Interviews

จ่าเฉย? : 3 เคล็ดลับก้าวข้ามเสียงวิจารณ์ของ...มงคล ทศไกร

“ผมเริ่มเข้าใจคำว่าฟุตบอลมากขึ้นจากการถูกวิจารณ์นี่แหละ ถ้าไม่อยากให้เขาด่าเราก็ต้องทำผลงานให้ดี” 

We are part of The Trust Project What is it?

เสียงจากแฟนบอลบางส่วนแสดงความสงสัยหลัง สิโรจน์ ฉัตรทอง ถูก มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบียใส่ชื่อของเขาเป็นหนึ่งในขุนพลทีมชาติไทยชุดทำศึกกระชับมิตรระดับ International ‘A’ Match กับทีมชาติจีน ในวันที่ 2 มิถุนายนนี้ ทำให้ถูกมองว่าหัวหอกจาก “กิเลนผยอง” ยังไม่ดีพอกับการมีชื่อติดทีมครั้งนี้ เพราะผลงานกับต้นสังกัดเขายังไม่สามารถเบิกสกอร์แรกให้กับทีมได้เลยนับตั้งแต่ย้ายมาอยู่กับ เมืองทอง ยูไนเต็ด ในฤดูกาลที่ผ่านมา...

สัมภาษณ์ - เขียนโดย

ไม่ต่างจาก มงคล ทศไกร แข้งรุ่นพี่ที่เป็นหนึ่งในนักเตะที่โดนคำวิจารณ์บ่อยครั้งที่สุด ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมามีหลายประโยคด้านลบจากแฟนลูกหนังที่สร้างความเจ็บให้ “จ่าเย็น” โดยเฉพาะกับทีมชาติที่หลายคนมองว่าเขาไม่เก่งพอสำหรับทัพช้างศึก

จาก “ซิโก้” เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง มาถึงยุคของ มิโลวาน ราเยวัช มงคล ยังคงเป็นตัวเลือกในพื้นที่โควต้าทีมชาติไทยเสมอ แม้จะต้องเจอคำครหาต่างๆ แต่เขายังคงปักหลักเป็นกำลังสำคัญให้ทัพช้างศึกมาจนถึงทุกวันนี้

แต่อะไรทำให้จ่าเย็น "เฉย" ได้ขนาดนี้? นี่ คือ เคล็ดลับของเขา…..

เข้าใจลูกหนังจากคำวิจารณ์

“เอาจริงๆผมไม่เคยโกรธนะ...” มงคล เริ่มกล่าวถึงแต่ละครั้งที่เขามักถูกวิจารณ์ฟอร์มการเล่น ซึ่งในแต่ละครั้งมีทั้งหนัก และเบาแตกต่างกันไป

ทุกคนที่เข้ามาดูฟุตบอลเขาอยากมีความสุขมีเสียงหัวเราะทั้งนั้น แต่บางครั้งพอเขามาเห็นการเล่นของเราแล้วรู้สึกผิดหวังผลการแข่งไม่ได้เป็นที่อย่างต้องการมันก็เป็นธรรมดาที่เขาจะวิจารณ์

“ถ้าถามว่าเคยเจอหนักสุดคือคำไหน ผมมองว่าทุกคำมันก็เหมือนกันหมด แต่ที่ผมรู้สึกว่ามันมากจนรู้สึกว่าเราแย่หนักขนาดนี้เลยหรือก็คือตอนที่เราไปดูคอลัมน์เกี่ยวกับเราแล้วเจอคอมเม้นต์ที่เขาด่าเรา แต่ผมก็รู้ว่าช่วงเวลาที่ไม่ดีก็ต้องมีอะไรแบบนี้บ้างมีคนบอกด้วยนะว่าอย่าไปอ่านคอมเม้นต์ เพราะอ่านแล้วมันทำให้เรารู้สึกแย่แน่ๆ พออ่านแล้วผมก็มักจะถามตัวเองว่าเรามันไม่ดีขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะฉะนั้นสู้ไม่อ่านแล้วกลับไปทำหน้าที่ของเราให้เต็มที่ดีกว่า”

“แต่ทุกครั้งเวลาโดนวิจารณ์มันเป็นคำถามที่เราจะกลับมาถามตัวเองมากกว่าว่าเราควรจะทำอย่างไรต่อไป แต่อย่างหนึ่งคือเราต้องมีกำลังใจที่ดี ทุกครั้งที่โดนวิจารณ์ผมพยายามคิดในแง่บวกตลอด ถ้าเราคิดบวกไม่ว่าจะเจอเรื่องลบแค่ไหนในความรู้สึกของผมถ้าเราไม่ได้ทำให้แฟนบอลรู้สึกผิดหวังหรือสามารถทำให้เขามีความสุขได้เขาก็จะไม่ด่าเราหรอก”

“ทุกคนที่เข้ามาดูฟุตบอลเขาอยากมีความสุขมีเสียงหัวเราะทั้งนั้น แต่บางครั้งพอเขามาเห็นการเล่นของเราแล้วรู้สึกผิดหวังผลการแข่งไม่ได้เป็นที่อย่างต้องการมันก็เป็นธรรมดาที่เขาจะวิจารณ์…”

“ถ้าพูดจริงๆผมเริ่มเข้าใจคำว่าฟุตบอลมากขึ้นจากการถูกวิจารณ์นี่แหละ ถ้าไม่อยากให้เขาด่าเราก็ต้องทำผลงานให้ดีที่สุดพยายามทำหน้าที่ และแก้ไขในสิ่งที่เรายังบกพร่อง ถ้าไม่พยายามมันจะทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่อยากทำอะไรเลยแล้วมันก็จะไม่มีความสุขยิ่งถ้าคิดอย่างนั้นฟอร์มมันก็จะติดลบจนมองว่าชีวิตทำไมมันโหดร้ายแบบนั้น ซึ่งจริงๆมันไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นเพียงแต่การจะต่อสู้กับเสียงเหล่านั้นคือต้องพยายามแก้ไขให้มันดีเท่านั้นเอง”

ยอมรับทั้งสองด้านมีชอบย่อมมีเกลียด

“ผมรู้สึกว่าบางครั้งคำวิจารณ์คำด่าอะไรต่างๆนาๆมันก็เป็นบทเรียนชีวิตให้กับคนๆหนึ่งได้”

ผมพยายามคิดว่าไอ้คำที่เขาด่าเราเนี่ยมันเป็นเพราะเขาอยากเห็นเราผลงานดีอย่างเห็นเรามีฟอร์มที่ดี

“บางคนเจอเรื่องแบบนี้อาจบอกว่าฟุตบอลโหดร้าย แต่อย่าลืมว่าครั้งหนึ่งฟุตบอลมันก็ทำให้คนๆหนึ่งที่ทำให้คุณมีทุกอย่างได้เหมือนกัน ซึ่งพอถึงวันที่มีจุดเปลี่ยนมันก็พลิกนิดเดียว”

“ปกติผมก็เล่นโซเชียลตลอด แต่ก็ไม่ค่อยอ่านคอมเม้นต์หรอก บางทีก็มีนะเข้าไปอ่านว่าเขาด่าอะไรเราบ้างหรือแฟนบอลคิดกับเรายังไง แต่ก็ต้องทำใจก่อนว่ามันมีคนที่ชอบ และไม่ชอบในตัวเรา ไม่มีใครที่มารักเรา 100% หรอกก็ต้องเข้าใจตรงนี้ก่อน และเข้าใจว่าเมื่อเราโดนด่าเราก็ต้องมองในแง่บวก เพราะถ้ามองในแง่ลบนี่สติไม่เหลือเลยแล้วฟอร์มมันก็จะแย่ตามไปด้วย”

“สิ่งที่ผมใช้ในการสู้กับเสียงวิจารณ์มาตลอดคือคิดบวก คิดบวกอย่างเดียวเลย”

“ผมพยายามคิดว่าไอ้คำที่เขาด่าเราเนี่ยมันเป็นเพราะเขาอยากเห็นเราผลงานดีอย่างเห็นเรามีฟอร์มที่ดี ซึ่งมันเป็นธรรมดาอยู่แล้วเมื่อคุณฟอร์มไม่ดีก็ต้องโดนวิจารณ์ขนาดนักเตะระดับโลกยังโดนเลย ถ้าเราอยากกลับมามีฟอร์มที่ดีเราต้องมองในแง่บวกก่อนว่าเราเป็นยังไง ผลงานเราไม่ดีตรงไหนทำความเข้าใจกับตรงนี้แล้วค่อยๆหาคำตอบให้เขา”

ต่อกรกับเสียงวิจารณ์ด้วยผลงานในสนาม

“ผมรู้สึกการที่เราได้รับโอกาสมันเป็นอะไรที่โชคดีมากสำหรับผม เพราะบางทีคนเรามันไม่ได้มีโอกาสมากนักหรอก อย่างผมโดนด่าเยอะ แต่เรายังมีโอกาสได้โชว์ผลงานเพื่อลบคำวิจารณ์มันก็เป็นสิ่งที่ดี ถ้ามีโอกาสเราต้องทำให้ดีที่สุด อย่างโป้(สิโรจน์ ฉัตรทอง) ที่โดนวิจารณ์บ่อยๆ ผมก็ติดตามผลงานน้องมาตลอด ผมเคยอยู่กับเขาทุกช่วงเวลาอย่างตอนที่เขาถูกมองเป็นฮีโร่ ผมก็เคยมีช่วงเวลานั้น ซึ่งมันหอมหวานนะ ไปที่ไหนก็มีแต่คนชื่อชมไม่เคยมีคำด่า แต่เมื่อวันหนึ่งฟอร์มเราไม่ดีมันน้อยมากที่เราจะได้รับคำชม”

“อย่างวันที่ผมไประเบิดอารมณ์หน้ากล้อง(เกมที่ไทย เปิดบ้านเสมอสหรัฐอาหรับ เอมิเรตส์ 1-1 ในศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย โดย มงคล ที่ถูกวิจารณ์เรื่องฟอร์มการเล่นกลายเป็นผู้ทำประตูพาทัพช้างศึกออกนำ ก่อนจบลงด้วยการแบ่งไปคนละแต้ม) นั่นคือสิ่งที่ผมใช้ในการโต้ตอบเสียงเหล่านั้น คือเวลาที่คนวิจารณ์เรามากๆเราไม่สามารถไปตอบคอมเม้นต์หรือไล่ตามสื่อได้หรอก ถ้าเขาจะด่าก็ช่างเขาหรือแม้กระทั่งบางทีเจอคนวิจารณ์หนักๆก็มีแอบคิดว่าเราไปทำอะไรให้เขา กูผิดขนาดนั้นเลยเหรอ เราไม่ได้ไปฆ่าใครตายนะทำไมต้องว่าเราขนาดนั้นมันมักจะเกิดคำถามแบบนี้ขึ้นมาบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดา”

“หรือบางทีสื่ออาจจะตีข่าววิจารณ์ตัวเรา แต่จะไปโทษสื่อมันก็ไม่ถูก เพราะอย่าลืมว่าสื่อคือส่วนสำคัญที่ทำให้เรามีชื่อเสียง แต่เมื่อวันหนึ่งคุณเล่นแย่แล้วเขาเขียนวิจารณ์คุณมันก็เป็นเรื่องที่ต้องรับให้ได้ วันที่เราดังเขาก็ช่วยเรา แต่วันที่เราไม่ดีก็ต้องยอมรับ แต่สิ่งที่จะตอบคำถามทุกอย่างได้ก็คือการทำผลงานในสนาม

“เวลาที่ผมโดนด่าเยอะๆก็มีคุยติดตลกกับเพื่อนนะว่า เออ!! มีคนรู้จักเราทั่วประเทศเลย555 แต่เขาจะรู้จักเราหรือมองเราในแง่ไหนก็เรื่องของเขาจะด่าจะว่าอะไรก็แล้วแต่เขา เพราะผมคิดเสมอว่าวันหนึ่งโอกาสมาถึง”

“ผมจะลงไปในสนาม และทำให้คนเหล่านั้นกลับมามองผมในแง่บวกอีกครั้ง...” มงคล กล่าวปิดท้าย

ติดตามอ่านสารคดีฟุตบอลสดใหม่ได้ทุกวันที่ FourFourTwo Thailand