บรูโน่ เอ็นริเก้: จากพนักงานต้อนรับในบราซิลสู่แข้งโวล์ฟสบวร์ก

ช่วงเวลาเดียวกันนี้เมื่อปีที่แล้ว เอ็นริเก้ยังคงเล่นฟุตบอลอยู่ในประเทศบราซิล ชื่อเสียงของเขานั้นเป็นที่รู้จักเพียงแค่ในประเทศ แต่หลังจากที่เจ้าตัวโชว์ฟอร์มหรูในนัดที่พบกับเรอัล มาดริด ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีก เขาได้กลายมาเป็นที่พูดถึงขึ้นมาทันที ไมเคิล โยคิน คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูจึงจะพาแข้งรายนี้มาให้รู้จักกันมากขึ้น

เรียกได้ว่าแข้งแซมบ้ารายนี้คือผู้เล่นที่เด่นที่สุดในเกมที่ชนะ “ราชันชุดขาว” 2-0 โดยช่วง 15 นาทีแรก เขายิงเข้ากรอบถึง 2 ครั้ง พร้อมกับพามาร์เซโลแบ็คซ้ายของทีม “โลส บลังโกส” ทัวร์ตลอดทั้งเกม นอกจากนั้นเขายังเป็นผู้เปิดบอลให้ มักซิมิเลียน อาร์โนลด์ ทำประตูที่ 2 อีกด้วย

ผลการแข่งขันในวันนั้นค่อนข่างพลิกล็อคพอสมควร แต่ทว่าฟอร์มการเล่นของปีกวัย 25 ปีรายนี้คือเรื่องที่ถูกพูดถึงมากกว่า เพราะแมตช์นั้นคือแมตช์แรกที่เจ้าตัวมีโอกาสลงเล่นให้กับโวล์ฟสบวร์กแบบเต็มๆ ซึ่งไม่มีใครเคยทำได้แบบนี้มาก่อน แม้สุดท้ายจะมีอันต้องตกรอบไปก็ตาม

“บรูโน เอ็นริเก้ คือนักเตะคนสำคัญของเรา เราจึงต้องการให้เขาลงไปสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับเรอัล มาดริด” ดีเตอร์ เฮ็คกิ้ง ผู้จัดการทีมของทีม “หมาป่าเมืองเบียร์” กล่าว ซึ่งถ้าลองคิดดูๆ แล้ว นี่อาจจะเป็นบทสัมภาษณ์แห่งปีเลยก็ได้

เพชรในตม

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เคยมีสโมสรฟุตบอลที่ใช้นักเตะโนเนมสร้างเซอร์ไพรส์ให้กับคู่แข่งมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นเปเล่และการ์รินชา 2 ดาวเตะทีมชาติบราซิลซึ่งพวกเขายังไม่เป็นที่รู้จักสมัยลุยศึกฟุตบอลโลกปี 1958 แต่ทว่าในปัจจุบันที่อินเตอร์เน็ตได้ย่อโลกทั้งใบมาไว้ในจอสี่เหลี่ยมบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ ข้อมูลต่างๆ รอคอยให้ผู้คนค้นหา ดังนั้นแล้วเซอร์ไพรส์แบบที่เปเล่เคยทำได้ ก็ไม่มีให้เห็นอีกต่อไป

โค้ชสามารถหาแท็คติคใหม่ๆ ได้เสมอ พวกเขาสามารถสลับสับเปลี่ยนการยืนตำแหน่งของนักเตะ หรือคิดค้นสูตรการเล่นลูกนิ่งร้อยแปดพันแบบ แต่สิ่งเดียวทีพวกเขาไม่สามารถทำได้ก็คือ พวกเขาคงไม่สามารถหานักเตะสักคนที่คู่แข่งไม่มีข้อมูลเลยได้หรอก

เอ็นริเก้เล่นได้ดีกว่า (และโดดสูงกว่า) ตัวประกบของเขาอย่างมาร์เซโล

แต่นี่คือสิ่งที่โวล์ฟสบวร์กประสบความสำเร็จ โดยที่ไม่ได้เกิดขึ้นในเกมลีกตอนเดือนสิงหาคมต้นฤดูกาล อีกทั้งยังเป็นบอลยุโรปรอบลึกๆ ในเดือนเมษายน ซึ่ง ซีเนดีน ซีดาน ผู้จัดการทีมของราชันชุดขาวคงไม่ได้คาดคิดว่า บรูโน เอ็นริเก้ จะมีโอกาสออกสตาร์ทเป็น 11 คนแรก เพราะเขาไม่เคยมีข้อมูลของแข้งรายนี้มาก่อน ซึ่งแม้แต่แฟนๆ ของทีมจากเยอรมันเองก็อาจจะไม่รู้จักเขาเลยก็ได้

ปีกรายนี้เพิ่งย้ายมายังทีมจากเมืองเบียร์ในวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายรอบ 2 โดย เคลาส์ อัลลอฟส์ กล่าวถึงนักเตะป้ายแดงว่า “เขาคงต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับตัวเข้ากับทีม” ซึ่งก็ฟังดูสมเหตุสมผลดี

เอ็นริเก้ถูกส่งลงสนามมาในฐานะตัวสำรองเพียง 5 นัดในบุนเดสลีกาก่อนเกมที่จะพบกับเรอัล มาดริด โดยนัดที่เขาใช้เวลานานที่สุดนั้นมาจากวันที่พวกเขาพ่ายแพ้ให้กับไบเออร์ เลเวอร์คูเซน 3-1 เขาได้รับโอกาสในสนามนาน 45 นาที ซึ่งจริงๆ แล้วทีมควรจะแพ้มากกว่านั้น เพราะทั้งเขาและเพื่อนคนอื่นๆ ในทีมต่างเล่นผิดฟอร์มกันหมด

ในฟุตบอลยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีมสุดท้ายที่พบกับเกงค์ เอ็นริเก้ตกเป็นตัวสำรองทั้ง 2 นัด นั่นทำให้การให้โอกาสแข้งรายนี้ในสนาม 90 นาทีเต็มในเกมที่ยากที่สุดทั้งที่ยังไม่ได้พิสูจน์ตัวเองเลย อาจจะฟังดูแปลกๆ อย่างแน่นอน

หรือนี่คือแผนของเฮ็คกิ้ง หากลองนึกย้อนกลับไป การที่เขาตัดสินใจเก็บตัวปีกแซมบ้ารายนี้ไว้เพื่อเอาไว้เป็นตัวละครลับยามที่เจอกับบิ๊กทีมดังเช่นที่เจอกับยักษ์ใหญ่จากสเปนครั้งนี้ มันดูเป็นการวางแผนที่เหลือเชื่อที่สุด เขามีความบ้าดีเดือดมากๆ แม้ว่าแผนของเขาจะประสบความสำเร็จก็ตาม

การเดิมพันที่ต้องจดจำ

เรื่องนี้มีความพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อลองดูประวัติของเอ็นริเก้ เพราะเมื่อ 4 ปีก่อน เขายังคงเป็นพนักงานต้อนรับในโรงแรมแห่งหนึ่งอยู่เลย ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นเยาวชนของสโมสรครูเซโร่ซึ่งอยู่ในเมืองเบโล ฮอริซอนเต้ บ้านเกิดของเขา แต่กระนั้นทีมในลีกสูงสุดบราซิลกลับไม่เห็นถึงความสามารถแฝงของเจ้าตัวจนต้องออกจากทีมไป นั่นทำให้เขาจำเป็นต้องหาอาชีพอื่นๆ เพื่อเลี้ยงชีพตัวเอง

เส้นทางฟุตบอลอาชีพของเขาเริ่มต้นขึ้นในปี 2013 กับสโมสรเล็กๆ อย่างอูเบอร์แลนเดีย เขาใช้เวลาที่นั่นอยู่ 2-3 ปีก่อนจะย้ายร่วมทีมอิตัมบิเอรา ทีมในเซเรีย เด ของบราซิล

เอ็นริเก้มีโอกาสได้ลงเล่นในลีกระดับของศึกคัมปีโอนาโต้ โกยาโน ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์เล็กๆ ระดับภูมิภาค ในรัฐโกยาส ซึ่งเขาสามารถทำประตูสำคัญๆ ได้บ้าง และนั่นทำให้เริ่มมีทีมที่ให้ความสนใจเขา ก่อนจะเป็นสโมสรโกยาส ทีมยักษ์ใหญ่ของรัฐโกยาสตัดสินเซ็นสัญญาระยะสั้นกับเจ้าตัวช่วงต้นปี 2015

เอ็นริเก้ถ่ายรูปชูเสื้อกับสโมสรใหม่อย่างโวล์ฟสบวร์ก

ในช่วงแรกๆ นั้น วากเนอร์ โลเปซ มักจะเปลี่ยนเขาลงเล่นในเกมคัมปีโอนาโต้ โกยาโน แต่หลังจากที่เขาทำประตูได้ในศึกดาร์บี้ที่พบกับแอตโลติโก โกยาโน นั่นทำให้เขาเริ่มเป็นที่รู้จักมากขึ้น  และเมื่อถึงเวลาที่ลีกฟุตบอลบราซิลจะเริ่มขึ้นในเดือนพฤษภาคม เอ็นริเก้ก็ได้รับโอกาสในการออกสตาร์ทเป็นตัวจริงทันที ซึ่งความเป็นจริงแล้ว เขาเพิ่งมีโอกาสสัมผัสเกมในลีกสูงสุดมาแล้วมาไม่ถึงปีเลย

ฤดูกาลแรกบนลีกสูงสุดของโกยาสไม่ค่อยราบรื่นนัก โดยแม้ว่า บรูโน่ เอ็นริเก้  และพาร์ทเนอร์ของเขาอย่างเอริกจะพยายามอย่างสุดความสามารถแล้ว แต่พวกเขาก็ทำได้เพียงจบในอันดับที่ 19 พร้อมกับตกชั้นสู่เซเรีย เบ กระนั้นด้วยผลงาน 7 ประตูกับ 10 แอสซิสต์ของปีกชาวบราซิล มันก็เพียงต่อที่จะเรียกความสนใจจากบรรดาบิ๊กทีมอื่นๆ

เขาแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการใช้ 2 เท้าเล่นบอล, เทคนิคอันแพรวพราวของเขา อีกทั้งยังมีสายตาที่เฉียบคมและจินตนาการที่ไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้เขายังพิสูจน์ให้เห็นว่าตัวเองเป็นคนถ่อมตัวขนาดไหน ซึ่งเขาได้เข้ามาเปลี่ยนแปลงบรรยากาศในทีมอย่างสิ้นเชิง

นื่องจากทีมของเขาตกชั้น จึงเป็นโอกาสของบรรดายักษ์ใหญ่ที่จะเริ่มวงจรของตัวเองอีกครั้ง เซา เปาโลพยายามจะเซ็นสัญญากับปีกรายนี้เพื่อเป็นการทดแทนการออกไปของอเล็กซานเดร ปาโต้ และ หลุยส์ ฟาเบียโน่ เช่นเดียวกับที่ฟลูมิเนนเซ่และซานโตสต่างต้องการตัวเขา อย่างไรก็ตามโกยาสกลับไม่ยอมปล่อยตัวแข้งรายนี้ออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเอริก พาร์ทเนอร์ตัวเก่งของเอ็นริเก้ได้ย้ายไปพัลไมรัสเรียบร้อยแล้ว

ทำให้สัญญาของตัวรุกรายนี้ถูกขยายออกไปจนถึงปี 2018 และเจ้าตัวก็กำลังจะได้ลงเล่นในลีกรองของประเทศ

ซุ่มดูฟอร์มแบบลับๆ

เมื่อโวลฟ์สบวร์กก้าวเข้ามาในวงจรนี้ ทำให้พวกเขาเป็นเพียงทีมเดียวจากยุโรปที่รู้จักนักเตะคนนี้ และนี่คือเหตุผล…

โชซูเอ้ กองกลางตัวรับจอมขยันของทีมหมาป่าเมืองเบียร์ ผู้ที่เคยพาทีมจากเยอรมันคว้าแชมป์ประวัติศาสตร์ได้สำเร็จในปี 2009 และมีช่วงเวลาที่สุดยอดกับสโมสรนานถึง 6 ปี เขาผู้นี้เริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับสโมสรโกยาส ดังนั้นเมื่อเขาแขวนสตั๊ด เขาก็กลับมายังถิ่นเดิมของตัวเอง ทำให้เขารู้จัก บรูโน่ เอ็นริเก้ เป็นอย่างดี นอกจากนี้เอ็นริเก้ยังเปิดเผยว่า เพื่อนของเขาอย่างโชซูเอ้ได้บอกเขาเกี่ยวกับเรื่องดีๆ ของโวล์ฟบวร์กอีกด้วย

และแน่นอนว่าอดีตทีมชาติบราซิลก็ต้องบอกอดีตต้นสังกัดของเขาถึงเรื่องดีๆ เกี่ยวกับตัวรุกรายนี้อย่างแน่นอน

สำหรับสโมสรแล้ว มันดูจะเข้าท่าทันที เพราะนอกจากโชซูเอ้แล้ว กราฟิเต้ เจ้าของตำแหน่งดาวซัลโวประจำฤดูกาล 2008/09 ร่วมกับ เอดิน เชโก้ เองก็เคยเล่นกับโกยาส ดังนั้นการจะเซ็นสัญญากับนักเตะของโกยาสอีกครั้งก็ดูจะมีเหตุผลเพียงพอ ซึ่งหมาป่าจากเมืองเบียร์ก็ตัดสินใจดึงตัวเอ็นริเก้มาด้วยค่าตัว 4.5 ล้านยูโร ซึ่งการย้ายทีมครั้งนี้ทำให้เส้นทางของกองหน้าชาวแซมบ้ามีครบทุกรสชาติตั้งแต่กับทีมเล็กๆ ในบราซิลจนถึง 1 ในทีมดังของยุโรป

นี่คือเรื่องราวที่น่าจดจำสำหรับใครสักคนที่ไม่เชื่อในโอกาสที่ตัวเองจะได้เล่นฟุตบอลอาชีพ และมันดูไม่มีที่ท่าว่าจะสิ้นสุดลงเมื่อเขาสามารถโชว์ฟอร์มสุดหรูใส่เรอัล มาดริด ได้ในนัดเปิดตัวของเขาจนทำให้เขาโด่งดังไปทั่วยุโรป

ตำนานของโวล์ฟบวร์กอย่างโชซูเอ้แนะนำให้เฮนริเก้ย้ายมาร่วมทัพทีมหมาป่าเมืองเบียร์

และเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เอ็นริเก้ได้โอกาสประเดิมสนามเป็น 11 ตัวจริงในลีกครั้งแรกที่เสมอกับไมนซ์ 1-1 ซึ่งเขาก็สามารถแอสซิสต์ให้ อังเดร ชูร์เล่ ทำประตูได้ และได้ออกสตาร์ทตั้งแต่ต้นเกมอีกครั้งในเกมยุโรปนัดล่าสุดที่แพ้เรอัล มาดริด 3-0 ที่เบร์นาเบว แม้จะไม่ได้สร้างผลงานเป็นชิ้นเป็นอันก็ตามที แต่เชื่อว่านับแต่นี้ คู่ต่อสู้จะต้องจับตาดูเขาอย่างมากขึ้นแน่นอน...