จาก 'เฮงซัง' ถึงตำนานบาร์ซ่า : ใครคือสุดยอดแข้งส่งออกแห่งอาเซียน?

เราได้ทำการรวบรวมชื่อและทำการวิเคราะห์ออกมาจนได้ที่สุดแห่งตำนานแข้งชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ค้าแข้งยังต่างประเทศ...

เปาลิโน่ อัลกันตาร่า

 อาชีพค้าแข้ง : 1912-1927

ความสำเร็จ:

  • แชมป์สเปน 5 สมัย (1912/13, 1919/20, 1921/22, 1924/25 and 1925/26)
  • แชมป์คาตาลัน 10 สมัย (1912/13, 1915/16, 1918/19, 1919/20, 1920/21, 1921/22, 1923/24, 1924/25, 1925/26 and 1926/27)

ถือได้ว่าเป็นนักเตะอาเซียนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล สำหรับ เปาลิโน่ อัลกันตาร่า ตำนานบาร์เซโลน่าที่เกิดในฟิลิปปินส์รายนี้

ตำนานอาเซียนกับสุดสโมสรขนาดใหญ่อย่างบาร์เซโลน่าน่ะหรือ? ฟังดูเหมือนเทียบจะไม่น่าเชื่อเลย แต่มันก็เป็นไปแล้ว เมื่ออัลกันตาร่าเคยถือครองสถิตินักเตะบาร์เซโลน่าที่ทำประตูได้มากที่สุด (369 ประตูจาก 357 นัด) จนกระทั่งถูกทำลายลงในปี 2014 ด้วยฝีเท้าของ ลิโอเนล เมสซี่

โดยเจ้าตัวได้รับการขนานนามว่าเป็น "จอมทะลวงตาข่าย" จากพลังในการยิงอันรุนแรงของเขา ถือได้ว่าเป็นหนึ่งในกองหน้าที่น่ากลัวที่สุดแห่งยุค

แม้สถิติดาวซัลโวสูงสุดจะถูกทำลาย แต่อัลกันตาร่ายังมีสถิติอีกอย่างถือครองอยู่ นั่นก็คือการเป็นนักเตะบาร์ซ่าที่อายุน้อยที่สุดที่ประเดิมสนามในทีมชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 15 ปี 4 เดือนกับอีก 18 วัน ในการเจอกับคาตาล่า เอสซี

น่าทึ่งเหลือเกินที่เจ้าตัวทำแฮตทริกได้ในวันนั้น บางทีนั่นอาจแสดงให้เห็นถึงสัญญาณที่ดีตามมา

แล้วอัลกันตาร่าข้ามน้ำข้ามทะเลจากฟิลิปปินส์ไปเล่นให้บาร์เซโลน่าได้อย่างไรน่ะหรือ?

นั่นเป็นเพราะว่าเขาเกิดในจังหวัดอิโลอิโล่ในฟิลิปปินส์โดยมีคุรพ่อเจ้าหน้าที่กองทัพชาวสแปนิชและคุณแม่ชาวฟิลิปิโน่ ที่ย้ายถิ่นฐานไปอบู่บาร์เซโลน่าตั้งแต่อายุ 3 ขวบ น่าบังเอิญที่เป็นปีเดียวกับที่ โจน กัมเปร์ ได้ก่อตั้งสโมสรฟุตบอลแห่งนี้ขึ้นมา

เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนของบาร์ซ่าก่อนที่จะประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในเวลาต่อมา พร้อมทั้งถล่มคู่แข่งในลีกกระจุย

โดยเปาลิโน่กลับสู่ฟิลิปปินส์ตั้งแต่ยังหนุ่มและคว้าแชมป์ลีกกับทีมที่นั่น 2 สมัย ก่อนจะกลับไปยังทีมยักษ์คาตาลันอีกครั้ง

ซึ่งชาวฟิลิปิโน่ไม่เคยลืมตำนานที่ชื่ออัลกันตาร่าเลย และยังมีรูปปั้นของเขาอยู่ตรงด้านนอกที่ทำการสมาคมฟุตบอลฟิลิปปินส์อีกด้วย

มีนักเตะเอเชียน้อยคนเหลือเกิน หรือไม่มีเลยด้วยซ้ำที่ทำได้อย่างเขา

วรวรรณ ชิตะวณิช

“กองกลางอัจฉริยะ” นี่ คือ ฉายาของ “ป้ำ” วรวรรณ ชิตะวณิช อดีตมิดฟิลด์ทีมชาติไทย ผู้ได้ไปค้าแข้งที่ยุโรปต่อจาก วิทยา เลาหกุล…

ความจริง วรวรรณ ชิตะวณิช ได้รับการถ่ายทอดวิชาลูกหนังจาก วิทยา มาพอสมควร สมัยที่ทั้งคู่เป็นศิษย์ก้นกุฏิของสโมสรฟุตบอลราชประชา…เขาเริ่มไปค้าแข้งต่างแดนครั้งแรกที่ญี่ปุ่นกับ แทนจิน มัตซึยาม่า ทีมฟุตบอลในเมืองชิโกกุ ดินแดนทางตอนใต้ของแดนอาทิตย์อุทัย (ทีม เอฟซี เอฮิเมะ ในปัจจุบัน) เมื่อปี 1985 ก่อนระเบิดฟอร์มที่สร้างชื่อระบือไกลด้วยการทำ 34 แอสซิสต์ และยิงเกือบ 20 ประตูภายในฤดูกาลเดียว ก่อนตัดสินใจกลับเมืองไทย

ลีกมาเลเซีย ที่เริ่มให้เงินก้อนโตกับนักเตะต่างชาติฝีเท้าดี คือ เป้าหมายต่อไป แต่แมวมองจากเดนมาร์ก ทำให้ชีวิตของเขาพลิกผัน… วรวรรณ เบนเป้าหมายทันที เมื่อได้โอกาสไปยุโรป เขาได้เซ็นสัญญากับเฟเดอริคสเฮาน์ เป็นทีมประจำเมืองในศึกดิวิชั่น 3 ของแดนโคนม ในปี 1987

ด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยม ทำให้ก่อนเปิดฤดูกาล 1988 วีบอร์ก ทีมในศึกดิวิชั่น 2 ของเดนมาร์ก (ขณะนั้น) ยื่นข้อเสนอให้กับเขา “ผมตัดสินใจไปทันที...ใครไม่ไปก็บ้าแล้ว” โค้ชป้ำ กล่าวกับโฟร์โฟร์ทู ซึ่งฤดูกาลแรกเขาเป็นตัวหลักให้กับสโมสรทันที ลงเล่นไป 25 นัด โดนโทษแบนไม่ได้ลงเล่นเพียงนัดเดียว (สมัยนั้นมี 14 ทีม เตะเหย้า-เยือน รวม 26 นัด)

ปีที่ 2 กับวีบอร์ก วรวรรณ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมต่อเนื่อง แม้ได้ลงเล่นน้อยกว่าปีแรก เพราะมีอาการบาดเจ็บรบกวนบ่อยครั้งมากขึ้น แต่เขายังคงตัวหลัก พร้อมพาทีมคว้ารองแชมป์ ได้เลื่อนชั้นขึ้นไปสู่ดิวิชั่น 1 (สมัยนั้นยังไม่เรียกว่าเดนิช ซุเปอร์ลีก)

“มันเป็นปีที่ดีที่สุดของผมในยุโรปเลยก็ว่าได้ เพราะเราประสบความสำเร็จได้เลื่อนชั้นขึ้นลีกสูงสุด และปีนั้นมีครั้งหนึ่งที่ผมได้รับรางวัลยิงประตูสุดสวยประจำเดือนของลีก… มันเป็นจังหวะเตะมุม แล้วกองหลังของอัลบอร์ก เคลียร์บอลกันไม่ขาด ผมกระโดดตีลังกายิงเข้าไปเลย”  วรวรรณ พูดถึงฤดูกาลที่ 2 ของเขาที่แดนสแกนดิเนเวียน

หลังจบฤดูกาล 1990 วรวรรณ ตัดสินใจกลับไทย ปิดตำนานแข้งไทยที่เดนมาร์ก…

Pages