์โต้ , ท็อตแน่ม ฮอตสเปอร์ , อินเตอร์นาซิอองนา, ลิเวอร์พูล และรวมถึง ชลบุรี เอฟซี ตัวแทนหนึ่งเดียวจากประเทศไทยด้วย

โดย อินเตอร์นาซิอองนาล ที่มี อัลลาน โรดริเกวส เดอ ซูซา เป็นกัปตันทีมนั้นอยู่ร่วมสายเดียวกับ ชลบุรี เอฟซี จูเนียร์ ที่มี่ “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ กัปตันทีมชาติไทย U-19 เป็นแกนหลัก รวมถึง คาชิมา อันท์เลอร์ และ บาเลนเซีย ซึ่งในการเจอกับทีมตัวแทนจากไทยปรากฏว่าเป็น อินเตอร์นาซิอองนาล ที่เอาชนะไปได้ด้วยสกอร์ขาดลอย 6-0 และ “วรชิต ศิษย์เฮงซัง” ก็ยกย่องพวกเขาว่าเป็นทีมที่เก่งที่สุดในทัวร์นาเมนต์ครั้งนั้น

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ นับเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่มาแรงที่สุดในแดนสยาม ณ เวลานี้

“นัดสุดท้ายของรอบ ผมต้องเจอกับบาเลนเซีย ผมคิดว่าเราเล่นได้ดีและน่าชนะเพียงแต่จบสกอร์ไม่ได้ก็เท่านั้นหากชนะเราจะพบกับลิเวอร์พูล ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย” เจ้ายิมย้อนความหลัง “หลังจบเกมนัดนั้นมีสต๊าฟฟ์ของลิเวอร์พูลเดินเข้ามาขอจับมือผมแล้วพูดอะไรสักอย่าง... คือ ผมฟังไม่ร้เรื่อง (ฮา) แต่หลังจากนั้นโค้ชที่พาไปก็บอกว่า ทางลิเวอร์พูลเขาสนใจในตัวผมและน่าเสียดายที่ไม่ได้เจอกันในรอบต่อไป”

วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เล่าให้ FFT TH ฟังต่อว่า “ทัวร์นาเม้นต์นั้นทีมเก่งๆ ที่พวกผมเจอก็คงเป็นอินเตอร์นาซิอองนา ผมบอกไม่ถูกว่าเก่งยังไง รู้แค่ว่าพวกเขาเก่งมาก จนทะลุไปคว้าแชมป์นั่นแหละ ซึ่งภายหลัง ลิเวอร์พูล ก็คว้าตัวนักเตะคนหนึ่งที่อยู่ในอินเตอร์นาซิอองนาลชุดนั้นแหละไปร่วมทีมด้วยค่าตัว 5 แสนปอนด์”

เด็กคนนั้นที่ วรชิต กล่าวถึงก็คือ อัลลาน นั่นเอง ซึ่งเขาถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มได้ดีที่สุดในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าวและแม้จะไม่ได้ลงสนามฟาดแข้งกับ “หงส์แดง” ที่มีดาวรุ่งชื่อดังอย่าง แฮร์รี วิลสัน, เซร์คิโอ คานอส และ เปโดร คิริเวลลา ร่วมทีม แต่ผลงานของวอนเดอร์คิดแซมบ้าที่พาทีมคว้าแชมป์ในครั้งนั้นก็ไปเข้าตาแมวมองลิเวอร์พูลออย่างจัง จนสุดท้าย เบรนแดน ร็อดเจอร์ส อดีตกุนซือพร้อมกับทีมงานก็ตัดสินใจเซ็นสัญญาเขาเข้ามาเป็นแข้งหงส์แดงในที่สุด

“สโมสรขอประกาศว่าเราได้เซ็นสัญญากับ อัลลาน เรียบร้อยแล้ว โดยเขาจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของทีมทันทีที่เอกสารทุกอย่างเรียบร้อย” คำแถลงการณ์อย่างเป็นทางการของสโมสรในวันเซ็นสัญญา

อัลลาน โรดริเกวส ดาวรุ่งบราซิเลียนที่ถูกเลือกแทน วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ

ขณะที่ ลูคัส เลวา กองกลางอาวุโสชาวบราซิเลียนก็ได้พูดถึงดาวรุ่งคนนี้ว่า “ผมไม่รู้จักเขาเป็นการส่วนตัว แต่เราเจอกันสองสามครั้งในสนามซ้อมก่อนที่เขาจะย้ายไปเล่นแบบยืมตัวที่ฟินแลนด์ ตอนที่ได้เห็นเขาซ้อมผมบอกได้ทันทีเลยว่าเด็กคนนี้มีอนาคตสดใสรออยู่”

“เขาเล่นให้กับ อินเตอร์นาซิอองนาล คู่ปรับร่วมเมืองอดีตต้นสังกัดของผมคือ เกรมิโอ สซึ่งโมสรที่เขาเคยอยู่ขึ้นชื่อมาตลอดเรื่องการปั้นดาวรุ่ง และผมหวังว่าในอีกสองสามปีข้างหน้า อัลลาน จะสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้”

อนาคตบทต่อไป...

อย่างไรก็ตามแม้ว่าหลังจากย้ายมาเป็นแข้งหงส์แดง อัลลาน จะมีชื่อในนัดอุ่นเครื่องที่ทีมใหม่ของเขาบุกไปเยือน เอชเจเค เฮลซิงกิ เมื่อต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา แต่เกมนั้นเจ้าตัวก็ไม่ได้ลงสนาม และเมื่อประกอบกับผู้เล่นดาวรุ่งในตำแหน่งเดียวกันที่ต่อคิวแจ้งเกิดมาก่อนหน้านี้อย่าง เปโดร คิริเวลลา, จอร์แดน รอสซิสเตอร์ และ คาเมรอน แบรนนาแกน ก็ทำให้โอกาสของเขาในทีมชุดใหญ่ค่อนข้างจำกัด

หนึ่งเดือนต่อมาเขาจึงต้องออกไปหาประสบการณ์ในทีมชุดใหญ่กับ เอสเจเค ทีมจากลีกสูงสุดฟินแลนด์ซึ่งเจ้าตัวก็ทำผลงานยอดเยี่ยมยิงไป 2 ประตู กับอีก 5 แอสซิสต์จากการลงสนาม 8 นัดในช่วงท้ายฤดูกาลพร้อมกับพาทีมคว้าแชมป์ลีกสมัยแรกของสโมสรได้ด้วย

“เขามีศักยภาพที่มากมายอย่างไม่น่าเชื่อ” ซิโม วาลาคิรี เฮดโค้ชเอชเจเคที่ร่วมงานกับ อัลลาน ในช่วงยืมตัวกล่าว “เขาเป็นนักเตะที่มีเทคนิคดีเยี่ยม เท้าซ้ายของเขาก็วางบอลได้อย่างแม่นยำ แม้เขาจะตัวเล็กไปหน่อย แต่ถ้าเสริมฟิตเนสเข้าไปผมคิดว่าเขาจะพร้อมสำหรับการลงเล่นในพรีเมียร์ลีกอย่างแน่นอน”

ปัจจุบัน อัลลาน กลับมายังถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้งหลังหมดสัญญายืมตัว 2 เดือนในถิ่นสแกนดิเนเวีย แต่เขาก็ยังไม่รีบร้อนกับการยึดตำแหน่งชุดใหญ่ “หงส์แดง” แม้นายใหญ่ชาวเยอรมันอย่าง เจอร์เก้น คล็อปป์ จะออกมาเปิดเผยว่าเขาพร้อมให้โอกาสดาวรุ่งรายนี้ได้แสดงฝีเท้า

อัลลาน จะกลายเป็นแข้งเลือดบราซิลคนที่ 4 ของ ลิเวอร์พูล ในทีมตอนนี้ต่อจาก ฟิลิปป์ คูตินโญ, โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน และ ลูคัส เลวา

“หลังจากนี้ประมาณหนึ่งถึงสองเดือนเราจะมาดูกันอีกทีว่าผมพร้อมสำหรับขึ้นทีมชุดใหญ่หรือไม่” อัลลานกล่าวหลังจากกลับมาร่วมซ้อมที่เมลวู๊ดครั้งแรก “ผมยังไม่ได้คิดถึงการเอาชนะถ้วยรางวัลหรือพาทีมประสบความสำเร็จใดๆ ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือผมต้องได้รับประสบการณ์การลงเล่นที่ต่อเนื่องก่อน และหากสโมสรคิดว่าผมควรไปเล่นแบบยืมตัวอีกสักครั้งผมก็คงไม่ติดขัดอะไร”

“ในอนาคต เป้าหมายผมอาจจะยิ่งใหญ่กว่านี้ พาทีมคว้าแชมป์หรือกลายเป็นนักเตะสำคัญของสโมสร แต่ตอนนี้ผมอยากจะมุ่งมั่นกับการฝึกซ้อมและการพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุดก่อน สักวันหนึ่งเมื่อเวลาของผมมาถึง ผมสัญญาว่าจะพยายามเต็มที่เพื่อตอบแทนความไว้ใจของทีมที่ดึงผมเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว”

ด้วยวัยแค่ 18 ปีคงเร็วเกินไปที่จะบอกว่า อัลลาน โรดริเกวส เดอ ซูซา จะประสบความสำเร็จกับ “หงส์แดง” ได้หรือไม่ แต่เรื่องราวของเขาก็เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับดาวรุ่งทั่วโลกที่จะเอาเป็นเยี่ยงย่าง จากแข้งโนเนมทางตอนใต้บราซิลสู่การบ่มเพาะฝีเท้ากับหนึ่งในอคาเดมีเยาวชนที่ดีที่สุดของโลก และนั่นเกิดขึ้นเพราะความมุ่งมั่นกับสองแรงขาที่ฝ่าฟันล่าความฝัน…

น่าเสียดายที่โชคชะตาไม่ได้กำหนดให้ “เจ้ายิม” วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ เป็นดาวรุ่งที่ถูกเลือก เพราะไม่อย่างนั้นบางทีเราอาจได้เห็นคนไทยคนแรกในสีเสื้อแดงเพลิงของลิเวอร์พูลไปแล้ว!