ฟุตบอลไทย

จากใจ! ตัวแทนเจลีกชื่นชม 4 ทีมไทยลีกการตลาดสุดเจ๋ง

เจ้าหน้าที่จากเจลีก ออกปากชื่นชมการตลาดของ 4 สโมสร แห่งลีกสูงสุดแดนสยาม

We are part of The Trust Project What is it?

ทะเกะยูกิ โอยะ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการสร้างสัมพันธ์นานาชาติของเจลีก ชื่นชม 4 สโมสร ในศึกโตโยต้า ไทยลีก ที่มีแผนการตลาดน่าประทับใจ พร้อมเผยว่าไทยลีกจะก้าวขึ้นไปติด 1 ใน 5 ลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย

ทีมงานเว็บไซต์ไทยลีก ได้มีโอกาสพูดคุยกับ ทะเกะยูกิ โอยะ ที่วีไอพีบ็อกซ์ของสนามเหย้าของเมืองทองฯ ยูไนเต็ด ระหว่างชมเกมอุ่นเครื่องระหว่างเจ้าถิ่น กับ ซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า และนี่คือส่วนหนึ่งของบทสทนาทั้งหมด

“เราได้เรียนรู้สิ่งดีๆ จากไทยลีก ที่แน่ๆ อย่างหนึ่งเลย คือ โซเชี่ยลมีเดียของไทยลีก (Facebook, Twitter, IG ตลอดถึง LINE) ตลอดจนสโมสรต่างๆ ทำงานกันแอ็คทีฟมาก แล้วก็ด้วยความที่คนไทยติดตามเฟซบุ๊ค และเล่นแอพพลิเคชั่นไลน์กันเยอะ ซึ่งทางเจลีกเอง ก็เริ่มจะพัฒนารูปแบบการนำเสนอบนโซเชี่ยลมีเดียมากขึ้น เพื่อเข้าถึงแฟนบอลที่ญี่ปุ่น” โอยะ กล่าวเริ่ม

“อีกเรื่องหนึ่งที่เห็นได้ชัดๆ คือ ที่นี่ (ไทย) มีวัฒนธรรมฟุตบอล (Football Culture) เยอะกว่าชาวญี่ปุ่น คนไทยมีความอินกับฟุตบอลมากกว่า ถ้าเราทำแบบสำรวจนะ ประมาณ 40 % ที่ญี่ปุ่นจะติดตามเจลีก แต่ที่ไทยผมคิดว่ามีไม่ต่ำกว่า 80 % ที่ชอบฟุตบอลกัน”

เมื่อถามว่าทีมที่มีการตลาดที่น่าประทับใจที่สุดคือทีมไหน โอยะ ตอบว่า “ผมบอกไม่ได้หรอกว่ามีสักกี่ทีม แต่เท่าที่เห็นๆ ก็เมืองทองฯ, บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, บางกอกกล๊าส, หรือกระทั่งเชียงราย สิ่งสำคัญ คือ ทีมระดับรากหญ้ามากกว่าที่ต้องสื่อสาร และมีปฏิสัมพันธ์กับแฟนบอลท้องถิ่นให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ใช่กับแค่ที่ไทยนะ ญี่ปุ่นเราก็ไม่หยุดพัฒนาเช่นกัน”

ตอนนี้ไทยลีก คือ ลีกอันดับ 1 ของอาเซียน และในอีก 5 ปีข้างหน้าพวกเขาก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาติด 1 ใน 5 ของลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย

“ด้วยความสัตย์จริง ผมมองว่าไทยลีกมีอนาคตที่สดใสรออยู่ ตอนนี้ไทยลีก คือ ลีกอันดับ 1 ของอาเซียน และในอีก 5 ปีข้างหน้าพวกเขาก็มีโอกาสก้าวขึ้นมาติด 1 ใน 5 ของลีกที่ดีที่สุดในเอเชีย แต่กระนั้นทุกๆ สโมสรในไทยลีกก็ยังต้องพัฒนาฐานแฟนบอลของตัวเองกันต่อไป สิ่งสำคัญที่สุด คือ เรื่องของสนาม ซึ่งที่ญี่ปุ่นเองก็มีปัญหาเรื่องนี้กันเยอะ หลายๆ สนามใหญ่เกินไป เราพยายามพัฒนาให้แต่ละทีมมีสนามเป็นของตัวเอง ในขนาดที่กะทัดรัด ความจุประมาณ 20,000 - 30,000 คน ซึ่งก็จะส่งผลดีต่อการต่อยอดทางการตลาดด้วย”