อังเคล ดิ มาเรีย : เพราะหัวใจไม่เคยอยู่ที่แมนเชสเตอร์

ชีวิตในลีกเอิงของ อังเคล ดิ มาเรีย กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง และ Alex Hess จะมาวิเคราะห์ว่า เหตุใด ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่าถึงล้มเหลวในพรีเมียร์ลีก และไม่เคยมีความสุขในแดนผู้ดี…

หลายเดือนมานี้ แฟนๆ “ปีศาจแดง” ต่างหงุดหงิดกับฟอร์มการเล่นของทีมรัก โดย หลุยส์ ฟาน กัล ได้เปลี่ยนทีมที่รักการเล่นเกมรุกเป็นชีวิตจิตใจ ให้เป็น ทีมที่ผ่านบอลไปมา พร้อมทำให้ทุกคนหลับ เรียบร้อยแล้ว

แม้ว่าตอนนี้รูปแบบการเล่นของทีมจะดีขึ้น แต่ผลงานในลีกก็ยังห่างไกลจากจ่าฝูง หรือแม้กระทั่งตำแหน่งท็อปโฟร์อยู่พอสมควร ซึ่งบอกได้เลยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะ การซื้อขายที่ผิดพลาด จนทำให้ ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ ประสบชะตาเช่นนี้

ภาพแฟนๆเดินออกจากสนามก่อนหมดเวลาหลายนาที กลายเป็น เรื่องธรรมดาแล้ว

ปัญหา คือ ฟาน กัล ปล่อยตัวผู้เล่นในแนวรุกในช่วงสองปีมานี้โดยตลอด ไม่ว่าจะเป็น โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ หรือ นานี่ ที่แม้จะอายุมากขึ้น แต่รับรองว่า ทีเด็ดทีขาดดีกว่า เมมฟิส เดปาย เยอะ หรือจะเป็น ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ ที่ไปเจิดจรัสในเยอรมัน ทั้งยังมีสถิติยิงประตูมากกว่ากองหน้าทั้งหมดของ แมนฯยูไนเต็ด รวมกัน เช่นเดียวกับ ชินจิ คากาวะ ที่ทำแอสซิสต์ให้ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มากกว่าผู้เล่น “ปีศาจแดง” ทุกคนในเวลานี้

และแน่นอนที่สุด กับ อังเคล ดิ มาเรีย..

แม้เจ้าตัวต้องการจะย้ายทีมเอง พร้อมให้เหตุผลว่า หนึ่งปีใน โอลด์ แทร็ฟอร์ด ไม่มีความสุขเอาซะเลย ทั้งยังโชว์ฟอร์มออกทะเลอีกด้วย แต่ที่น่าสงสัยที่สุด คือ เมื่อย้ายไปฝรั่งเศส ทำไมดิ มาเรีย กลับกลายเป็นคนเดิมเมื่อครั้งสมัยเล่นให้ เรอัล มาดริด และทีมชาติอาร์เจนติน่าได้อย่างง่ายดาย…

มั่นใจอีกครั้ง

ในช่วงหลังๆมานี้ ดิ มาเรีย ยิ่งโชว์ฟอร์มได้โดดเด่นขึ้นเรื่อยๆทุกวัน โดย อดีตกองกลางเบนฟิก้า กลายเป็นตัวหลักที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะขาดไม่ได้ไปแล้ว

ประตูสุดสวยที่เขายิงได้ในเกมกับ อองเชร์ บอกถึงความมั่นใจของ ดิ มาเรีย ได้อย่างดี โดยหลายคนถึงกับบอกว่า ประตูนี้เป็นประตูที่สวยที่สุดในชีวิตการค้าแข้งของ ยอดปีกชาวอาร์เจนไตน์ เลย

อดีตกองกลางเบนฟิก้า กลายเป็นตัวหลักที่ ปารีส แซงต์ แชร์กแมง จะขาดไม่ได้ไปแล้ว

แม้ในตำแหน่งของเขา จะมีคู่แข่งอย่าง ฮาเวียร์ ปาสตอเร่ และ ลูคัส มูร่า แต่ ดิ มาเรีย ก็แสดงให้เห็นว่า ตัวเขามีดีกว่าทั้งคู่ โดยนับจนถึงตรงนี้ ดาวเตะเลือดฟ้าขาว ยิงไปแล้วถึง 13 ประตู พร้อมทำอีก 10 แอสซิสต์จากทุกรายการ ทั้งยังทำสถิติจ่ายบอลสำคัญมากที่สุดในยุโรป เคียงข้างดาวเตะชื่อดังอย่าง เมซุต โอซิล, เนย์มาร์, เควิน เดอ บรุนย์ และ ดิมิทรี่ ปาเย่ต์

เป็นส่วนสำคัญของทีม

ลีกง่ายๆ?

ขนาดคนที่ตกต่ำในอังกฤษอย่าง ฮาเต็ม เบน อาฟา ยังกลายเป็นสุดยอดดาวเตะของลีกเอิงได้เลย

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ ดิ มาเรีย คืนฟอร์มได้อย่างรวดเร็ว คือ คู่แข่งร่วมลีกของต้นสังกัดเขา เหมือนมาจากคนละลีกเลย โดยดูจากตารางคะแนน จะเห็นได้ชัดว่า ทีมดังแห่งเมืองหลวง นำหน้าอันดับ 2 ถึง 24 คะแนน และขนาดคนที่ตกต่ำในอังกฤษอย่าง ฮาเต็ม เบน อาฟา ยังกลายเป็นสุดยอดดาวเตะของลีกเอิงได้เลย เพราะฉะนั้น หลายอย่างที่ว่ามา จึงบอกเราได้อย่างดี

และยิ่งเป็นนักเตะระดับ แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนลีก ทั้งยังพาทีมผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาแล้ว อะไรมันจะยากเกินความสามารถละ?

เอาชื่อมาทิ้งที่แดนผู้ดี

อันที่จริง เราต่างรู้ดีว่า ดิ มาเรีย คือ ของจริง ยิ่งในวันที่เขาท็อปฟอร์ม ระดับของ ดาวเตะอาร์เจนไตน์ ก็ใกล้เคียงกับสองดาวเตะนอกโลก(รู้กันนะ ฮา)เช่นกัน

ด้วยความเร็วและพรสวรรค์การเลี้ยงบอลของเขา ทำให้ ดิ มาเรีย เป็นปีกที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่ง เช่นเดียวกับเมื่อ อดีตกองกลางเรอัล มาดริด ขยับไปเล่นในบทบาทเพลย์เมคเกอร์ การจ่ายบอลของเขา ก็สร้างประโยชน์ให้กับทีมได้มากมาย

ปรัชญาของ ฟาน กัล ตรงข้ามกับสไตล์การเล่นของ ดิ มาเรีย โดยสิ้นเชิง

ทว่า ทำไม ดิ มาเรีย ถึงล้มเหลวในแดนผู้ดี?

แน่นอนว่า ส่วนหนึ่งคือ ความผิดของผู้ที่ใช้เขาอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล เพราะในเมื่อคุณเป็นคนดูแลทีม คุณจำเป็นต้องมีส่วนรับผิดชอบฟอร์มที่ห่วยแตกของลูกทีมด้วย

ฟอร์มตกหลังจากหายเจ็บ

กรณีนี้ไม่ใช่เกิดขึ้นกับ อดีตดาวเตะหมายเลข 7 คนเดียว เพราะนักเตะอย่าง เวยน์ รูนีย์, ฆวน มาต้า, อังเดร เออร์เรร่า หรือ เมมฟิส เดปาย ต่างมีช่วงเวลาที่ยากลำบากในซีซั่นนี้ ซึ่งเชื่อได้เลยว่า ส่วนหนึ่งเป็นเพราะแผนของ ฟาน กัล ที่จำกัดรูปแบบการเล่นของทีมเอาไว้ นั่นทำให้เหล่าบรรดาตัวสร้างสรรค์เกมของทีมต่างประสบเจอความยากลำบากในการทำเกมรุก

ปรัชญาของ อดีตกุนซือบาเยิร์น มิวนิค ก็คือ เล่นแบบปลอดภัย เน้นผ่านบอลไปมา และห้ามบุกแบบเสี่ยงๆ จนทำให้ทีมมีโอกาสเสียประตูโดยเด็ดขาด

ซึ่งจะเห็นได้ว่าทั้งหมดตรงข้ามกับสไตล์การเล่นของ ดิ มาเรีย โดยสิ้นเชิง เพราะ ปีกค่าตัวแพง เป็นพวกชอบกระฉากลากเลื้อย พร้อมลุยฝ่าดงคู่แข่งเสมอ ทั้งยังมักผ่านบอลแบบกล้าได้กล้าเสีย หรือเปิดแบบวัดดวง ไปเลย

และด้วยวิธีการเล่นแบบนี้ ทำให้เขาไม่ค่อยเป็นที่ถูกอกถูกใจ ฟาน กัล มากนัก และนั่นก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ ชีวิตของเขาในโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่มีความสุขเอาซะเลย..

สไตล์ของ ดิ มาเรีย ตรงข้ามกับปรัชญาของ คิงหลุยส์

หัวใจไม่ใช่สีแดง

ผมอยากย้ายมาอยู่กับ เปแอสเช ทว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องกฎการเงิน นั่นทำให้ผมต้องย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด

- อังเคล ดิ มาเรีย

นอกเหนือจากปัญหาในสนาม ปัญหานอกสนามก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ ดิ มาเรีย ฟอร์มหลุดอย่างน่าเกลียด

เพราะเขาไม่เคยปรับตัวเข้ากับชีวิตในแมนเชสเตอร์ได้เลย..

“ทุกครั้งที่ผู้เล่นต่างชาติย้ายเข้ามาประเทศที่เขาไม่เคยรู้จัก มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆแน่นอน” โลร็องต์ บล็องก์ กล่าวเมื่อเดือนที่แล้ว “อาจเป็นเพราะที่นี่(เปแอสเช) มีผู้เล่นจากอเมริกาใต้มากกว่า ทำให้เขาปรับตัวได้ง่ายขึ้น และด้วยความซัตย์จริง ผมคิดว่า ปารีสและฝรั่งเศส เหมาะกับ ดิ มาเรีย มากกว่าอังกฤษ”

ก่อนหน้านี้ ปีกทีมชาติอาร์เจนติน่า เคยบอกว่า “ความตั้งใจผมคืออยากอยู่กับ มาดริด ต่อ ผมไม่รู้จริงๆถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของดีลนี้ มันเป็นเรื่องของเอเยนต์ และเมื่อต้องย้าย จริงๆผมอยากย้ายมาอยู่กับ เปแอสเช ทว่าพวกเขามีปัญหาเรื่องกฎการเงิน นั่นทำให้ผมต้องย้ายมาอยู่กับ ยูไนเต็ด”

ทั้งยังมาเจอปัญหา ขโมยขึ้นบ้าน และโดนสื่ออังกฤษตามจิกกัด จึงทำให้ ดิ มาเรีย ไม่ต้องการกลับมาที่นี่อีก(หนีรายงานตัว จนต้องยอมขายทิ้ง)

เพราะคงบอกได้ว่า จริงๆแล้ว หัวใจของเขา ไม่เคยอยากอยู่ที่ แมนเชสเตอร์ เลย…

พบเพื่อเพียงจาก

ดิ มาเรีย เดินตามรอย ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, เคลแบร์สัน หรือ เบเบ้ มากกว่าที่จะเป็นดั่ง เอริค คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

สรุปแล้วก็คือ ชีวิตของ ดิ มาเรีย ไม่เหมาะสมกับชีวิตในแมนเชสเตอร์ แทบทั้งหมด ตั้งแต่เรื่องนอกสนามยันเรื่องในสนาม อีกทั้ง “ปีศาจแดง” ไม่เคยเป็นทีมในฝันของ ดาวเตะทีมชาติอาร์เจนติน่า

เพราะบางสถานที่เหมาะกับแค่บางคนเท่านั้น

นั่นทำให้ ดิ มาเรีย ถึงเดินตามรอย ฮวน เซบาสเตียน เวรอน, เคลแบร์สัน หรือ เบเบ้(ฮา)

มากกว่าที่จะเป็นดั่ง เอริค คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม หรือ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

แต่ไม่ว่าอย่างไร เหล่า “เร้ด เดวิลล์” ทุกคนต้องขอขอบคุณ ดิ มาเรีย ที่ผ่านมาเข้ามาช่วงหนึ่งในชีวิต เพราะอย่างน้อย เขาก็สอนให้เราได้รู้ว่า…

ถ้าไม่มีใจให้ สุดท้ายก็ไปอยู่ดี…

(ฮาและซึ้ง – ผู้แปล)