อัศวินแห่งอาหรับ : เปิดปูม 24 แข้ง “เหยี่ยวมรกต” ชุดปะทะ “ช้างศึก”

ณ​ สนามคิง ฟา ฮัด สเตเดี้ยม…. ที่นี่… เคยเป็นสังเวียนฟาดแข้งระหว่างซาอุดีอาระเบียกับไทยมาแล้ว ในศึกฟุตบอลโลก 2014 รอบคัดเลือกเดือนพฤศจิกายนปี 2011…

ในตอนนั้นทีม “เหยี่ยวมรกต” มีชัยเหนือ “ช้างศึก” ไป 3-0 จำเนียรกาลผ่านไปเกือบ 5 ปี นักรบแดนทะเลทราบทีมนี้มีหลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนไปมากมาย

เริ่มต้นจากตำแหน่งหัวเรือใหญ่… จาก แฟร้งค์ ไรจ์การ์ด มาเป็น เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจค์ ขณะเดียวกันในฟากฝั่งของตัวผู้เล่นมีนักเตะหลงเหลือมาจากชุดดังกล่าว 8 คนด้วยกัน

วาลีด อับดุลลาห์, ยาซิร อัล มุไซลีม, โอซามะ ฮอว์ซาวี, ฮัสวัน มูเอธ, ไตซิร อัล-จาสซิม, ยะห์ยา อัล-เชห์รี, นาวาฟ อัล-อเบด รวมถึง นาอิฟ ฮาซาซี่ คนทำประตูแรกในวันนั้นด้วย

ขณะที่อีก 16 รายก็ถูกเติมเข้ามาเพื่อทำภารกิจผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี พวกเขาเหล่านั้นเป็นใคร? และ 8 คนที่เหลืออยู่จากชุดก่อนยังอยู่สถานะเดิมไหม - ใครก้าวมาเป็นตัวจริง ใครถูกดร็อปเป็นสำรอง? ติดตามได้ในบรรทัดต่อจากนี้ไป...

ผู้รักษาประตู

อัสซาฟ อัล-คาร์นี่

นายด่านวัย 32 ปีเริ่มต้นเฝ้าเสาให้กับอัล-เวห์ดะ และเล่นให้ที่นั่นถึง 15 ปีก่อนจะย้ายอัล-อิตติฮัด เมื่อปี 2015 แบบไม่มีค่าตัว

แม้จะติดทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2007 และอยู่ในทีมชุดเอเชียน คัพ ที่ไทย, อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และเวียดนามเป็นเจ้าภาพ แต่ก็เป็นตัวสำรองอดทนมาตลอด ยกเว้นเพียงแค่ทัวร์นาเม้นต์กัล์ฟ คัพ ปี 2010 ที่ได้ลงเป็นตัวจริงทั้งทัวร์นาเม้นต์ ก่อนจะพ่ายคูเวตในช่วงต่อเวลาพิเศษ นัดชิงชนะเลิศไป 1-0

วาลีด อับดุลลาห์

มือกาวผู้เป็นมือหนึ่งตอนที่เจอกับไทยนัดนั้นเคยมีข่าวฮือฮาว่าโดนจับตัดผมกลางสนามบอลมาแล้วในเกมซาอุดี โปรเฟสชั่นแนล ลีก เนื่องจากทรงผมที่เป็นโมฮอว์กนิดๆของเขาดูไม่เป็นอิสลามิกชน ซึ่งถือว่าเคร่งมากในลีกซาอุฯ

เขาถือเป็นนักเตะอีกคนที่อยู่กับทีมชาติชุดใหญ่มาตั้งแต่เอเชียน คัพ ปี 2007 ก่อนจะยึดตำแหน่งตัวจริงได้ในฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก ปี 2010 แต่ก็มาเสียตำแหน่งมือ 1 ทีมชาติให้กับ คาเล็ด ชาราฮิลี่ หลังเสร็จศึกเอเชียน คัพ 2015 ที่พวกเขาตกรอบแรกเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน และหายไปจากสารบบทีมชาติตั้งแต่วันนั้น

อย่างไรก็ตามจากการที่ชาราฮิลี่ผ่าตัดนิ้วมือเมื่อ 2 เดือนก่อน ทำให้เขาถูกเรียกมาติดทัพอีกครั้ง และได้ลงเป็นตัวสำรองในเกมที่ชนะลาว 4-0

ยาซิร อัล มุไซลีม

มือกาววัย 32 ปีเป็นตัวสำรองมาตลอดในรอบคัดเลือกที่ผ่านมา ก่อนที่จะได้ลงเฝ้าเสาในครึ่งแรกของนัดที่อุ่นแข้งกับทีมชาติลาว

เขาเป็นมือหนึ่งของทัพเหยี่ยวมรกตชุดที่คว้ารองแชมป์เอเชียน คัพ เมื่อ 9 ปีก่อนที่จะเสียตำแหน่งให้กับ วาลีด อับดุลลาห์ และก็ต้องลุ้นกันว่าระหว่างเขากับวาลีด ใครจะได้เฝ้าเสาเจอกับไทย

กองหลัง

อับดูระห์มาน อัล-โอบาอิด

แบ็คซ้ายวัย 23 ปีรายนี้ไม่เคยถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่มาก่อนเลย จนกระทั่งกุนซือ เบิร์ต ฟาน มาร์ไวจค์ เรียกมาเพื่อทำศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบ 12 ทีมสุดท้าย และได้ประเดิมสนามในฐานะตัวสำรองในเกมอุ่นเครื่องนัดล่าสุดนี่เอง

โดยตอนนี้เขาเพิ่งหมดสัญญากับต้นสังกัดอัล-คาดิซิยะห์ ทำให้สามารถย้ายไปทีมไหนก็ได้ในช่วงนี้ แม้ว่าทางสโมสรจะต้องการต่อสัญญาก็ตาม หลังจากทำผลงานยิง 1 จ่าย 4 ไปเมื่อฤดูกาลก่อน

ฮัสซัน มูเอธ

แบ็คขวาวัย 30 ปีถือเป็นกำลังเสริมชั้นดีในแผงหลัง เมื่อติดทีมชาติตั้งแต่รอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2006 ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพ ซึ่งในรอบที่ผ่านมาก็ได้ลงเล่นในนัดที่เจอกับติมอร์-เลสเต้ และปาเลสไตน์

แต่ถึงแม้จะเป็นตัวสำรองกับทีมชาติ เขาก็ลงเป็นตัวจริงอย่างสม่ำเสมอกับต้นสังกัดอัล-ชะบ๊าบ ทีมเดียวกับวาลีดและยังเป็นต้นสังกัดใหม่ของ เฮแบร์ตี้ อดีตสตาร์ราชบุรี แถมยังยิงได้ทุกซีซั่นนับตั้งแต่ฤดูกาล 2011/12 เป็นต้นมา

มันซูร์ อัล-ฮารบี้

แบ็คซ้ายรายนี้กลับมาติดทีมชาติอีกครั้ง หลังจากหายหน้าหายตาไปตั้งแต่เสร็จทัวร์นาเม้นต์เอเชียน คัพ เมื่อปีก่อน โดยเข้ามาแทน อับดุลลาห์ อัล-โซอารี คีย์แมนที่เคยลงเล่นในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่เจอกับไทยเมื่อ 5 ปีที่แล้วที่บาดเจ็บไป

ซึ่งนักเตะสังกัดอัล-อาห์ลี ที่สามารถเล่นได้ทั้งเซ็นเตอร์ฮาล์ฟและมิดฟิลด์ตัวรับ ฟอร์มดีเอามากๆในฤดูกาลที่ผ่านมา เมื่อทำไป 4 ประตู และแอสซิสต์ 5 หนรวมทุกรายการ

โมฮัมเหม็ด อัล-เบรอิค

ก่อนหน้านี้แบ็คขวาวัย 23 ปีถูกเรียกมาติดทีมชาติชุดใหญ่ในเกมคัดบอลโลกรอบที่แล้วก้บสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และมาเลเซีย แต่ยังไม่ได้ลงสนามสักนัด

แต่หลังจากที่ฤดูกาลก่อนทำไป 2 ประตูกับอีก 5 แอสซิสต์ให้กับอัล-ฮิลาล ฟาน มาร์ไวจก์จึงไม่รอช้า ลองของส่งเขาประเดิมตัวจริงนัดเจอลาวทันที เมื่อไม่มี ยาซิร อัล-ชะห์รานี่ ที่เจ็บไป

โมฮัมเหม็ด อัล-ฟาติล

เซ็นเตอร์ฮาล์ฟวัย 24 ปีห่างหายจากการรับใช้ชาติมาตั้งแต่ศึกฟุตบอลชิงแชมป์เอเชียตะวันตกที่บาห์เรนเมื่อปี 2012 ก่อนจะหวนคืนสู่ทัพกรีน ฟอลคอนส์ อีกครั้ง หลังจากที่พาอัล-อาห์ลีคว้าดับเบิ้ลแชมป์บอลลีกและบอลถ้วยได้สำเร็จ อีกทั้งยังเป็นทีมที่เสียประตูน้อยที่สุดในลีกด้วย

โดยเกมอุ่นแข้งนัดล่าสุด เขาส่งลงมาแทน โอมาร์ ฮอว์ซาวี่ จึงคาดว่ารอบนี้เขาน่ามาเป็นแบ็คอัพมากกว่าที่จะยืนเป็นตัวจริงทันที