บุกแดนมักกะโรนี : 6 แข้งดาวรุ่งเซเรีย อา ที่ต้องจับตามอง

หากใครยังคิดว่า เซเรีย อา ฟุตบอลลีกสูงสุดของอิตาลียังเต็มไปด้วยนักเตะสูงอายุละก็ เราขอให้คุณคิดใหม่เพราะวันนี้พวกเขาได้เปลี่ยนไปแล้ว และถ้าหากคุณไม่เชื่อ นี่คือ 6 แข้งหลักฐานชั้นดี...

เป็นที่รู้ๆ กันว่า ศึกเซเรีย อา อิตาลีนั้นพยายามที่จะลบภาพลักษณ์เดิมๆ อย่างการเป็นลีกที่เน้นแต่เกมรับ ซึ่งมันทำให้ในฤดูกาลนี้ เรามักจะได้เห็นเกมที่มีสกอร์เกิดขึ้นเยอะบ่อยๆ อย่างเช่นเกมที่เอซี มิลาน เอาชนะ ซาสซูโอโล ไปได้ 4-3

นอกจากนั้นพวกเขายังไม่ต้องการเป็นลีกรวมแข้งสูงอายุอีกแล้ว ดังนั้นในฤดูกาลนี้ หากลองมองดูรายชื่อนักเตะของทุกๆ ทีม จะเห็นว่า พวกเขาไม่ได้มีแต่นักเตะแบบ ฟรานเชสโก ต็อตติ หรือ อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ 2 แข้งที่อายุ 40 และ 39 ตามลำดับ ทว่าพวกเขายังมีดาวรุ่งพุ่งแรงกระจายตัวอยู่ในแต่ละสโมสร ดังนั้นในวันนั้น FFT ขอพาผู้อ่านทุกท่านไปรู้จักกับพวกเขาพร้อมๆ กัน

1. จิโอวานนี ซิเมโอเน (เจนัว)

ถ้าคุณรู้สึกๆ คุ้นๆ กับนามสกุลของกองหน้าวัย 21 กะรัตรายนี้ก็ไม่แปลก เพราะความจริงแล้ว เขาคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน กุนซือคนเก่งของแอตเลติโก มาดริด “เขาเหมือนพ่อของเขามากๆ เพราะเขากระหายที่จะชนะเสมอ” นิโคลัส บูร์ดิสโซ กองหลังชาวอาร์เจนตินากล่าว ทว่าสิ่งหนึ่งที่พ่อลูกคู่นี้ต่างกันก็คือ ซิเมโอเนผู้พ่อนั้นเป็นมิดฟิลด์พันธุ์ดุที่ไล่อัดคู่แข่งเป็นประจำ ขณะที่ลูกชายของเขานั้นเป็นกองหน้าความเร็วสูงที่ต้องพยายามหลบเลี่ยงการสกัดจากนักเตะแบบพ่อของเขาเสมอ

สำหรับในฤดูกาลนี้ เขาได้โอกาสลงเล่นไปแล้ว 4 นัด ทำได้ 2 ประตู ส่งผลให้ อิวาน จูริค กุนซือของทีมประทับใจในฟอร์มของเขามากๆ “เขาเป็นนักเตะที่ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี ซึ่งผมคิดว่าเขาสามารถพัฒนาได้มากกว่านี้ด้วย” กุนซือรายนี้กล่าว “แต่ไม่ว่ายังไง ผมอยากให้แฟนๆ พูดถึงเขาในฐานะกองหน้าคนหนึ่งมากกว่าลูกชายของดิเอโก้ การนำเขาไปเปรียบกับพ่อนั้นไม่ควรเกิดขึ้น”

2. มานูเอล โลกาเตลลี (มิลาน)

“มันคือช่วงเวลาที่ทุกๆ คนเฝ้ารอมาตั้งแต่เด็ก” เจ้าตัวกล่าวหลังจากออกจากสนาม “ตอนที่ผมเห็นว่าบอลมันพุ่งเข้าประตูไป ผมแทบไม่เชื่อเลยล่ะ แต่พอผมเริ่มออกวิ่งดีใจ ผมก็พบว่ามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ”

กองกลางของทัพ “ปีศาจแดงดำ” วัย 18 กะรัตรายนี้ยิงประตูที่ 3 ช่วยให้ทีมเอาชนะซาสซูโอโลไปได้ ก่อนที่น้ำตาแห่งความยินดีที่หลั่งไหลขณะวิ่งฉลองประตู

แฟนบอลรอสโซเนรีเองก็คงจะยินดีไม่น้อยที่เห็นกองกลาวดาวรุ่งทีมรักของตัวเองโชว์ฟอร์มได้โดดเด่น เพราะแน่นอนว่า เขาจะต้องเป็นกำลังสำคัญในอนาคตร่วมกับคนอื่นๆ อย่างเช่น จานลุยจิ ดอนนารุมมา ที่จะก้าวขึ้นมาพามิลานกลับมายิ่งใหญ่ให้ได้อีกครั้ง

โลกาเตลลีคือกองกลางที่มักจะปักหลักอยู่กลางสนามและคอยผ่านบอลเปิดเกมรุกให้กับเพื่อนร่วมทีม ซึ่งจากฟอร์มที่น่าประทับใจของเขา มันจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจเท่าไหร่ที่ได้เห็นเขาแย่งตำแหน่งตัวจริงมาจาก ริคคาร์โด มอนโตลิโว กองกลางรุ่นพี่ที่ฟอร์มตกอย่างหนักได้อย่างง่ายดาย แต่ก็ต้องยอมรับว่าโลกาเดลลียังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอีกหลายๆ อย่าง ทว่าเห็นได้ชัดว่าวินเซนโว มอนเตลลา กุนซือของทีม ปลุกปั้นเขามาถูกทางแล้ว

3. อังเดรีย เปตานย่า (อตาลันต้า)

หากโลกาเตลลีคืออนาคตของมิลาน เปตานย่าก็เปรียบเสมือนอดีตอันเลวร้ายของพวกเขา โดยจริงๆ แล้วเปตานย่าเกือบจะหันหลังวงการให้ลูกหนังเสียแล้วเพราะเขามีช่วงเวลาที่ไม่ดีเอาเสียเลยในถิ่นซานซิโร โดยหัวหอกรายนี้เป็นเด็กปั้นของทัพรอสโซเนลลีที่อาเดรียโน กัลเลียนี อดีตกุนซือของทีมปลุกปั้นขึ้นมารุ่นเดียวกับ มัตเตโอ ดาเมี่ยน, ปิแอร์ เอเมอริค โอบาเมยอง และอีกหลายๆ คน

อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวไม่เคยแจ้งเกิดในทีมชุดใหญ่ได้เลย แถมเขายังถูกส่งไปให้สโมสรต่างๆ ในลีกยืมตัวไปใช้งานโดยตลอด และในที่สุด เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาก็ถูกขายให้อตาลันต้าแบบถาวรก่อนที่จะเริ่มโชว์ความเป็นยอดกองหน้าออกมาให้เห็น โดยหัวหอกเจ้าของความสูง 6 ฟุต 3 นิ้วรายนี้ยิงไป 3 ประตูจากการลงสนาม 180 นาทีในเซเรีย อา ฤดูกาลนี้ ซึ่ง 1  ในนั้นคือประตูชัยเหนือนาโปลี

4. โปล ลิโรลา (ซาสซูโอโล ยืมตัวจาก ยูเวนตุส)

ความจริงแล้วซาสซูโอโลนั้นมักจะไม่ค่อยให้โอกาสแข้งต่างชาติเท่าไหร่นัก เพราะพวกเขามักจะพยายามเน้นใช้งานแข้งท้องถิ่นเป็นส่วนใหญ่ อย่างไรก็ตาม พวกเขากลับให้โอกาส โปล ลิโรลา แบ็คขวาชาวสเปนรายนี้ เพื่อเข้ามาทำหน้าที่แทน ซิเม เวอร์ซาลจ์โก ที่ย้ายไปแอตเลติโก มาดริด โดยแข้งวัย 19 ปีรายนี้เป็นแบ็คขวาที่เล่นบอลด้วยมันสมอง เขารู้ว่าจังหวะไหนควรเติมเกมบุก แถมยังมีความเร็วและเปิดบอลจากด้านข้างได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

ลิโรลาเพิ่งจะปล่อยทีเด็ดออกมาให้แฟนๆ เห็นด้วยการพาบอลตะลุยเดี่ยวเข้าไปยิงสวนตัวนายทวารของแอธเลติก บิลเบา เข้าไปอย่างสวยงาม ซึ่งแน่นอนว่ามันทำให้เขากลายเป็นแข้งคนโปรดในถิ่น มาเป สเตเดี้ยมทันที และในอนาคต ด้วยสไตล์การเล่นแบบนี้ เขาน่าจะเป็นตัวตายตัวแทนที่ดียามที่ สเตฟาน ลิชต์สไตเนอร์ และ ดานี อัลเวส 2 แบ็คตัวเก่งของยูเวนตุสโบกมืออำลาทีมไป

5. เกอิต้า บัลเด้ ดิเยา (ลาซิโอ)

ครั้งหนึ่งเจ้าตัวเคยเป็นเด็กปั้นขอบาร์เซโลนา ทว่าหลังจากที่เขานำน้ำแข็งไปซุกไว้ในเตียงเพื่อนร่วมทีม เขาก็ถูกส่งให้สโมสรอื่นยืมตัวใช้งานทันที เขาถูกสโมสรแห่งหนึ่งในสเปนยืมตัวไปใช้งาน 1 ฤดูกาล ก่อนที่จะตกลงปลงใจย้ายมาอยู่กับลาซิโอและได้รับการปลุกปั้นจนเป็น กองหน้าดาวรุ่งไฟแรงคนหนึ่งของทีม อย่างไรก็ตาม ในช่วงแรก เขามักจะตกเป็นตัวเลือกลำดับที่ 3 ต่อจาก ฟิลิเป้ อันเดอร์สัน และ อันโตนิโอ แคนเดรวา เสมอ ทว่าหลังจากที่ในรายหลังย้ายไปอินเตอร์ มิลาน โอกาสของกองหน้าวัย 21 ปีรายนี้ก็มีมากขึ้น

กิเอตาถูกจับมายืนเป็นกองหน้าตัวกลางเช่นเดียวกับ ซิโร อิมโมบิเล กองหน้าชาวอิตาลี ที่ก่อนหน้านี้ทั้งคู่ถูกจับไปเล่นริมเส้น ซึ่งเจ้าตัวก็ตอบแทนความไว้เนื้อเชื่อใจของกุนซือได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการทำไป 2 ประตู และ 2 แอสซิสต์จากการลงสนาม 5 นัด ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าตอนนี้ กองหน้าเลือดสเปนรายนี้กำลังพัฒนามาถูกทางแล้วโดยปัจจุบันเขากลายเป็น 1 ในเป้าหมายการเสริมทัพของบรรดาบิ๊กทีมในยุโรปไปเรียบร้อยแล้ว โดยเฉพาะ เอซี มิลาน, อินเตอร์ มิลาน และลิเวอร์พูล ที่ต่างก็จับตาดูอย่างใกล้ชิด

6.อังเดรีย เบล็อตติ (โตริโน)

หากวงการลูกหนังแดนมักกะโรนีต้องการที่จะลบภาพเดิมๆ ของลีกที่ขึ้นชื่อว่าเป็นลีกแห่งเกมรับ พวกเขาก็ต้องเร่งหากองหน้าตัวอันตรายมาหักล้างภาพเหล่านั้นให้ได้ ซึ่งในขณะเดียวกัน ด้านทีมชาติอิตาลีเองก็มีปัญหาขาดแคลนกองหน้า เพราะเมื่อย้อนกลับมาดูที่อันดับดาวซัลโวของลีก จะพบว่าส่วนใหญ่แล้วมีแต่ชื่อของกองหน้าต่างชาติทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น กอนซาโล อิกวาอิน, เมาโร อิคาร์ดี้ และคาร์ลอส บักก้า อย่างไรก็ตาม นั่นไม่ใช่สำหรับโตริโน เพราะพวกเขามีเพชรเม็ดงามเชื้อสายอิตาเลี่ยนแท้ๆ อยู่รายหนึ่งที่จะรอวันเปร่งประกายให้แฟนบอลทั่วโลกเห็น

แม้ว่าเขาจะตกเป็นรองกระแสการเข้ามาของโจ ฮาร์ท นายทวารชาวอังกฤษ แต่นั่นก็ไม่ได้ส่งผลไปถึงฟอร์มการเล่นของเจ้าตัวเลย เมื่อ “เดอะ รูสเตอร์” (ฉายานี้มาจากท่าดีใจเหมือนไก่ของเจ้าตัว) ทำไปแล้วถึง 5 ประตู ส่งผลให้ชื่อของเขาตามหลังท็อปทรีของดาวซัลโวอยู่แค่ประตูเดียวเท่านั้น แถมเขายังเพิ่งลงสนาไมปแค่ 384 นาทีอีกด้วย ซึ่งจากฟอร์มที่น่าประทับใจนี้ ทำให้ปัจจุบันทัพ “กระทิงหิน” พุ่งขึ้นไปรั้งอันดับ 7 ของตารางแล้ว

ดาวยิงเป้าหมายของอาร์เซนอลและลิเวอร์พูลรายนี้เพิ่งจะมีชื่อติดทีมชาติอิตาลีชุดใหญ่ไปเมื่อไม่นานมานี้ด้วย ซึ่งสำหรับสาเหตุนั้นคงไม่มีใครรู้ดีไปกว่า จามเปียโร เวนตูรา อดีตนายใหญ่ของโตริโนที่ปัจจุบันคุมทีมชาติอิตาลีอีกแล้ว โดยสำหรับเบล็อตตินั้น เขาเป็นแข้งสายเลือดใหม่ที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมจนเป็นส่วนหนึ่งของทัพอัซซูรีได้สำเร็จ เช่นเดียวกับ โดมินิโก เบราร์ดี้ ที่น่าจะตามเขามาติดๆ เพราะเขาเริ่มปล่อยของออกมาให้แฟนๆ เซเรีย อาเห็นกันแล้ว