บ้าน อากาศ และฟุตบอล : โลกใหม่ของ 2 เด็กไทยที่ควีนส์ปาร์คฯ

“ใช่ครับ… นี่ คือ การมาต่างประเทศครั้งแรกของพวกผม”

นี่ คือ คำพูดของ โซ-สถิตย์ ศรีโสภาคีรี และ ปริญ บุญยเลขา 2 ดาวรุ่งชาวไทยวัย 16 ปี จากชัยนาท ฮอร์นบิล เอฟซี และแอร์ฟอร์ซ เอฟซี ผู้ได้รับเลือกเข้าร่วมโครงการ AirAsia QPR Coaching Clinic 2017 ให้มาฝึกซ้อมตามโปรแกรมทีมเยาวชนของควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส และรับประสบการณ์วิถีลูกหนังในแบบฉบับผู้ดีเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคมที่ผ่านมา พร้อมกับอีก 6 ดาวรุ่งจาก 4 ชาติ ได้แก่ จีน, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

โซ-สถิตย์ คือ เด็กหนุ่มจาก หมู่บ้านเปิงเคลิง อ.อุ้มผาง ซึ่งอยู่บนเทือกเขาอันห่างไกลในจังหวัดตาก เขานับเป็นชาวกะเหรี่ยงปกาเกอะญอ นับถือศาสนาคริสต์ ชีวิตของเขาอยู่กับฟุตบอลบนเขามาตลอด และเพิ่งได้รับการเรียนรู้ฟุตบอลอย่างถูกวิธีตอนอายุได้ 14 ปี หลังได้เข้าสู่อะคาเดมี่ของชัยนาท เอฟซี เมื่อ 2 ปีก่อน...ความมุ่งมั่นที่อยากจะเป็นนักเตะอาชีพ กลายเป็นแรงผลักดันที่นำพาเขาไปสัมผัสประสบการณ์ ณ แดนผู้ดี… ส่วน ปริญ กองกลางทักษะดีจากแอร์ฟอร์ซ เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเป็นคนแรก เขามาจากครอบครัวทหารอากาศ และเริ่มต้นอยากเป็นนักเตะอาชีพให้กับแอร์ฟอร์ซ ตั้งแต่ 5 ปีก่อนเมื่อคุณพ่อพาไปชมเกมที่ธูปะเตมีย์

ทั้งคู่มีฝันอยากจะค้าแข้งอาชีพ และได้เล่นในต่างแดน แต่โอกาสยังเคยมาถึง… ไม่เคยแม้แต่จะได้มีโอกาสไปต่างประเทศด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม AirAsia ปลูกฝันให้พวกเขา…

อิงแลนด์เฟิร์สไทม์

ศูนย์กีฬาเฮสตัน (Heston Venue Sport And Social Imperial College London Heston) ตั้งอยู่ใกล้ท่าอากาศยานฮีตโธว์ (Heathrow Airport) ที่นี่ คือ แหล่งเพาะพันธุ์เยาวชนของ  “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ส ภายใต้เนื้อที่ 27 เอเคอร์ สถานที่แห่งนี้จุสนามฟุตบอล 5 สนามใหญ่ สนามหญ้าเทียม และสนามฟุตบอลหญ้าเทียมในร่วมภายในโดมขนาดยักษ์… มัน คือ สถานที่แรกที่ 2 ดาวรุ่งไทยได้ไปเยี่ยมเยียนชีวิตลูกหนังในอังกฤษ

สนามฟุตบอลหญ้าเทียมในร่ม ภายในโดมยักษ์ คือ ที่แรกที่พวกเขาได้ลงฝึกซ้อมกับเหล่านักเตะเยาวชนของควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส ในรุ่นราคราเดียวกัน

“ผมได้มาซ้อมกับทีมเยาวชนของที่นี่ (ควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ส) วันแรกเขาให้ผมไปซ้อมสนามหญ้าเทียม...เด็กที่นี่ กล้าเล่น กล้าเลี้ยง และทักษะดีมากๆ ดีจริงๆ แบบเก่งมากเลยแหละ และโค้ชก็ให้ความสำคัญกับการเล่นโดยเน้นพื้นฐานทักษะ กับจินตนาการมากกว่าบังคับว่าต้องส่งจังหวะแรก โค้ชให้ความสำคัญกับรายละเอียดตั้งแต่การวางเท้า การจัดระเบียบร่างกายเวลาจับบอล บอลมาแบบนี้ ต้องจับเพื่อเล่นต่อยังไง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมไม่เคยเจอ” สถิตย์ เล่าด้วยความตื่นเต้นถึงประสบการณ์การซ้อมฟุตบอลครั้งแรกที่แดนผู้ดี

"โค้ชให้ความสำคัญกับรายละเอียดตั้งแต่การวางเท้า การจัดระเบียบร่างกายเวลาจับบอล บอลมาแบบนี้ ต้องจับเพื่อเล่นต่อยังไง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผมไม่เคยเจอ” - สถิตย์ ศรีโสภาคีรี

ขณะที่ ปริญ บุญยเลขา อีกหนึ่งดาวรุ่งไทยจากแอร์ฟอร์ซ ก็พูดถึงประสบการณ์วันแรกที่สนามซ้อมในทำนองเดียวกัน “ผมชอบสนามของที่นี่ เห็นครั้งแรกแล้วรู้สึก...ดีมาก (ยิ้ม)” เขากล่าวเริ่ม “หญ้าที่นี่สวยมากจริงๆ สิ่งอำนวยความสะดวกครบ ระบบการซ้อมของเยาวชนที่นี่ดีกว่าที่ไทยชัดเจน ผู้เล่นของเขาแต่ละคนทักษะแน่นมาก”

“โค้ชที่นี่ เขาเน้นให้เด็กได้กล้าโชว์ กล้าเล่นมากกว่า ปล่อยให้นักเตะได้เล่นแบบฟรีสไตล์ ไม่ต้องมาบังคับว่าต้องเล่น 1 จังหวะ 2 จังหวะ…ตรงนี้ คือ สิ่งที่ผมประทับใจ”

กลิ่นอายของกรุงลอนดอน

นอกจากการอยู่กับฟุตบอลแล้ว… การได้เห็นถนนหนทาง ได้สัมผัสบ้านเมือง ได้รู้สึกถึงบรรยากาศ และวิถีชีวิตของชาวอังกฤษ ย่อมทำให้ 2 เด็กไทยยิ่งหลงใหลในอังกฤษ

หอนาฬิกาบิ๊กเบน, ลอนดอน อาย, ล่องเรือในแม่น้ำเธมส์ (Thames River) คือ กิจกรรมสามัญที่ไม่ว่าใครต่อใครที่มาประเทศอังกฤษ ย่อมต้องสัมผัส… เช่นเดียวกับน้องๆ ที่ได้โอกาสมาฝึกฝนทักษะลูกหนังกับควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ส ซึ่งทางสโมสรไม่พลาดจัดทริปสุดประทับใจให้กับเหล่าเยาวชนให้ได้สัมผัสมากกว่าเกมฟุตบอล  

“ความจริงสิ่งแรกที่ผมชอบมากที่สุดตอนมาวันแรก คือ บ้านเมือง และสภาพอากาศ”

“ไม่ว่าจะไปที่ไหน ถนนหนทางเขาก็ดูสะอาด สิ่งที่ผมชอบที่สุดคงจะเป็นบ้านเมืองของเขา ตึกรามบ้านช่องดูคลาสสิคดี มันแปลกตาสำหรับผม” ปริญ บุญยเลขา กล่าว…เช่นเดียวกับ น้องโซ-สถิตย์ ศรีโสภาคีรี ที่หลงใหลกับความคลาสสิคของแดนผู้ดี และพูดในทำนองเดียวกัน

“อากาศแบบนี้ผมชอบเลย ผมคิดว่าผมเล่นฟุตบอลได้ดีกว่าในสภาพอากาศแบบนี้” โซ พูดถึงอากาศที่อังกฤษ ซึ่งอยู่ระหว่าง 1 - 10 องศาในช่วงสัปดาห์ที่เขาอยู่ที่นั่น 

ทว่าอาหารการกินอาจเป็นอุปสรรคเสียหน่อยสำหรับ ปริญ หลายครั้งที่เขาเอ่ยปากอยากกินอาหารไทย แต่สำหรับ สถิตย์ แล้วกินได้ไม่ยั้งกับอาหารสไตล์ผู้ดี…

ลอฟตัส โร้ด สังเวียนแห่งฝัน

วันสุดท้ายของทริปนี้ของ 2 ดาวรุ่งชาวไทย...กิจกรรมที่ไม่รู้ลืม คือ การได้เข้าชมเกมการแข่งขันฟุตบอล เดอะ แชมเปี้ยนชิพ อังกฤษ ระหว่าง ควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ส กับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ ที่ลอฟตัส โร้ด สังเวียนเหย้าของ “ทหารเสือราชินี” สถานที่แห่งนี้อยู่ติดริมถนนบนย่านเชฟเฟิร์ดส บุช (Shepherd’s Bush) มองภายนอกเหมือนกับเป็นตึกธรรมดา แต่เมื่อเข้าไปด้านในมัน คือ สนามเหย้าอันสวยงาม

ท่ามกลางสถานการณ์ของทีมที่ไม่สู้ดีนัก เพราะอยู่อันดับ 17 ของตารางก่อนเริ่มเกม แต่แฟนบอลที่เข้ามากว่า 15,000 คน เกือบเต็มความจุของสนามที่อยู่ราวๆ 18,439 คน กลายเป็นสิ่งที่ทำให้ 2 เด็กไทยประทับใจ… ความจริง 2 วันก่อนหน้า (2 มีนาคม พ.ศ. 2560) พวกเขาได้มาเยือนทัวร์สนามแห่งนี้แล้วครั้งหนึ่ง แต่สนามที่ว่างเปล่ากับเต็มไปด้วยเสียงเชียร์อันเร่าร้อน แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง   

“ก่อนเริ่มเกมนี้ เรามาที่นี่ครั้งหนึ่งแล้ว และเขามอบเสื้อพร้อมชื่อของเราปักด้านหลัก ซึ่งก็เซอร์ไพรส์” สถิตย์ พูดถึงวันที่ได้มาสนามลอฟตัส โร้ด ครั้งแรก “แต่วันแข่งมันสุดยอดมาก คนดูเต็มสนาม เห็นแล้วมันก็แบบรู้สึกดีจริงนะ คือ ทางสโมสรจัดให้เราลงไปโบกธงในสนามรอรับนักเตะเดินเข้าสนามก่อนแข่ง และพักครึ่งด้วย” 

“ที่เมืองไทยผมไม่เคยเห็นทีมลีกรองเตะกันแล้วคนเยอะแบบนี้นะ” ปริญ เริ่มพูดถึงมุมของเขาบ้าง…

“ผมคิดว่ามันเป็นสีสันของฟุตบอลอังกฤษ ที่ไม่ว่าทีมเขาจะอยู่อันดับเท่าไหร่ แต่คนก็เดินทางไปเชียร์กัน ต่อให้อยู่อันดับท้ายๆของตารางก็ตาม”

ความรู้สึกอยากลงเล่นท่ามกลางบรรยากาศแบบนี้คงเกิดขึ้นในใจของ 2 หนุ่มไทยเสียเต็มประดา… และหากย้อนเหตุการณ์กลับไปไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้าที่เขาจะได้มาสัมผัสเกมในสนามแบบสดๆ พวกเขาอาจแอบคิดอยู่ในใจว่า “เราอาจมีดีพอเล่นในอังกฤษได้?”

เด็กไทยใจกล้า

ศูนย์ฝึกฮาร์ลิงตัน… นี่ คือ ศูนย์บัญชาการใหญ่ของ “ทหารเสือราชินี” ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส… สถานที่ที่นักเตะทีมชุดใหญ่มาใช้ฝึกซ้อมกันเป็นประจำ นอกจากพื้นที่สนามซ้อมของทีมชุดใหญ่แล้ว ยังมีพื้นที่ขนาดใหญ่จุสนามซ้อมได้อีกนับ 10 สนาม ตลอดจนสนามหญ้าเทียมด้วย

และเช้าวันที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560 พวกเขา…2 เด็กไทยพร้อม 6 แข้งจากเอเชีย ได้ลงสัมผัสสนามใหญ่อุ่นเครื่องครั้งแรกร่วมทีมกับเยาวชนชุดอายุไม่เกิน 14 ปี ภายในศูนย์ฝึกซ้อมฮาร์ลิงตัน หลังจากที่ผ่านมาตลอด 1 สัปดาห์ ได้เพียงแต่ซ้อมตามโปรแกรมของนักเตะเยาวชนเท่านั้น… ปริญ และ สถิตย์ อยู่คนละฝั่งกัน แต่ทั้งคู่ถูกจับไปเล่นตำแหน่งคล้ายๆกัน คือ ปีกซ้าย ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ถนัดของ สถิตย์ อยู่แล้ว เขาวิ่งขึ้น-ลง พยายามช่วยเกมรับ ครองบอลได้ดี สร้างสรรค์โอกาสได้หลายครั้ง เรียกได้ว่าดูโดดเด่นทีเดียว พร้อมกับจัดการ 2 แอสซิสต์ให้เพื่อนทำประตู ขณะที่ ปริญ ซึ่งปกติแล้วเล่นตำแหน่งกองกลาง ทำได้ 1 แอสซิสต์ พาทีมชนะ 5 - 3 นับว่า 2 ดาวรุ่งจากแดนสนามดูดีมีแววทีเดียว  

“ถึงพวกเขาจะอายุน้อยกว่าพวกผม แต่บอลที่นั่นเล่นเพรสซิ่งกันเร็วมาก ถึงตัวเร็ว ไม่มีโอกาสได้คิดเยอะ แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าควรต้องเล่นยังไง” - ปริญ บุญยเลขา

“ผมคิดว่าผมก็เต็มที่ ถือว่าเล่นได้โอเคนะ แต่ผมรู้สึกว่าผมชอบเล่นในสภาพอากาศแบบนี้จริงๆ (หัวเราะ)” สถิตย์ พูดย้ำ “ผมอยากเล่นฟุตบอลอาชีพที่ต่างประเทศ นั่น คือ ความฝันของผม”

“การลงเกมวันนั้นทำให้ผมได้ประสบการณ์ใหม่ๆ” ปริญ พูดถึงสิ่งที่ตัวเองได้รับจากเกมอุ่นเครื่องบ้าง “ถึงพวกเขาจะอายุน้อยกว่าพวกผม แต่บอลที่นั่นเล่นเพรสซิ่งกันเร็วมาก ถึงตัวเร็ว ไม่มีโอกาสได้คิดเยอะ แต่มันก็ทำให้ผมรู้ว่าควรต้องเล่นยังไง”

อเล็กซ์ คาร์โรลล์ หัวหน้าฝ่ายธุรกิจอะคาเดมี่ของควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ และ ลี เฮย์ส หนึ่งในสต๊าฟฟ์โค้ชชุดเยาวชน พูดถึงนักเตะไทยทั้งสองคน รวมถึงนักเตะคนอื่นๆจากจีน, มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ว่า สิ่งที่ทีมสต๊าฟฟ์โค้ชประทับใจในเด็กๆชุดนี้ คือ ความกระตือรือร้น ความกระหายในการเรียนรู้ และฝึกซ้อมตามโปรแกรม ยิ่งไปกว่านั้น คือ ความกล้าแสดงออกที่จะเรียนรู้ และสนิทสนมกับเพื่อนต่างชาติคนอื่นๆ ได้อย่างรวดเร็ว แน่นอนว่า ด้วยระยะเวลาอันสั้นเพียง 7 วัน ทีมงานไม่สามารถมองเห็นพัฒนาการได้ชัดเจนนัก แต่สิ่งใหม่ๆ ที่ทุกๆ คนได้รับจากควีนส์ปาร์คเรนเจอร์ส พวกเขาก็หวังว่าเด็กเหล่านี้จะนำไปประยุกต์ใช้ต่อไป

ด้าน แอนดี้ อีวาน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร QPR Trust ให้สัมภาษณ์กับโฟร์โฟร์ทู ไทยแลนด์ เช่นกันว่า นักเตะเยาวชนทั้ง 8 คนที่ได้เข้าร่วม โครงการ AirAsia QPR Coaching Clinic ว่ามีศักยภาพสูง ทั้งยังมีความกระตือรือร้นต่อทุกโปรแกรมการฝึกซ้อม

“วันแรกสต๊าฟฟ์โค้ชของเราได้นั่งคุยกับเด็กๆทุกคนว่าเราต่างมีเป้าหมายอะไรในรอบสัปดาห์นี้” ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร QPR Trust เริ่มกล่าว

“เรามีการถ่ายวิดีโอเอาไว้ในทุกๆการฝึกซ้อม พวกเขาจะได้ความรู้ และเทคนิคใหม่ๆ เกี่ยวกับการฝึกซ้อม สิ่งที่น่าประทับใจ คือ ความกระตือรือร้น ความต้องการเรียนรู้ ของทุกๆคน เราพยายามจะสร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเขาด้วยการเข้ามาฝึกซ้อมกับศูนย์เยาวชน การพาไปทัวร์สนามลอฟตัส โร้ด (รังเหย้าของควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส) และเข้าชมเกมการแข่งขันกับ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้ สิ่งเหล่านี้ จะช่วยให้เขายิ่งมีความมุ่งมั่นอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพและเล่นในระดับสูงในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นที่ไหนก็ตาม”   

นอกจากนี้ มิสเตอร์ อีแวน ยังได้กล่าวถึงอุปสรรคของเด็กจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในการเล่นลีกอังกฤษ เพราะปัญหาเวิร์คเพอร์มิต อย่างไรก็ตามเขาเชื่อว่าด้วยศักยภาพที่แท้จริงของเยาวชนจากอาเซียนมีดีพอเล่นในลีกผู้ดีได้  

“ใช่ล่ะ...ผมรู้ว่าการที่นักเตะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมาเล่นในอังกฤษ มันเป็นเรื่องยาก เพราะอุปสรรคเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงาน แต่พวกเขามีความสามารถสูง ความจริงนักเตะเอเชียที่มาสร้างชื่อที่นี่ก็มีมากมาย ทั้ง ชินจิ โอกาซากิ, ปาร์ค จี ซอง หรือ กระทั่ง มัสซิโม ลูออนโก นักเตะทีมชาติออสเตรเลียลูกครึ่งอินโดนีเซีย ก็ทำผลงานได้ดีกับเรา (ควีนส์ ปาร์ค เรนเจอร์ส) เพราะฉะนั้นถ้าพูดถึงความสามารถอย่างเดียว โดยไม่คำนึงถึงกฎ หรืออุปสรรคด้านอื่นๆ  ผมก็มองว่านักเตะไทย และนักเตะอาเซียนมาเล่นในอังกฤษได้เช่นกันเหมือนกับนักเตะเอเชียคนอื่นๆ”

ตลอดเวลา 1 สัปดาห์ที่แดนผู้ดีของ 2 ดาวรุ่งจากแดนสยาม สิ่งที่ได้มากกว่าการเพิ่มพูนทักษะ ความสามารถ คือ แรงบันดาลใจใหม่ๆ ที่ทำให้พวกเขายิ่งมุ่งมั่นอยากเป็นนักเตะอาชีพในต่างประเทศ

“ผมหวังสักวันจะได้ไปเล่นที่ต่างประเทศ” นี่ คือ คำพูดที่ทั้งสองพูดเหมือนกัน และการเดินต่างสู่ต่างแดนครั้งแรกของเขาครั้งนี้ อาจเรียกได้ว่าเป็นจุดเริ่มต้น “การเดินทางสู่ฝัน” ของพวกเขาทั้งสอง