บู่กว่านี้มีอีกมั้ย! 6 กุนซือที่มีผลงานสุดพังในพรีเมียร์ลีก

หลังจากที่ เรมี การ์ด ถูกไล่ออกจากทีมแอสตัน วิลล่า เนื่องจากทำผลงานได้สุดบู่ วันนี้ โรเบิร์ต โอคอนนอร์ คอลัมนิสต์ของโฟร์โฟร์ทูจะพาย้อนรำลึกถึง 6 ผู้จัดการทีมจอมพังที่เคยสร้างหายนะบนลีกสูงสุดมาแล้ว

1. คริสเตียน กรอสส์, สเปอร์ส ฤดูกาล 1997/98

“ผมอยากให้สิ่งนี้เป็นเหมือนตั๋วสำหรับเดินทางตามฝันของผม” กรอสส์กล่าวด้วยรอยยิ้มให้กับบรรดาสื่อที่มาร่วมงานแถลงข่าว พร้อมกับโบกตั๋วรถไฟที่มีเป้าหมายอยู่ที่สนามบินฮีทโธรว์ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

อดีตกุนซือของทีมกราสส์ฮอปเปอร์เพิ่งเดินทางมาจากเมืองซูริคแบบสดๆ ร้อนๆ ซึ่งมันคือจุดเริ่มต้นความวินาศของทีมดังแห่งถิ่นลอนดอนเหนือในฤดูกาล 1997/98

Christian Gross

กรอสส์กำลังคุมทีมในเกมที่พวกเขาพ่ายแพ้แบบหมดรูปให้กับโคเวนทรี 4-0

ในขณะที่คู่อริตัวฉกาจอย่างอาร์เซนอล ภายใต้การนำทีมของกุนซือชาวต่างชาติคนใหม่อย่าง อาร์แซน เวงเกอร์ ที่สามารถพาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ สเปอร์สกลับต้องดิ้นรนหนีตาย ทำให้พวกเขาจบอันดับ 14 เหนือโซนตกชั้นเพียง 4 คะแนนเท่านั้น โดยมีกรอสส์ถือเป็นกุนซือที่ค่อนข้างหัวแข็ง เขามักจะใช้แผนการเล่นแบบงงๆ อีกทั้งยังมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักกับนักเตะในทีมและสื่อมวลชนด้วย

และในเชิงสถิตินั้น พบว่ากุนซือชาวสวิสรายนี้ทำผลงานได้แย่กว่ามาตรฐานเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อเขาพาทีมเก็บแต้มได้น้อยกว่าฤดูกาลก่อนแค่ 2 คะแนน และทำอันดับหล่นลงจากเดิม 3-4 อันดับ หลังจากที่เขามารับงานในเดือนพฤศจิกายน

แต่กระนั้นความเลวร้ายก็ยังวนเวียนอยู่กับกรอสส์ เมื่อบุคลิกที่เงอะงะของเขาทำให้ตกเป็นเป้านิ่งของสื่อที่ไม่เคยลืมวันเปิดตัวอันน่าตลกขบขันที่เจ้าตัวนั่งรถไฟมาแถลงข่าวจนทำให้ถึงที่หมายล่าช้ากว่ากำหนด และในเดือนกันยายน ปี 1998 กุนซือรายนี้ก็เดินทางกลับบ้านเกิดด้วยความสบายใจ ขณะที่ประธานสโมสรของสเปอร์สอย่าง อลัน ชูการ์ ต่อว่าสื่อว่าปฏิบัติตัวอย่างไม่เป็นธรรมกับกรอสส์เอาเสียเลย

2. อลัน เชียเรอร์, นิวคาสเซิล ฤดูกาล 2008/09

หากจะกล่าวโทษเชียเรอร์คนเดียวว่าเป็นสาเหตุที่ทำให้นิวคาสเซิลตกชั้นในปี 2009 ก็ดูตั้งใจโทษดาวยิงทีมชาติอังกฤษไปหน่อย เพราะในฤดูกาลนั้น ทีมสาลิกาเปลี่ยนผู้จัดการทีมถึง 4 คนด้วยกัน ซึ่งบางคนมีโอกาสคุมทีมเพียงระยะสั้นๆ เท่านั้นจึงทำให้ไม่ประสบความสำเร็จ ขณะที่บางคนมีเวลาพอ แต่กลายเป็นทำให้ทีมขาดความมั่นคงและมีพัฒนาการที่หยุดชะงักไป

และจากการที่ เควิน คีแกน กับ โจ คินเนียร์ ได้ออกจากถิ่นเซนต์เจมส์พาร์คไปนานแล้วตั้งแต่ก่อนเดือนพฤษภาคม ขณะที่ คริส ฮิวจ์ตัน และ โคลิน คัลเดอร์วู้ด ก็กลับไปรับตำแหน่งในทีมสต๊าฟฟ์ของทีมเหมือนเดิม ทำให้อดีตกัปตันทีมอย่างเชียเรอร์ต้องเข้ามากอบกู้สถานการณ์ในภาวะที่สโมสรกำลังเป๋ ถึงแม้ว่าจะอยู่ห่างจากโซนปลอดภัยแค่ 3 คะแนนก็ตาม

โดยเชียเรอร์คว้าได้ 5 แต้มจากการลงสนาม 8 นัด ซึ่ง 1 ในนั้นคือเกมที่เอาชนะมิดเดิ้ลสโบรช์ที่กำลังหนีตกชั้นด้วยกันไป 3-1 ซึ่งไม่ว่าผลงานจะเป็นอย่างไร สถานะลูกรักของกองหน้ารายนี้กับสโมสรนิวคาสเซิลสามารถทำให้แฟนๆ และทีมบริหารเฝ้าดูเขาทำงานอย่างอดทนได้

อย่างไรก็ตามตอนที่เขาก้าวเข้ามารับงานในเดือนเมษายน เป็นช่วงที่นิวคาสเซิลอยู่ในสถานะที่ไม่สามารถอ่อนแอหรือก่อความผิดพลาดได้ แต่ทว่าทั้ง 2 อย่างก็เกิดขึ้นในที่สุด กลายเป็นนิวคาสเซิลผู้น่าสงสารต้องหล่นไปเล่นอยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพโดยน้ำมือของฮีโร่ของพวกเขาเองที่ดูจะมาผิดเวลาไปหน่อย

3. พอล จีเวลล์, ดาร์บี้ ฤดูกาล 2007/08

อีกหนึ่งกุนซือที่ยอมรับหน้าที่ปัดกวาดผลงานอันแสนเลวร้ายของกุนซือคนก่อนหน้า พอล จีเวลล์ เข้ามากุมบังเหียนของดาร์บี้ เคาน์ตี้ ในเดือนพฤศจิกายน ตอนที่ผ่านไปแล้ว 1 ใน 3 ของฤดูกาล ซึ่งถือเป็นภารกิจที่ยากไม่ใช่เล่นสำหรับจีเวลล์

ทีมแกะเขาเหล็กเก็บได้เพียง 6 แต้มจาก 14 แมตช์แรก จนทำให้ บิลลี เดวิส ถูกไล่ออกไปในเดือนพฤศจิกายน เรียกได้ว่ามันเป็นผลงานที่เลวร้าย และกุนซือคนใหม่ก็ไม่สามารถจะแก้ไขอะไรได้ จึงทำได้อย่างเดียวคือการทำให้นักเตะระดับเดอะแชมเปี้ยนชิพในทีม สามารถต่อกรกับทีมต่างๆ บนพรีเมียร์ลีกได้ ซึ่งจีเวลล์ที่เคยพาแบร็ดฟอร์ดและวีแกนอยู่รอดปลอดภัยมาก่อน ทำให้การพาทีมหนีตกชั้นสำหรับเขาดูไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร

Paul Jewell

จีเวลล์สร้างสถิติผลงานย่ำแย่ที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกกับดาร์บี้

อย่างไรก็ตามดาร์บี้ เคาน์ตี้ ก็ตกชั้นอย่างรวดเร็วจนน่าใจหาย โดยเริ่มต้นในช่วงคริสต์มาสปี 2008 พวกเขาทำได้เพียง 6 ลูก และเสียถึง 39 ประตู โดยเป็นการเสีย 6 ประตูในนัดเดียวถึง 4 ครั้ง และ 5 ประตูในนัดเดียวอีก 2 ครั้ง โดยการพ่ายแพ้เละเทะแบบนี้เกิดขึ้นในยุคของจีเวลล์อยู่บ่อยครั้ง

โดยชัยชนะนัดเดียวของทีมคือแมตช์กับนิวคาสเซิล ซึ่งเกิดขึ้นก่อนที่อดีตผู้จัดการทีมของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์เข้ามาในถิ่นไพรด์ พาร์ค เสียอีก จึงทำให้บิ๊กบอสรายนี้จบฤดูกาลด้วยสถิติ 5 คะแนนจาก 24 นัดเท่านั้น

4. เปเป้ เมล, เวสต์บรอม ฤดูกาล 2013/14

เวสต์บรอมคือสโมสรที่ไม่มีผู้เล่นคนใดเลยที่โดนใบแดงในฤดูกาล 2013/14 แต่ทว่าการไร้ใบแดงตลอดฤดูกาลนี้ต้องหลบไป เพราะความอัปยศตลอด 9 เดือนต่างหากที่ยังคงตามหลอกหลอนแฟนๆ ในถิ่นเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ ที่ดูจะเป็นการทุ่มเทพลังงานในการเชียร์ทีมรักที่สิ้นเปลืองและเปล่าประโยชน์ที่สุด

การจบอันดับ 8 ในฤดูกาลก่อนหน้าคือผลงานที่ดีที่สุดของทีมในช่วงนั้น ทำให้แฟนๆ ต่างคาดหวังในผลงานของฤดูกาลต่อมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกเขาหมดภาระหนี้สินที่เกิดขึ้นช่วงปี 2000 เป็นต้นมา ซึ่งคอยดึงให้พวกเขาตกไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพอยู่บ่อยๆ

นั่นทำให้ความคาดหวังมีสูงขึ้นจนทำให้ประเมินตัวเองผิดไป เพราะจริงๆ แล้วการที่ 12 ทีมที่อยู่อันดับต่ำลงไปพากันทำงานผลงานผิดคาดต่างหาก ถึงทำให้เดอะ แบ็กกี้ส์จบอันดับ 8 ได้สำเร็จ แถมแต้มที่ได้กว่าครึ่งก็มาจากแมตช์ก่อนวันที่ 24 พฤศจิกายนเสียอีก ก่อนที่ฟอร์มของทีมภายใต้การนำของ สตีฟ คล้าร์ก จะเริ่มฝืดไป

Pepe Mel

เปเป้ เมล ได้แต่ดูอันดับของเวสต์บรอมค่อยๆ ขยับลงเรื่อยๆ

ผลงานที่ไม่ค่อยดีนักยังคงตามมาถึงฤดูกาลถัดมา แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร แต่มันอาจจะเป็นเรื่องที่พอจะให้อภัยได้สำหรับผู้จัดการทีมอย่างเปเป้ เมลที่ต้องทนเห็นอันดับของทีมตัวเองตกลงเรื่อยๆ

เพราะจากความสับสนในช่วงที่กำลังจะแต่งตั้งเขาเมื่อเดือนมกราคม ทำให้เมลต้องกลับไปยังเซบิลล์หลังจากที่สโมสรบอกว่าเจ้าตัวไม่สามารถดึงสต๊าฟฟ์มาร่วมงานด้วยได้ก่อนจะมายังถิ่นเดอะ ฮอว์ธอร์นส์ อีกครั้ง ซึ่งกุนซือชาวสแปนิชมีท่าทีประหม่า,​ ไม่สบายใจ รวมถึงเซื่องซึมจนน่าเป็นห่วง และพาทีมเก็บได้เพียง 15 แต้มจาก 17 เกมเท่านั้น

5. โทนี อดัมส์, พอร์ทสมัธ ฤดูกาล 2008/09

มันเป็นเกม 16 นัดที่สร้างรอยด่างพร้อยในอาชีพลูกหนังให้กับ โทนี อดัมส์ เมื่อเจ้าตัวเข้ามาคุมทีมพอร์ทสมัธต่อจาก แฮร์รี เรดแน็ปป์ ที่ย้ายไปคุมสเปอร์สในปี 2008

ในตอนนั้น พอร์ทสมัธกำลังจะมีปัญหาทางการเงิน แต่ทว่าการทำงานของทั้งเรดแน็ปป์, โทนี อดัมส์ และ พอล ฮาร์ท มีส่วนช่วยให้ทีมปอมปีย์เอาตัวรอดบนลีกสูงสุดได้ โดยมีคะแนนเหนือโซนตกชั้นอยู่ 7 คะแนน แต่ในที่สุดพวกเขาก็ไม่รอดในฤดูกาลถัดมา

Tony Adams

โทนี อดัมส์ ไม่อาจหยุดความตกต่ำของปอมปีย์ได้

ซึ่งการที่ทีมคว้าได้เพียง 10 แต้ม ทำให้การแต่งตั้ง โทนี่ อดัมส์ นั้นสามารถอธิบายถึงความยุ่งเหยิงของการบริหารของทีมที่สร้างความเจ็บปวดให้กับแฟนๆ ได้อย่างดีที่สุดเลยทีเดียว

6. เทอร์รี คอนนอร์, วูล์ฟส์ ฤดูกาล 2011/12

ในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2012 ไม่กี่วันหลังจากที่วูล์ฟส์โดนเวสต์บรอมถล่มไป 5-1 ในศึกดาร์บี้ ทำให้ มิค แม็คคาร์ธีย์ ถูกไล่ออกจากตำแหน่งทันที และเป็น สตีฟ บรูซ ที่กลับมาบ้านหลังจากที่ไปประชุมที่ถิ่นโมลินิวส์ พร้อมกับภรรยาเขาว่าเขากำลังจะกลับไปทำงานอีกครั้ง

Terry Connor

การเข้ามาคุมทีมของคอนนอร์สร้างความมึนงงให้กับแฟนๆ ในถิ่นโมลินิวซ์

หลังจากนั้นไม่นาน สโมสรก็ประกาศแต่งตัวผู้จัดการทีมชั่วคราวอย่าง เทอร์รี คอนนอร์ เป็นผู้จัดการทีมถาวรจนจบฤดูกาลนั้น ซึ่งทั้งบรูซและสาวกหมาป่าก็ไม่อาจทราบได้ว่าทำไมถึงไม่เลือกคนที่มีประสบการณ์ในการหนีตกชั้นมาก่อน แต่กลับเลือกผู้ชายที่ไร้ประสบการณ์ในการคุมทีมเลยมาแทน

แล้ววูล์ฟส์ก็จบฤดูกาลด้วยการที่คอนเนอร์ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลย จนต้องตกลงไปอยู่ในเดอะแชมเปี้ยนชิพ นอกจากนี้ยังเป็นหนึง่ในการตกชั้นที่เก็บแต้มได้น้อยในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกอีกด้วย