บุรีรัมย์ฯ vs เมืองทองฯ : สยามคลาสสิคฉลอง 100 ปีถ้วยก.

ก่อนเกม 

ฟุตบอลถ้วยพระราชทานประเภท ก. ถือกำเนิดขึ้นพร้อมๆกับ ที่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนาสมาคมฟุตบอลแห่งชาติสยาม เมื่อ 100 ปีที่แล้ว (พ.ศ.2459 ) โดยแรกเริ่มมีชื่อเรียกว่า ถ้วยใหญ่ จึงเป็นรายการแข่งขันที่เก่าแก่ที่สุดของเมืองไทย 
 
ในปีนี้เป็นการโคจรมาพบกันเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 ปี (นับเฉพาะ ถ้วย ก.) ของสองยอดทีมแห่งประเทศไทยคือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เจ้าของ 5 แชมป์ฤดูกาลที่ผ่านมากับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ดับเบิ้ลรองแชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก และ เอฟเอคัพ
 
บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฤดูกาลนี้ ปรับขนาดทีมให้เล็กลง และเสริมทัพแค่บางตำแหน่ง ผู้เล่นต่างชาติอย่าง อังเดร โมริตซ์, ไคโอะ ฟิลิปเป้ ถูกดึงเข้ามาแทนที่ แจนด์สัน กับ กิลแบร์โต้ มาเชน่า ที่ปล่อยตัวออกไป ส่วนนักเตะไทย พวกเขาปล่อยแข้งตัวสำรองอย่าง ประกิต ดีพร้อม, นฤพล อารมณ์สวะ, ณัฐวุฒิ สมบัติโยธา และ สันติราษฏร์เวียงอินทร์ และได้แข้งไทย อย่าง สถาพร แดงสี, อนันต์ บัวแสง รวมถึง อดุล หละโสะ เข้ามาสู่ทีม
ขณะที่ เมืองทอง ยูไนเต็ด เปลี่ยนกุนซือจาก ดราแกน ทาลายิช มาเป็น ธชตวัน ศรีปาน อดีตเฮดโค้ชเพื่อนตำรวจ เสริมนักเตะได้น่าสนใจ ด้วยผู้เล่นดีกรีทีมชาติทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ชนาธิป สรงกระสินธุ์, ธนบรูณ์ เกษารัตน์, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, อดิศักดิ์ ไกรษร รวมถึงสองต่างชาติเลือดแซมบ้า จูเนียร์ เนเกรา กับ ฟาบริซิโอ

ข่าวข้างสนาม

ปราสาทสายฟ้า ทำผลงานในช่วงปรีซีซั่นได้ดี แม้จะประเดิมด้วยการแพ้ ออลสตาร์ลีกกัมพูชา ในการดวลจุดโทษ แต่หลังจากนั้นพวกเขาก็เก็บชัยชนะได้ทั้งหมด ทั้งการเจอกับ ออลสตาร์ลีกลาว, โปฮัง สตีลเลอร์ (เกาหลีใต้),  กระบี่ เอฟซี และ อัลบิเร็กซ์ นีงาตะ (ญี่ปุ่น)  ในการแข่งขันโตโยต้า พรีเมียร์ คัพ
 
นัดนี้ อเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เตรียมส่ง ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้ ลงสนามเป้นตัวจริงอีกครั้ง หลังดาวซัลโวไทยลีก 2015 ไม่มีชื่อในศึกโตโยต้า พรีเมียร์ คัพ นัดที่ผ่านมา นอกนั้น “ปราสาทสายฟ้า”  จัดชุดใหญ่บู๊เต็มสูบ ในระบบ 3-5-2 หวังตอกย้ำสถิติที่ไม่เคยแพ้เมืองทอง ยูไนเต็ด
ผู้รักษาประตู : ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กองหลัง : ชิติพัทธ์ แทนกลาง, อันเดรส ตูเญซ, กรวิทย์ นามวิเศษ, วิงแบ็ก : อนาวิน จูจีน, ธีราทร บุญมาทัน, แดนกลาง : จักรพันธ์ แก้วพรม, สุเชาว์ นุชนุ่ม, โก ซุล-กิ, กองหน้า : ไคโอะ เฟลิเป้, ดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต้
 
กิเลนผยอง ผลงานในช่วงปรีซีซั่น แพ้ออลสตาร์กัมพูชา เช่นกัน จากนั้นเอาชนะ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม ในเอเอฟซี แชมเปี้ยนลีกส์ รอบเพลย์ออฟ ก่อนบุกไปพ่าย เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี จากจีน ชวดคว้าตั๋วเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ส่วนในทัวร์นาเมนต์ ลีโอ ปรีซีซั่น คัพ พวกเขาทำผลงานได้ดีเกินคาด ซิวแชมป์รายการนี้ไปครองด้วยการเอาชนะ บางกอกกล๊าส เอฟซี เจ้าภาพของรายการนี้ ในนัดชิงชนะเลิศได้ถึงถิ่นลีโอ สเตเดี้ยม
 
โค้ชแบน – ธชตวัน ศรีปาน กุนซือเมืองทองฯ ต้องเช็คความฟิตของ ธนบรูณ์ เกษารัตน์ มิดฟิลด์คนสำคัญ กับ ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าตัวหลักของทีม ส่วนอดิศักดิ์ ไกรษร ที่เพิ่งย้ายเข้ามาร่วมทีมได้ไม่กี่วัน ไม่มีปัญหาเรื่องสภาพร่างกาย แต่น่าจะถูกส่งลงสนามในฐานะตัวสำรอง โดยเมืองทองฯ มาในระบบ 4-3-3
 
ผู้รักษาประตู : กวิน ธรรมสัจจานันท์, แบ็กโฟร์ : อาทิตย์ ดาวสว่าง, ฟาบริซิโอ ดอร์เนลลาส, นาอาโอกิ อาโอยาม่า, พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา, กองกลาง : สารัช อยู่เย็น, ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ชนาธิป สรงกระสินธุ์, กองหน้า : กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ , จูเนียร์ เนเกรา, เคลตัน ซิลวา

คีย์แมน : ธีราทร บุญมาทัน V พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา

กัปตันทีมชาติไทย ไม่ต้องบรรยายสรรพคุณกันให้มาก ฝีเท้าของเขานับวันยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นนักเตะที่ดีสุดของประเทศไปแล้ว จุดเด่นคือการเล่งวิงแบ็กที่หาตัวจับยาก เกมรุกดี เกมรับดี แถมบางครั้งยังขยับมาทำเกมแดนกลางได้อีก ครบเครื่อง สมบรูณ์แบบ ของวงการลูกหนังไทยคนหนึ่งในยุคนี้
 
ขณะเดียวกัน อาวุธที่สำคัญของ ธีราทร ที่ถูกกล่าวถึงมากที่สุด คงหนีไม่พ้น ลูกฟรีคิก ที่ไม่ว่าจะยิงเอง หรือเปิดให้เพื่อนได้ลุ้นทำประตู ธีราทร ก็ทำได้ดีราวกับจับวาง นี่คือนักเตะที่เมืองทองจะต้องระวังมากที่สุด หากพลาดป้องกันไม่ดี ลูกเซ็ทพีซของ แบ็กซ้ายหมายเลข 2 ของบุรีรัมย์ พร้อมจะเล่นงานคู่แข่งได้ทุกเมื่อ
“พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา” คือแบ็กซ้ายที่กิเลนผยอง ตามหามานานแล้ว เขาได้รับการยอมรับจากผลงานในนามทีมชาติ แต่น่าเสียดายที่ช่วงหลัง เขาต้องแย่งชิงตำแหน่งแบ๊กซ้ายกับ ธีราทร บุญมาทัน ทำให้ พีระพัฒน์ ตกอยู่ภายในร่มเงาของ กัปตันทีมชาติไทย มาโดยตลอด และการย้ายมากิเลนผยองในฤดูกาลนี้ เขาต้องการพิสูจน์ตัวเองในการเล่นให้ทีมยักษ์ใหญ่ระดับประเทศ
 
จุดเด่นของ บาส-พีระพัฒน์ คงคล้ายๆกับ ธีราทร คือเป็นแบ็กยุคใหม่ที่เล่นเกมรุกและรับได้ดี ครอสบอลแม่น ยืนตำแหน่งได้ดี มีทีเด็ดจากลูกยิงไกล การย้ายมาสู่ทีมที่ลุ้นแชมป์ทุกซีซั่น ยิ่งเพิ่มความท้าทาย ให้เจ้าตัวกระหายชัยชนะ รวมถึงอยากทำผลงานให้ดี เพื่อเบียดตำแหน่งตัวจริงจาก ธีราทร ในสีเสื้อทีมชาติให้ได้ นอกจากนี้ สมัยที่ยังค้าแข้งให้บีอีซี พีระพัฒน์ มักมีสถิติที่ดียามเจอ บุรีรัมย์ หลังจากเจ้าตัวเคยตะบันลูกยิงไกลสุดสวยใส่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาแล้ว
 

สองกุนซือ

“เดอะ แบน” ธชตวัน ศรีปาน กุนซือสุภาพบุรุษลูกหนัง ได้โอกาสครั้งสำคัญในการคุมทีมยักษ์ใหญ่ของไทย พร้อมมุ่งมั่นที่จะไล่คว้าแชมป์กลับมาคืนสู่ทีมอีกครั้ง หลังกิเลนผยอง ห่างเหินถ้วยแชมป์ลีกไปนาน เขามาถิ่นเอสซีจ สเตเดี้ยม ด้วยแท็คติกการเล่นบอลเกมรุก และ ทีมเวิร์ก ซึ่งเป็นแนวทางที่สโมสรตัดสินใจเลือกเขา
 
สำหรับ โค้ชแบน เริ่มต้นเส้นทางการเป็นกุนซือกับ บีอีซี เทโรศาสน จากนั้นพาสระบุรี เอฟซี ทีมบ้านเกิดในดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้น ไต่เต้าขึ้นมาเล่นไทยลีกได้สำเร็จ ก่อนโยกไปคุมเพื่อนตำรวจ ต่อจาก อรรถพล ปุษปาคม อดีตรุ่นพี่ที่โค้ชแบนเคารพรัก และล่าสุดเขาตัดสินใจรับงานใหม่ที่ท้าทายกับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้
 
“ผมมั่นใจในศักยภาพของทีมในตอนนี้เราสู้บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แน่นอน ถ้วย ก. ถือเป็นถ้วยที่ยิ่งใหญ่ เราหวังจะคว้าแชมป์ให้ได้ เพื่อเป็นการเริ่มฤดูกาล 2016 ที่ดี” โค้ชแบน กล่าว
ด้านอเล็กซานเดร กาม่า หัวหน้าผู้ฝึกสอนบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด นับเป็นกุนซือมากฝีมือ ที่ได้รับความไว้วางใจจาก เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสร ให้คุมทีมเข้าฤดูกาลที่ 3 แล้ว ด้วยระบบและตัวผู้เล่นที่ค่อนข้างลงตัว จึงทำให้บุรีรัมย์ ตอนนี้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งที่สุดในไทยและยากที่จะมีใครมาโค่นพวกเขาลงได้
 
ฤดูกาลนี้ กาม่า คงต้องเผชิญหน้ากับความกดดันที่มากขึ้นกว่าเดิม หลังพาบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าแชมป์ได้ถึง 5 รายการได้ในปีเดียว และกุนซือชาวบราซิล ก็ต้องการประเดิมความสำเร็จในศักราชใหม่ของทีม ด้วยการเป็นแชมป์ถ้วยพระราชทาน ก.
 
“นัดนี้เป็นเกมที่ยิ่งใหญ่ และสำคัญกับพวกเรา ผมต้องการคว้าแชมป์รายการนี้มาให้ได้ เพื่อเริ่มต้นแข่งขันฤดูกาล 2016 ที่ดี ผมมี 11 ตัวจริงในใจแล้วคงต้องเช็คความพร้อมก่อนแข่งอีกที”