จากดาวสู่ดิน! 6 แข้งดังผู้สอบตกบนเวทีลูกหนังลุงแซม

Press Association

สโมสรในศึกเมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ จำนวนมากมักจะพยายามดึงเหล่าผู้เล่นบิ๊กเนมไปร่วมโลดแล่นกับพวกเขาเป็นประจำ ดังนั้น สก๊อต เฟรนช์ คอลัมนิสต์ของเราจึงได้ยกเอา 6 แข้งผู้ย้ายมาบนผืนแผ่นดินแห่งนี้แต่สอบตกไม่เป็นท่ามาให้ได้รู้จักกัน… 

คุณคิดว่า แฟรงค์ แลมพาร์ด จะคว้าอันดับ 1 ของลิสต์นี้หรือไม่? ขอตอบไว้ตรงนี้เลยว่า “ไม่” เพราะกองกลางผู้ดีวัย 38 กะรัตรายนี้ยังไม่ได้ทำผลงานย่ำแย่อะไรนักนับตั้งแต่ย้ายมาร่วมทัพนิวยอร์ค ซิตี้ เอฟซีเมื่อปีก่อน พร้อมกับค่าเหนื่อย 6 ล้านดอลล่าร์สหรัฐต่อปี แม้ว่าจะมีสัญญาณอันตรายหลายอย่างก่อนจะมาถึงแดนมะกันก็ตามที และนี่คือการเซ็นสัญญาที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าเขา  

แม้จนถึงตอนนี้แลมพาร์ดจะไม่ได้ลงสนามให้กับทีมของ ปาทริค วิเอร่า บ่อยครั้งนัก เนื่องจากปัญหาอาการบาดเจ็บที่ขารบกวน แต่ก็หวังว่าเขาจะกลับมาท็อปฟอร์มเหมือนตอนที่ค้าแข้งกับเชลซี

ซึ่งก็ต้องยอมรับว่ามีแข้งดาวดังหลายคนที่มาเปิดประสบการณ์ใหม่บนดินแดนแห่งนี้ทว่าหลายๆ รายกลับไม่ประสบความสำเร็จเหมือนที่เคยทำไว้อีกซีกหนึ่งของโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสโมสรอย่างเมโทร สตาร์ หรือเร้ด บูลล์ส ในปัจจุบัน ที่เรามักจะเห็นนักเตะแบบนี้เป็นประจำ ส่วนในกรณีของแลมพาร์ดนั้น เขายังคงพอมีเวลาที่จะพิสูจน์ตัวเองอยู่อีกสักระยะ ดังนั้นเราน่าจะลองให้โอกาสเขาอีกสัก 6 เดือนนะ

และนี่คือ 6 ดาวดับยอดแย่ในประวัติศาสตร์เมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์

1. โลธาร์ มัทเธอุส (เมโทร สตาร์ ปี 2000)

ในตอนที่แข้งระดับตำนานรายนี้ย้ายมาร่วมทัพเมโทร สตาร์ ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของเขาที่สมมามันดูจะมีมากกว่าฝีไม้ลายมือที่หลงเหลือของเขาเสียอีก สำหรับในสนาม มันอาจจะเป็นเรื่องที่พอเข้าใจได้อยู่บ้าง เพราะเจ้าตัวมีอายุถึง 39 ปีในตอนที่ฤดูกาลแรกบนดินแดนลุงแซมของตัวเองเริ่มขึ้น มัทเธอุสนับเป็นแข้งที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดที่เคยย้ายมาเล่นที่อเมริกาในตอนนั้นเลยก็ว่าได้ เขาเป็นนักเตะที่ได้ติดธงรับใช้ทีมชาติมากที่สุดในลีกตอนนั้นแถมยังเป็นไอดอลของใครหลายๆ คนในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 อีกด้วย

อดีตลิเบอโร่คลาสสิครายนี้คือ 1 ใน 2 แข้งที่เคยเล่นฟุตบอลโลกถึง 5 สมัย แถมเจ้าตัวยังเคยพาทีมชาติเยอรมันตะวันตกไปถึงบัลลังก์แชมป์อีกด้วย นอกจากนั้นในระดับสโมสร มัทเธอุสมีช่วงเวลาที่ดีกับโบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค, บาเยิร์น มิวนิค และอินเตอร์ มิลาน โดยตลอดช่วงเวลาแห่งความสำเร็จ เขาคว้าถ้วยรางวัลได้ถึง 22 ใบ โดยเป็นบอลลีกทั้งหมด 8 ใบด้วยกัน ขณะเดียวกันผลงานส่วนตัวของมัทเธอุสก็ไม่เป็นสองรองใครเมื่อเขาคือเจ้าของรางวัลบัลลงดอร์ 1990 และนัดเตะยอดเยี่ยมของโลกในปี 1991 อย่างไรก็ตาม แม้ว่าจะยังมีแข้งหลายๆ คนที่ผลงานแย่กว่าเจ้าตัว แต่ต้องยอมรับว่าไม่มีใครทำให้ทีมและแฟนบอลโกรธและผิดหวังได้เท่ากับตัวเขาเองอีกแล้ว เพราะแฟนบอลต่างคาดหวังในตัวดาวเตะระดับตำนานรายนี้จนทำให้หลายๆ คนนึกถึง ฟรานซ์ เบคเค่นบาวเออร์ ที่เคยเล่นกับนิวยอร์ค ลอสมอส มาก่อนด้วยซ้ำ แต่มัทเธอุสกลับย้ายมายังสโมสรแห่งนี้เนื่องจากเขาต้องการอาศัยอยู่ในนิวยอร์ค ดังนั้นมันจึงเหมือนกับว่าเจ้าตัวจัดลำดับการเล่นฟุตบอลไว้ในลิสต์อันดับที่ 2 ของเขา และเป้าหมายที่จริงก็คือการมาซัพพอร์ทอาชีพโมเดลของแฟนสาวมากกว่า ขณะที่ความสนุกของแสงสีเสียงยามค่ำคืนของเมืองแมนฮัตตันก็เป็นเหตุผลเบื้องหลังที่ไม่ไกลจากความจริงมากนัก

มัทเธอุสออกสตาร์ทกับต้นสังกัดได้อย่างย่ำแย่ในนักแรด และหลังจากนั้นเขาก็ได้รับบาดเจ็บที่หลัง ทำให้เจ้าตัวจำเป็นต้องพักฟื้น ซึ่งแข้งรายนี้เลือกที่จะไปพักร้อนอยู่ริมชายหาดพร้อมกับแฟนสาวของเขา ด้วยเหตุนี้จึงทำให้บรรดาผู้บริหารและนักเตะของทีมเมโทร สตาร์ ไม่พอใจเป็นอย่างมาก มัทเธอุสมีโอกาสลงเล่นเพียง 59 นาทีเท่านั้นระหว่างที่หายหน้าไป 7 นัด ทว่าหลังจากที่เจ้าตัวสลัดอาการบาดเจ็บและได้กลับมาลงสนามอีกครั้งในเดือนสิงหาคม ทีมก็ทำผลงานได้ดีขึ้น โดยพาทีมคว้าแชมป์สายตะวันออกด้วยสถิติชนะ 17 เสมอ 12 แพ้ 3 ซึ่งเป็นผลงานที่ดีที่สุดของทีมมาจนถึงทุวันนี้ หลังจากนั้นพวกเขาก็หักด่านดัลลาสเข้าไปรอบรองชนะเลิศก่อนจะแพ้ชิคาโก อย่างไรก็ตามมัทเธอุสดูจะไม่พยายามปรับตัวเข้าหาทีมของเขาเลย แถมเขายังมีปัญหากับคนอื่นๆ ในห้องแต่งตัวอีกด้วย ด้วยเหตุนี้ทำให้เราไม่เคยเห็นหน้าของเขาอีกเลยในปีถัดมา

2. บรังโก้ (เมโทร สตาร์, 1997)

เคลาดิโอ อิบราฮิม วาซ ลีล หรือที่รู้จักกันในนาม บรังโก้ คือแข้งแชมป์โลกคนแรกนับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อเป็นเมเจอร์ ลีก ซอคเก้อร์ โดยเจ้าตัวคือแบ็คซ้ายทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลก ปี 1994 ที่เอาชนะทีมชาติอิตาลีมาได้จากการดวลจุดโทษที่สนามโรส โบว์ ประเทศอเมริกา โดยทีเด็ดของเขาก็คือลูกยิงฟรีคิกปลิดวิญญาณที่เคยใช้เขี่ยฮอลแลนด์ตกรอบก่อนรองชนะเลิศมาแล้ว ด้วยเหตุนี้จึงทำให้เจ้าตัวกลายเป็นแบ็คซ้ายเบอร์ 1 ของทีมแซมบ้าชุดนั้นก่อนที่ โรแบร์โต้ คาร์ลอส จะมาสืบทอดตำแหน่งแทน

แบ็คซ้ายรายนี้เดินสายเตะฟุตบอลให้กับหลายๆ สโมสร ไม่ว่าจะเป็นทีมในบ้านเกิด 5 ทีมไปจนถึงปอร์โต้, เจนัว, มิดเดิ้ลสโบรช์ โดยแต่ละที่ก็อยู่เป็นระยะเวลาสั้นๆ ซึ่งเจ้าตัวได้ย้ายแบบไม่มีค่าตัวตอนอยู่กับ “สิงห์แดง” ก่อนจะโยกไปลีกมะกันแบบไม่มีค่าตัวอีกครั้ง เมื่อ คาร์ลอส อัลแบร์โต้ ปาร์เรย์ร่า อดีตกุนซือทีมชาติบราซิลชุดแชมป์โลกปี 1994 ตัดสินใจดึงตัวเขาไปร่วมงานอีกครั้งที่สโมสรเมโทร สตาร์ แต่ทว่ากลับไม่สามารถโชว์ฟอร์มเก่งของตัวเองได้ อีกทั้งเขายังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่สุดๆ (เรียกได้ว่าแย่กว่ามัทเธอุส) โดยแบ็คซ้ายรายนี้ลงเล่นทั้งหมดแค่ 11 นัดเท่านั้นพร้อมกับสถิติ 1 ประตูถ้วน นอกจากนั้นบรังโก้ยังสร้างความลำบากให้เพื่อนจากการโดนใบแดงไล่ออกถึง 3 ครั้งรวด เริ่มจากการที่เขาเข้าไปสกัดด้านหลังคู่แข่งจนถูกใบแดงไล่ออกไป หลังจากนั้นอีก 3 สัปดาห์ถัดมา เขาก็โดนใบแดงอีกครั้งหลังจากไปเข้าหนักใส่เอ็ดดี้ เลวิส และเช่นเคย อีก 3 สัปดาห์หลังจากนั้น เจ้าตัวพ้นโทษแบนกลับมาและได้โอกาสลงเล่นอีกครั้ง และเขาก็ไม่ทำให้ผิดหวังเมื่อโดนใบแดงเป็นครั้งที่สามเนื่องจากไปถุยน้ำลายใส่ ไมค์ แลปเปอร์ กองหลังของทีมโคลัมบัส ทำให้เกมในวันนั้นกลายเป็นเกมสุดท้ายของเจ้าตัวในสีเสื้อเมโทร สตาร์ทันที

3. เดนิลสัน (เอฟซี ดัลลัส, 2007)

ด้วยกฏพิเศษของศึกเมเจอร์ ลีกอย่าง “กฏผู้เล่นแต่งตั้ง” มันทำให้ลีกสูงสุดแดนลุงแซมนี้น่าสนุกยิ่งขึ้น เพราะมันเป็นกฏที่ดึงดูดแข่งชื่อดังจากต่างประเทศให้ไปค้าแข้งอยู่ที่นั่น และกฏข้อนี้เองที่เปิดโอกาสให้เดวิด เบ็คแฮมได้มาสัมผัสประสบการณ์ฟุตบอลในประเทศอเมริกา ส่วนทางเอฟซี ดัลลัสนั้น ผู้เล่นแต่งตั้งที่พวกเขาดึงเข้ามาร่วมทีมก็คือ เดนิลสัน ปีกชาวแซมบ้า โดยตั้งความหวังไว้ว่าจะพาทีมประสบความสำเร็จได้ เนื่องจากเดนิลสันผ่านการค้าแข้งบนเวทีฟุตบอลโลกมาแล้ว 2 สมัย โดยเฉพาะในนัดชิงชนะเลิศปี 2002 ทีี่เจ้าตัวถูกเปลี่ยนตัวลงมาและแสดงความสามารถอันแพรวพราวออกมา ดังนั้นมันจะมีนักเตะคนไหนที่ดูจะสมบูรณ์แบบได้เท่านี้อีก? แต่ไม่เพียงแค่นั้น เพราะเดนิลสัน คือแข้งที่สโมสรเรอัล เบติส ยอมทุบกระปุกของตัวเองในปี 1998 เพื่อเป็นค่าตัวของแข้งรายที่สูงเป็นสถิติโลก 35 ล้านดอลล่าร์ นับเป็นสถิติโลก ณ ขณะนั้นเลยก็ว่าได้ โดยก่อนหน้าที่จะย้ายมาเล่นแดนลุงแซมในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2007 เจ้าตัวเคยค้าแข้งในยุโรปและตะวันออกกลางมาก่อน แต่ดูเหมือนว่าจะโชว์ฟอร์มได้ไม่เหมือนกับช่วงเริ่มต้นอาชีพค้าแข้ง เมื่อหายไปจากเกมในการลงสนามร่วม 10 นัด จนถูกตัดชื่อออกจากทีมในลงเล่นแมตช์เพลย์ออฟ รวมถึงยูเอส โอเพ่น คัพอีกด้วย อีกทั้งยังทำได้แค่ประตูเดียวเท่านั้น ซึ่งมาจากจุดโทษในนัดแรกที่ลงสนามเป็นตัวจริงอีกต่างหาก ทำให้เอฟซี ดัลลัส ไม่สนใจที่จะใช้บริการเขาอีก

Topics