อันเดรส คริสเตนเซ่น : ดาวรุ่งเชลซี, โชว์เทพที่กลัดบัด, เป้าหมายบาร์ซ่าและบาเยิร์น

Kristan Heneage เชื่อว่า อันเดรส คริสเตนเซ่น จะมีอนาคตที่สดใสในวงการลูกหนัง ไม่ว่าจะไปเล่นในที่ใดบนโลกก็ตาม…

เรื่องเล่า 60 วินาที

FACT FILE

  • วันเกิด: 10 เมษายน 1996
  • สถานที่เกิด: ลีลล์รอด, เดนมาร์ก
  • ส่วนสูง: 6 ฟุต 2 นิ้ว
  • ตำแหน่ง: เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ
  • ต้นสังกัดปัจจุบัน: โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค (ยืมตัวจากเชลซี) (36 นัด, 3 ประตู)
  • ทีมชาติ: เดนมาร์ก (4 นัด, 0 ประตู)

ต้องยอมรับว่า ส่วนหนึ่งที่ผลงานของ เชลซี ออกทะเลในปีนี้ก็เพราะว่า ทีมดังแห่งกรุงลอนดอนมีปัญหาในแนวรับอย่างหนัก โดยเฉพาะ จอห์น เทอร์รี่ และ บรานิสลาฟ อิวาโนวิช ที่เลยจุดพีคมาแล้วทั้งคู่ ซึ่งรับรองว่า ในปีหน้า อันโตนิโอ คอนเต้ กุนซือใหม่ของทีม จะต้องเข้ามายกเครื่องแผงหลังแน่นอน และ อันเดรส คริสเตนเซ่น อาจจะได้เป็นส่วนหนึ่งแห่งยุคใหม่ของ “สิงโตน้ำเงินคราม” ก็เป็นได้

คริสเตนเซ่น เริ่มต้นเล่นฟุตบอลกับ บรอนด์บี้ โดยพ่อของเขาอย่าง สเตน คริสเตนเซ่น  ก็เคยเป็นผู้รักษาประตูของทีมดังแห่ง เดนมาร์ก มาก่อนเช่นกัน

ในปี 2012 ยักษ์ใหญ่อย่าง ลิเวอร์พูล, บาเยิร์น มิวนิค, อาร์เซนอล และ อาแจกซ์ฯ ต่างพยายามขอเซ็นสัญญากับปราการหลังที่ตอนนั้นอายุเพียง 15 ปี แต่กลับเป็น เชลซี ที่ปาดหน้าคว้าชิ้นปลามันมาได้ในที่สุด

หลังจากนั้น คริสเตนเซ่น ต้องรอถึง 18 เดือน กว่าที่จะได้ประเดิมสนามในเกมทางการกับต้นสังกัดใหม่ โดยเกมนั้นคือ เกมลีกคัพ ที่ “สิงโตน้ำเงินคราม” พบกับ ชรูว์สบิวรี่ ทาวน์ ซึ่งคนที่ให้โอกาสเขา คือ โชเซ่ มูรินโญ่ อดีตกุนซือขวัญใจแฟนๆนั่นเอง

“แมนออฟเดอะแมตช์ คือ อันเดรส คริสเตนเซ่น” มูรินโญ่ กล่าวหลังเกมนั้น จากวันนั้น ดาวรุ่งเลือดเดนช์ มีโอกาสลงเล่นในเกม เอฟเอ คัพ ที่ เชลซี พลิกแพ้ แบรดฟอร์ด คาบ้าน และ เกมปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกกับ ซันเดอร์แลนด์ อีกหนึ่งครั้ง

ซึ่งนั่นทำให้เจ้าตัวรู้สึกไม่พอใจ จึงตกลงกับ มูรินโญ่ ก่อนได้ข้อสรุปว่า คริสเตนเซ่น ต้องถูกปล่อยยืมตัว เพื่อโอกาสลงเล่นที่มากขึ้น และเป็น โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ที่ทำการชนะทุกทีม พร้อมกับมีอ็อปชั่นยืมตัวยาวนานถึงสองปี(ถึง 2017) และนั่นคือการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะปัจจุบัน กองหลังชาวเดนิช ลงสนามในบุนเดสลีก้าไปแล้วถึง 27 เกม

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ฟอร์มในเกมแชมเปี้ยนลีกที่ คริสเตนเซ่น สกัดกั้นแนวรุกของยอดทีมอย่าง ยูเวนตุส และ เซบีญ่า ได้อย่างแข็งแกร่งและโดดเด่น

แน่นอนว่า หลายคนมองว่า คริสเตนเซ่น ยังมีอนาคตใน สแตมฟอร์ด บริดจ์ อยู่ โดยแม้จะประเดิมสนามกับ มึนเช่นกลัดบัค อย่างสุดบู่ (แพ้ ดอร์ทมุนด์ 0-4) แต่หลังจากนั้น อดีตเด็กฝึกบรอนด์บี้ ก็เค้นฟอร์มเก่งชนะใจแฟนๆ ด้วยการถูกโหวตเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนถึงสองครั้ง  

โดยเฉพาะฟอร์มในเกมแชมเปี้ยนลีกที่ คริสเตนเซ่น สกัดกั้นแนวรุกของยอดทีมอย่าง ยูเวนตุส และ เซบีญ่า ได้อย่างแข็งแกร่งและโดดเด่น

ซึ่งหาก เชลซี ยังดำเนินนโยบายปล่อยดาวรุ่งฝีเท้าดีออกไปแบบนี รับรองว่าทีมดังๆอย่าง บาร์เซโลน่า หรือ บาเยิร์น มิวนิค ที่มีกระแสข่าวว่าสนใจตัว ปราการหลังชาวโคนม มาหลายเดือนแล้ว จะเข้าคิวต่อแถวซื้อในซัมเมอร์นี้แน่นอน อย่างไรก็ตาม สื่อหลายกระแสรายงานว่า “สิงโตน้ำเงินคราม” ไม่มีความคิดที่จะปล่อยตัว คริสเตนเซ่น ออกไปแต่อย่างใด

Andreas Christensen

ฟอร์มแกร่งสุดๆ

จุดแข็ง

คริสเตนเซ่น มีสถิติการจ่ายบอลดีในบุนเดสลีก้าถึง 87% ซึ่งสถิตินี้ดีกว่า ปราการหลังแชมป์โลกอย่าง แมตส์ ฮุมเมลส์

บ่อยครั้งที่ คริสเตนเซ่น ถูกจับไปเปรียบเทียบกับรุ่นพี่อย่าง จอห์น เทอร์รี่ ซึ่งการเล่นบอลบนพื้นของทั้งคู่ มีความคล้ายคลึงกันอย่างมาก

จุดเด่นของ กองหลังเลือดเดนส์ คือ การจ่ายบอลที่แม่นยำ โดย คริสเตนเซ่น  มีสถิติการจ่ายบอลดีในบุนเดสลีก้าถึง 87% ซึ่งสถิตินี้ดีกว่า ปราการหลังแชมป์โลกอย่าง แมตส์ ฮุมเมลส์ ของ ดอร์ทมุนด์ (85%) ด้วยซ้ำ นอกจากนี้ การเปิดบอลยาวของเขา ก็แม่นยำเช่นกัน

Andreas Christensen vs Kurt Zouma || Goal, Passes and Defending

คริสเตนเซ่น แสดงให้เห็นถึงความนิ่งในการครองบอล

คริสเตนเซ่น ยังโดดเด่นในเรื่องการแย่งบอลและขโมยบอลอย่างชาญฉลาด โดยตั้งแต่ลงเล่นในบุนเดสลีก้า ดาวรุ่งจากเชลซี ทำสถิติฟาล์วเพียงแค่ 10 ครั้ง และโดนเพียง 1 ใบเหลืองเท่านั้น ซึ่งสถิติการแย่งบอลของเขาดีกว่า อีกหนึ่งกองหลังแชมป์โลกอย่าง เจโรม บัวเต็ง อีก

จุดอ่อน

ด้วยความสูงถึง 6 ฟุต 2 นิ้ว ทำให้หลายคนคาดหวังในเรื่องลูกกลางอากาศจากเขา แต่ว่า ผลที่ได้ก็คือ คริสเตนเซ่น ชนะการโหม่งเพียง 55% ในบุนเดสลีก้า ซึ่งน้อยกว่า ฮุมเมลส์ ถึง 17% และน้อยกว่า บัวเต็ง ถึง 14%

ปากคำคนใกล้ตัว

“ผมบอกเขาว่าให้แย่งตำแหน่งผมให้ได้ และผมเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นนักฟุตระดับโลกและกลายเป็นคนสำคัญของ เชลซี”

- จอห์น เทอร์รี่

เทอร์รี่ เป็นคนที่ยอมรับในตัว คริสเตนเซ่น มากที่สุดคนหนึ่ง ซึ่ง อดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษ เคยให้สัมภาษณ์ถึงรุ่นน้องรายนี้อย่างน่าสนใจ

 “ผมบอกเขาเสมอว่า เขาต้องไล่ตามผมและแซงผมให้ได้” เทอร์รี่ กล่าว “ผมบอกเขาว่าให้แย่งตำแหน่งผมให้ได้ และผมเชื่อว่าเขาจะกลายเป็นนักฟุตระดับโลกและกลายเป็นคนสำคัญของ เชลซี”

เช่นเดียวกับ ผู้จัดการทีมชาติเดนมาร์กอย่าง อาเก้ ฮาไรเด้ ที่ชื่นชมถึงพรสวรรค์ของดาวรุ่งรายนี้บ่อยครั้ง

“เขาทำให้ผมคิดถึง ฟร้านซ์ เบ็คเค่นบาวเออร์” ฮาไรเด้ เผย “แต่เขายังมีงานอีกมากที่ต้องทำเพื่อไปให้ถึงจุดเดียวกับ เบ็คเค่นบาวเออร์ แต่เขามีอนาคตที่สดใสแน่นอน”

John Terry

เทอร์รี่ รู้ดีว่าจะสอนรุ่นน้องอย่างไรเพื่อให้เกิดกับ เชลซี

รู้หรือไม่

คริสเตนเซ่น ก็เหมือนกับดาวดังอีกหลายคน ที่มาเปลี่ยนตำแหน่งการเล่น หลังเป็นนักเตะอาชีพ

โดยก่อนหน้านี้ ดาวเตะวัย 20 ปี เคยเล่นเป็นกองหน้ามาก่อน ซึ่ง คริสเตนเซ่น แสดงให้เห็นถึง สัญชาตญาณดาวยิงเก่า มาแล้ว ในเกมที่เขายิง 2 ประตูช่วยให้ กลัดบัค ถล่ม แวร์เดอร์ เบรเมน 5-1

“ใช่ ผมเคยเล่นกองหน้ามาก่อน ตอนนั้นผมน่าจะอยู่ในทีมยู 15 หรือ 16 เนี่ยแหละ แต่ผมเล่นอยู่ไม่นานหรอกนะ” คริสเตนเซ่น กล่าว

สิ่งที่รออยู่

คำถามก็คือ เชลซี จะมีพื้นที่ให้ คริสเตนเซ่น ในปีหน้าหรือไม่?

เพราะว่าสัญญายืมตัวของเขา ยังมีอยู่อีกหนึ่งปี แต่อาจเป็นไปได้ว่า ทั้งสองทีมจะตกลงยกเลิกข้อผูกมัดดังกล่าวก่อน

“ผมยังไม่ได้คุยกับ อันเดรส ในเรื่องนี้นะ” พ่อของเขา ตอบคำถาม “สัญญาของ อันเดรส มีอยู่สองปีที่กลัดบัด ตอนนี้เขาควรจะโฟกัสที่ทีมอย่างเดียวและช่วยให้ทีมทำผลงานให้ดีที่สุด ตามสัญญาคือ เราสามารถคุยกันได้ เมื่อผ่านไปหนึ่งปี ว่าทั้งสองฝ่ายเป็นไง โอเคกันไหม และเราก็ยังไม่ได้คุยกับ เชลซี ในเรื่องนี้เหมือนกัน และผมคิดว่า เราไม่ควรคุยด้วย”

ขณะที่เจ้าตัว ยังคงไม่ตัดสินใจอะไรเลย

“มันยากที่จะบอก เพราะหากผมกลับไป แล้วไม่ได้ลงสนาม มันคงไม่มีความสุขเท่าไร” คริสเตนเซ่น เปิดใจ “การอยู่กับ กลัดบัด ทำให้ผมได้เล่น และผมตั้งใจจะอยู่ที่นี่ตามสัญญา และเมื่อผมกลับไป เชลซี ผมยังมีสัญญาอีกสามปี ดังนั้น อนาคตของผมอยู่ที่พวกเขาอยู่แล้ว แต่ไม่ว่าจะที่ไหน ผมก็มีความสุขที่จะได้อยู่กับทุกคน”

สรุปแล้วก็คือ อนาคตของ คริสเตนเซ่น อยู่ที่ตัวเขาเอง…

เรียกว่า หล่อเลือกได้ ของจริงเลยครับ(ฮา)