อัลลาน ราเวิน : มันเหมือนเสียงคล้ายระเบิด เสียงนั้นมันน่าอัศจรรย์

อัลเลน ราฟน์  เรียกคืนความทรงจำ ในเกมที่ตัวเขานั้นทำประตูชัย  ในรอบแบ่งกลุ่มที่ประเดิมเปิดหัวด้วยการคว้าชัย เหนือ บาเยิร์น มิวนิค รองแชมป์ ในปีนั้น 

เกมยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก นัดชิงชนะเลิศ 1999  ถือเป็นเกมที่ถูกจดจำ หลังจาก แมนฯ ยูไนเต็ด พลิกกลับมาชนะ บาเยิร์น มิวนิค คว้าแชมป์หลังได้ 2 ประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้พลิกกลับมาชนะ 2-1 โดยในรอบแบ่งกลุ่มทั้ง 2 ทีมนั้นก็เจอกันมา

ก่อนหน้านี้แล้ว และเข้ารอบมาด้วยกันโดย บาเยิร์น มิวนิค เป็นที่ 1 และ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นที่ 2

แต่เมื่อย้อนไปดูเกมในรอบแบ่งกลุ่ม บาเยิร์น มิวนิค ออกสตาร์ตได้อย่างย่ำแย่ ด้วยการแพ้ บรอนด์บี้ ทีมจากเดนมาร์ก และ แมนฯ ยูไนเต็ด ประเดิมด้วยการเสมอ บาร์เซโลน่า ทำให้จบแม็ตช์แรก กลายเป็น บรอนด์บี้ ที่ขึ้นเป็นผู้นำกลุ่ม

ซึ่งความปราชัยของ บาเยิร์น มิวนิค มาจากประตูชัยของ อัลลาน ราเวิน ในช่วงก่อนหมดเวลานาทีเดียว ซึ่งถือเป็นความทรงจำที่ไม่มีวันลืมเลือน ของกองกลาง ที่เวลานี้มีอายุย่างเข้า 41 ปี ในการยิงใส่ยอดทีมระดับเฮวี่เวท ของยุโรป อย่างทีม "เสือใต้" 

"ผมคิดว่าผมได้พบทุกคนที่อยู่ในสนามวันนั้น" ราเวิน พูดแบบติดตลกหลังเป็นฮีโร่ในเกมนั้น  

"ผมไม่มีพลังงานเพียงพอที่จะทำมันเป็นคนสุดท้ายได้ดี ดังนั้นผมจำเป็นต้องทำอย่างใดอย่างหนึ่งมากกว่าการเลี้่ยงบอล ซึ่งมันอาจจะไม่เป็นไปในทางที่ดี หรือว่าจะยิงเลย ,ผมนั้นเห็น โอลิเวอร์ คาห์น ออกมาจากประตูเล็กน้อย และผมก็ต้องการยิงผ่านข้ามตัวเขาไป" ราฟน์ ที่จังหวะก่อนเป็นประตู กระดกข้ามหัวโทมัส เฮลเมอร์ และยิงก่อนที่ มาร์คุส บับเบิ้ล จะมาถึงบอล กล่าวเพิ่มในจังหวะประตูความทรงจำ

ซึ่งหลังจากบอลเสียบใต้คาน ทำให้ บรอนด์บี้ พลิกแซง 2-1 ราฟน์ จำได้แม่นยำกับเสียงของแฟนบอลในสนาม

"มันเหมือนเสียงคล้ายระเบิด เสียงนั้นมันน่าอัศจรรย์"

แม้ว่าประตูนี้จะเป็นประตูแห่งความทรงจำในการเล่นอาชีพ ของ ราฟน์ แต่น่าเสียดาย!!  อีก 5 เกมต่อจากนั้น ทีมแชมป์ลีก สูงสุด 10 สมัยของเดนมาร์ก ก็พบกับความพ่ายแพ้ทั้งหมด ก่อนจะร่วงตกรอบเป็นอันดับสุดท้ายของกลุ่ม