Best Line-Up of the Year : 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมไทยลีก 2016

การแข่งขันไทยลีก ฤดูกาล 2016 จบลงที่ 31 นัด ท่ามกลางความโศกเศร้าทั่วไทยหลังพระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช สวรรคต เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2559

แต่การต่อสู้กันมาอย่างยาวนาน พอจะบ่งบอกได้ว่าใครสมควรได้รับเกียรติติดทีมยอดเยี่ยมของ โฟร์โฟร์ทู ประจำฤดูกาลนี้

ผู้รักษาประตู

กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์

นายทวารทีมชาติไทยกลับมาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมและท็อปฟอร์มกับทั้งสโมสรและทีมชาติ โดยการป้องกันประตูที่น่าตื่นตาตื่นใจของเขา ช่วยให้เมืองทองฯ คว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ โดยลงสนาม 31 นัด ทำคลีนชีตได้ 16 เกมเรียกว่าครึ่งต่อครึ่งเลยทีเดียว

แบ็คขวา

เอกชัย สำเร

จากกองหน้าที่ค่อยๆ ถูกจับลงมาเล่นในตำแหน่งต่ำลงเรื่อยๆ แต่กลับทำผลงานได้ดีเยี่ยมอย่างน่าชื่นชม แม้ว่าเกมรับอาจไม่ใช่จุดเด่นของเขา แต่ความเร็วของเขาก็ช่วยทำให้เขาเป็นแบ็คขวาน่าไว้ใจ บวกกับการเติมเกมรุกที่อันตราย โดยปีนี้ลงสนาม 23 นัด ยิง 1 ประตู  

เซนเตอร์ฮาล์ฟ

นาโออากิ อาโมยามะ

ปราการหลังชาวญี่ปุ่นของเมืองทองฯ โชว์ฟอร์มได้ดีตั้งแต่ฤดูกาลที่แล้ว เพียงแต่ขาดโทรฟี่ไปเชยชม… มาปีนี้ ด้วยความที่เมืองทองฯ มีทีมที่ลงตัวมากขึ้น บวกกับการบัญชาเกมรับที่ดีของ อาโอยามะ อยู่แล้ว ทำให้แนวรับของ  “กิเลนผยอง” ยิ่งแข็งแกร่ง แม้เขาลงเล่นแค่ 20 นัด แต่พาทีมเก็บคลีนชีตได้ถึง 9 เกม และทำได้ 1 ประตู พาทีมเป็นแชมป์ในที่สุด

เซนเตอร์ฮาล์ฟ

อันเดรส ตูเญซ

กลายเป็นกองหลังจอมยิงประตูในฤดูกาลนี้ เมื่อ อันเดรส ตูเญซ สอดขึ้นมาช่วยเพื่อนทำประตูได้ถึง 9 เม็ดในฤดูกาลนี้ แถมยังยิงแฮตทริกได้ด้วยตั้งแต่นัดประเดิมสนามไทยลีก ขณะที่การบัญชาเกมรับยังเป็นหน้าที่หลักของเขา โดยช่วยทีมเก็บคลีนชีตไป 8 นัด น่าเสียดายที่เขามิอาจช่วยให้ “ปราสาทสายฟ้า” มีผลการแข่งขันในทุกรายการได้ดีเหมือนเมื่อปี 2015

แบ็คซ้าย

ธีราทร บุญมาทัน

เขาอาจมีครึ่งฤดูกาลแรกไม่สุดไฉไลกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แต่ในเลกที่ 2 กับเมืองทองฯ เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยปีนี้ลงเล่นเกมลีก 21 นัด (บุรีรัมย์ 9 นัด, เมืองทองฯ 12 นัด) ยิงได้ 3 ประตู และแอสซิสต์อีกมากมาย

กองกลางตัวรับ

ธนบูรณ์ เกษารัตน์

แม้ว่า หลายครั้ง ธนบูรณ์ ต้องถอยขยับลงไปเล่นเป็นเซนเตอร์ฮาล์ฟในปีนี้ให้กับเมืองทองฯ (รวมถึงทีมชาติไทย) แต่ตำแหน่งแท้ๆ ของเขายังเป็นมิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่มีมาตรฐานสม่ำเสมอมากที่สุด และเขายังคงเป็นกองกลางตัวรับที่ดีที่สุดในประเทศไทยขณะนี้แบบไร้ข้อกังขา

ปีกขวา

จอห์น บาจโจ้

ปีกร่างจิ๋วจากมาดากัสการ์ สร้างความประหลาดใจให้กับใครหลายๆคน เมื่อโชว์ฟอร์มได้ดีเหลือเกินในช่วงต้นซีซั่น แถมโหม่งพังประตูชลบุรี เอฟซี ได้ถึง 2 ลูก ทั้งที่ตัวเล็กสุดในสนาม หลังจากนั้นผู้คนอาจคาดคิดว่าไม่นานคงโดนจับทางได้ แต่สุดท้ายไม่ได้เป็นเช่นนั้น บาจโจ้ ยังคงเล่นได้อย่างโดดเด่น และสร้างความอันตรายให้กับทุกๆทีมที่เผชิญหน้า โดยลงเล่น 31 นัด ยิง 5 ประตู 13 แอสซิสต์ ยิ่งไปกว่านั้น หากนับรวมทุกรายการเขาทำแอสซิสต์ไปถึง 22 ครั้ง

ปีกซ้าย

ดราแกน บอสโกวิช

ดาวเตะมอนเตเนโกร วัย 30 ปี เก่งขึ้นทุกปี… โดยปีนี้เขามีส่วนสำคัญในเกมรุกของ แบงค็อก ยูไนเต็ด เหลือเกิน และมักยิงประตูสำคัญๆได้บ่อยด้วย ดราแกน ลงเล่นไป 29 นัด ยิง 20 ประตู และแอสซิสต์ 6 ครั้ง เป็นปีที่เขายิงได้เยอะที่สุดนับตั้งแต่ย้ายมาเล่นที่เมืองไทยเมื่อปี 2013

กองกลางตัวรุก

ชนาธิป สรงกระสินธ์

หากดูที่จำนวนการทำประตูของ ชนาธิป สรงกระสินธ์ อาจดูไม่มากมาย เพราะเขายิงไปแค่ 3 ลูกในลีกเท่านั้น แต่ก็เป็นประตูสำคัญๆทั้งนั้น แถมกลับทำแอสซิสต์ได้ถึง 11 ครั้งด้วย ยิ่งไปกว่านั้น คือ การมีส่วนร่วมกับเกม และสร้างความไหลลื่นให้กับเกมบุกของ “กิเลนผยอง” ภายใต้การคุมทีมของ ธชตวัน ศรีปาน

กองหน้า

เจย์ซี จอห์น ออกวุนวานเน

ดาวยิงไนจีเรียน สัญชาติบาห์เรน ทำผลงานได้ดีตั้งแต่ครึ่งฤดูกาล 2015 และสานต่อการยิงประตูมาจนถึงปีนี้ พร้อมพา แบงค็อก ยูไนเต็ด คว้ารองแชมป์ได้สำเร็จ โดยลงเล่น 25 นัด ยิง 20 ประตู เรียกได้ว่า ยิงเกือบทุกๆ 1 นัดเลยทีเดียว

กองหน้า

เคลตัน ซิลวา

กองหน้าบราซิเลี่ยน กลายเป็นแข้งต่างชาติคนแรกที่คว้ารางวัลดาวซัลโวได้ 2 สมัยในไทยลีก หลังกดไป 27 ประตูในฤดูกาลนี้ จากการลงเล่น 30 นัด และยิงแฮตทริกไป 2 ครั้งด้วยกัน (เกมเจอ ซุเปอร์พาวเวอร์ ที่เมืองทองฯ ชนะ 8 - 3 ยิงคนเดียว 4 ประตู)