บทสรุปผลงานทีมเอเชียคัดเลือกฟุตบอลโลก

หลังจากที่เกมรอบคัดเลือกผ่านพ้นไปอีกเดือน James Dampney บรรณาธิการบริหารของ FourFourTwo ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะมาประเมินผลงานและอันดับตารางคะแนนของทั่วทีมเอเชียให้ได้อ่านกัน...

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนมีนาคม ชาติเอเชียทั้ง 46 ชาติต่างออกสตาร์ทการฟาดแข้งเพื่อแย่งชิงโควตาผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายของศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย หลังจากมีการเตะรอบคัดเลือกรอบแรกระหว่าง 12 ชาติที่มีอันดับต่ำสุดในภูมิภาคบวกกับการที่อินโดนีเซียถูกแบนจากฟีฟ่า ทำให้จำนวนลดลงมาอย่างรวดเร็วเหลือ 39 ทีม

แต่มีเพียงไม่กี่ทีมอย่างญี่ปุ่น, เกาหลีใต้, ออสเตรเลีย, อิหร่าน, สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์, อุซเบกิสถาน, จีน และอิรักที่มีโอกาสที่จะได้ไปมอสโกโดยใช้เวลาน้อยกว่า 3 ปี อย่างไรก็ดียังมีหลายเกมให้ลงเตะสำหรับทัวร์นาเม้นต์ที่ถือเป็นการหาทีมไปเล่นรอบสุดท้ายเอเชียน คัพ 2019 ที่จะจัดขึ้นที่สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไปในตัวด้วย

และในหนนี้ถือว่ามีการเพิ่มทีมจาก 16 เป็น 24 ทีมเป็นครั้งแรก ซึ่งทำให้ชาติในเอเชียหลายทีมมีโอกาสมากขึ้นในการมีส่วนร่วมกับรายการแข่งขันระดับชาติที่ใหญ่ระดับทวีป โดย 8 ทีมแชมป์กลุ่ม พ่วงด้วยอันดับ 2 ที่ผลงานดีที่สุด 4 ทีมจะได้ผ่านเข้ารอบอัตโนมัติ ส่วนอีก 24 ทีมจะต้องเข้าร่วมในรอบ 3 เพื่อหาอีก  12 ทีมที่เหลือ

ดังนั้นคำถามใหญ่ก็คือว่า พวกเขาจะพัฒนาขึ้นได้อย่างไรบ้าง?

กลุ่ม เอ

ในฐานะเจ้าภาพเอเชียน คัพ 2019 สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์ได้การันตีสิทธิ์การผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายอยู่แล้ว แต่ในอีกแง่มุมหนึ่งพวกเขาได้เล็งเป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้น โดยก่อนหน้านี้ยูเออีเล่นฟุตบอลโลกมาครั้งหนึ่งที่อิตาลีในปี 1990 แต่ตกรอบแบ่งกลุ่ม และคราวนี้พวกเขามีโอกาสสูงที่จะทะลุเข้าสู่รอบสุดท้ายที่รัสเซียในปี  2018

ถึงพวกเขาพลาดท่าสะดุดเสมอแบบค่อนข้างเซอร์ไพรส์ 0-0 ซึ่งปาเลสไตน์ทีมนี้แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่สามารถเอาชนะได้ง่ายๆ แต่ยูเออีก็ยังสามารถเก็บแต้มได้ 7 จาก 9 คะแนนเต็ม ด้วยทีมพลังหนุ่มมากความสามารถนำโดยซูเปอร์สตาร์ โอมาร์ อับดุลราห์มาน ทำให้สาธารณรัฐอาหรับเอมิเรตส์พร้อมแล้วที่จะต่อกรกลับญี่ปุ่น, ออสเตรเลีย และทีมอื่นๆเพื่อผ่านเข้าสู่รอบสุดท้าย

อย่างก็ตามพวกเขาก็ยังมีงานหนักในกลุ่ม เอ เมื่อทั้งซาอุดีอาระเบียและปาเลสไตน์ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าแข็งเอาเรื่อง เมื่อซาอุดีอาระเบียเก็บ 3 คะแนนในเกมกับมาเลเซียที่ต้องยกเลิกการแข่งขันกลางคัน ถ้าเป็นไปอย่างที่คาดพวกเขาจะจบอันดับด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มด้วยสถิติอันสุดเพอร์เฟ็กต์

พวกเขาเฉือนปาเลสไตน์ 3-2 ในนัดประเดิมสนาม หลังจากนั้นก็ถล่มติมอร์-เลสเต้ 7-0 ก่อนแมตช์ที่กัวลา ลัมเปอร์ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยังไม่เจอกับยูเออีทั้งเกมเหย้าและเยือน ขณะที่ปาเลสไตน์อัดมาเลเซีย 6-0 และเสมอกับยูเออีทำให้พวกเขารั้งอันดับ 3 ด้วยผลต่างประตูได้เสีย +5

ส่วนติเมอร์-เลสเต้กับมาเลเซียมีทีมละ 1 แต้มเท่ากัน ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้ดูสิ้นหวังสำหรับทั้ง 2 ทีม และมันอาจจะดูเลวร้ายยิ่งขึ้นไปอีกสำหรับทีม “เสือเหลือง” หากฟีฟ่าตัดสินใจลงโทษสถานหนักทั้งในและนอกสนาม

โอมาร์ อับดุลราห์มาน สตาร์ยูเออี

Pages