จากดินสู่ดวงดาว: ถึงเวลาของแจ็คสัน มาร์ติเนซกับการย้ายสู่พรีเมียร์ลีกแล้วหรือยัง

ผู้สื่อข่าวชาวโปรตุเกส  Tom Kundert ได้วิเคราะห์เกี่ยวกับดาวยิงหน้าใหม่ที่กำลังถูกจับตามองจากทีมยักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีก และยังติดอันดับ 100 สุดยอดนักเตะโลกของ FourFourTwo ในปี 2014 ด้วย

แม้จะสร้างผลงานยอดเยี่ยมในอเมริกาใต้ แต่เมื่อปอร์โตซื้อตัวแจ็คสัน มาร์ติเนซมาร่วมทีมในปี 2012 ก็แทบไม่มีใครเชื่อว่าแจ็คสันจะสามารถวัดรอยเท้ารุ่นใหญ่ที่เพิ่งย้ายออกจากทีมอย่าง รามาเดล ฟัลเกา เจ้าของสถิติยิง 72 ประตูใน 2 ฤดูกาลที่สนามเอสตาดิโอโดดราเกา

ไม่ถึงสองปีถัดมา แจ็คสัน มาร์ติเนซ ทำผลงานไม่น้อยหน้าเพื่อนร่วมชาติเลยแม้แต่นิดเดียว

นับถึงปัจจุบัน แจ็คสันยิงได้เท่ากับฟัลเกา แม้จะลงสนามมากกว่าฟัลเกา 20 เกม แต่ประตูรวมของแจ็คสัน มาร์ติเนซ 73 ลูกใน 108 เกม ถือว่าเป็นผลงานสุดยอดดาวยิงเมื่อคิดว่าตัวจ่ายและตัวทำเกมของแจ็คสันนั้นยังมีความสามารถไม่ถึงชุดที่ร่วมทีมกับฟัลเกาซึ่งมีเพื่อนร่วมทีมอย่าง ฮัลค์และ ฮาเมส โรดริเกซ หรือ เจา มูตินโญ่ ที่ขณะนั้นกำลังฟอร์มสด

ในทางตรงกันข้าม แจ็คสัน ที่แฟนฟุตบอลชาวโปรตุเกสเรียกกันติดปาก กลับกลายเป็นคนที่พยุงทีม แต่ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ปอร์โต้ตัดสินใจซื้อตัวผู้เล่นดีกรีสูงเข้ามาร่วมทีม ทำให้แจ็คสันยิงได้เป็นกอบเป็นกำในฤดูกาล 2014/15 ลงสนามไปแล้ว 16 เกม ยิงกระจุยถึง 12 ประตู

ความสามารถในการยิงได้สองเท้า เล่นลูกกลางอากาศได้ดี และสัญชาตญาณเพชรฆาตหน้ากรอบประตูทำให้แจ็คสันมีคุณสมบัติของสุดยอดดาวยิง และยังสามารถยิงประตูแบบที่เรียกว่าทำให้แฟนฟุตบอลอ้าปากค้าง เช่นการยิงประตูในเกมกับสปอร์ติ้ง ลิสบอน ด้วยการพลิกตัวยิงขณะที่หันหลังให้ประตู

วิตอร์ เปไรร่า โค้ชคนแรกของแจ็คสันหลังย้ายมาร่วมทีมปอร์โต้และร่วมกันคว้าถ้วยลีกโปรตุเกส และคว้าตำแหน่งดาวยิงสูงสุดในฤดูกาลแรกที่ลงสนาม ดาวยิงโคลัมเบียน แจ็คสัน มาร์ติเนซ จึงกลายเป็นหนึ่งในสุดยอดดาวยิงระดับโลก

เมื่อขอให้พูดถึงความสำเร็จในฤดูกาลแรกของแจ็คสัน เปไรร่ากลาวว่า “เราจับตามองเขามากว่า 3 ปี เราน่าจะได้ตัวเขามาในราคาถูกกว่านี้ถ้าเราตัดสินใจซื้อตัวเขาตั้งแต่แรก แต่เขาย้ายจากโคลัมเบียไปเม็กซิโกเสียก่อน”

แจ็คสันมีเทคนิคสุดยอด บุคลิกภาพเข้มแข็งชัดเจน นิสัยใจคอและความมุ่งมั่นทุ่มเทแบบนักฟุตบอลระดับโลก ผมเชื่อว่าถ้าแจ็คสันได้รับการพัฒนา ได้เข้าสู่ระบบแบบมืออาชีพและเมื่ออายุมากขึ้นกว่านี้ เขาจะเป็นหนึ่งในสุดยอดนักเตะของโลก”

ความหิวโหย ความขัดเขิน และความอับอาย

เส้นทางสู่ดวงดาวของแจ็คสันแทบไม่ต่างอะไรกับในนิยาย

เมื่อปี 2004 แจ็คสันถูกค้นพบโดยแมวมองของอินดิเพนเดียนเต้ เมเด็ลลิน ทีมในลีกโคลัมเบีย ซึ่งขณะนั้นได้ชมเกมที่แจ็คสันเล่นกับทีมท้องถิ่น

ครอบครัวยากจนของแจ็คสันแทบไม่มีเงินจ่ายเป็นค่าเดินทางจากบ้านเกิดในเมืองควิบโดไปยังเมืองใหญ่อันดับสองของประเทศโคลัมเบียที่อยู่ห่างออกไป 200 กิโลเมตร พ่อของแจ็คสันต้องกระเบียดกระเสียรหยิบยืมเงินเพื่อส่งเจ้าหนุ่มน้อยขึ้นรถไปหาความฝัน

โค้ชคนแรกของแจ็คสัน เปโคร ซาร์เมียนโต้ บอกว่า แจ็คสันในตอนนั้นรูปร่างผอมกงโก้ ซึ่งเป็นผลจากการขาดสารอาหารเพราะไม่มีเงินซื้อข้าวปลาเลี้ยงครอบครัว “เจ้าหนูแจ็คสันแทบไม่เคยได้กินของดีๆ และบางครั้งต้องทนหิวไปหลายวันกว่าจะมีกินอีก” โค้ชเปโดรให้สัมภาษณ์กับเว็บไซต์ฟุตบอล Maisfutebol

แม้ตอนนั้นจะได้ชื่อว่าเป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่สภาพร่างกายของเจ้าหนูแจ็คสันก็ยังย่ำแย่ ผมต้องพาไปซื้อเสื้อผ้า ถุงเท้า รองเท้า และสนับแข้งเพื่อจะให้ลงสนามซ้อมได้ สำหรับแจ็คสันมันยิ่งกว่าคำว่ายากจน ที่จริงต้องเรียกว่ายากไร้ ไม่มีอะไรเลย”

และที่แย่ยิ่งไปกว่านี้ แจ็คสันไม่เคยกล้าเปิดปากพูดกับใคร เพราะความขัดเขินและความอับอาย

แจ็คสันมักจะเงียบและดูเขินอาย” โค้ชเปโดรเล่าต่อ “เขามักจะมาซ้อมสาย แต่ถึงผมจะดุ เขาก็ยังไม่ตอบโต้ซักคำ ตอนนั้นเองที่คนอื่นๆ ในทีมบอกผมว่าแจ็คสันไม่มีเงินและต้องเดินเป็นระยะทาง 2 ชั่วโมงเพื่อมาซ้อม และเดินกลับอีก 2 ชั่วโมง ผมต้องบังคับให้เจ้าหนูยอมพูด นั่นแหละเขาถึงยอมรับกับผมว่าไม่มีเงินตัวซักแดง ที่บ้านก็ยากจนไม่มีปัญญาส่งเงินมาให้ ผมเลยรับเจ้าหนูเข้ามาอยู่ในบ้านและกลายเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวของผม”

The Colombian has finally found his scoring touch in the Champions League this season

ณ วันนั้น ชื่อเสียงและเงินทองที่มาจากสองเท้าของแจ็คสันดูเหมือนจะเป็นเรื่องไกลเกินฝัน โดยเฉพาะเมื่อเจ้าหนูแจ็คสันเริ่มต้นชีวิตค้าแข้งกับทีมใหญ่ “ในการลงเล่นฟุตบอลอาชีพเกมแรกที่แจ็คสันถูกเปลี่ยนตัวลงสนามเพียงไม่กี่นาทีในช่วงท้ายเกม เขาโดนแฟนๆ โห่และตะโกนดูถูก” โค้ชเปโดรเล่า

ผมเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เชื่อมันในตัวเจ้าหนูผอมกะหร่อง ผมรู้สึกได้ว่าเจ้าหนูคนนี้มีอะไรไม่ธรรมดาและผมไม่ยอมทิ้งความไม่ธรรมดาของแจ็คสัน จากเกมนั้นเขาถูกแฟนฟุตบอลของเราเองโห่อย่างหนัก ผมจึงตัดสินใจรอไปช่วงหนึ่งก่อนที่จะเลือกเขาลงสนามอีกครั้ง นัดต่อมาเราเล่นนอกบ้านกับบูคารามังก้า ผมเลือกแจ็คสันลง 11 ตัวจริง เจ้าหนูโชว์ฝีเท้ายิงซะทีมคู่แข่งซะเละ แจ็คสันเล่นด้วยความต้องการแก้แค้น ตั้งแต่นั้นมาก็ไม่มีแฟนฟุตบอลคนไหนกล้าดูถูกเขาอีกเลย”

แจ็คสัน มาร์ติเนซ ได้รับเงินเดือนในเดือนแรกจากทีมอินดิเพนเดียนเต้ 400,000 เปโซ (คิดเป็นเงินไทยประมาณ 5,504 บาท) นั่นคือแทบจะไม่ได้อะไรเลย ผู้อำนวยการทีมอินดิเพนเดียนเต้ เฟอร์นานโด ฮิมิเนซ ให้สัมภาษณ์ Maisfutebol ว่าปัญหาเรื่องการเงินของแจ็คสันเริ่มพัฒนาดีขึ้นเมื่อไม่นานก่อนที่จะเริ่มลงสนามเกมแรกอย่างเป็นทางการ

เราคุยกับโค้ชและได้รู้ว่าแจ็คสันกำลังแย่” เฟอร์นานโด ฮิมิเนซ กล่าว “เขาดูเศร้าอยู่ตลอดเวลา ผมเคยนั่งลงคุยกับเขาก่อนที่เขาจะลงสนามและบอกเขาว่า 'พรุ่งนี้จะขึ้นเงินเดือนให้เป็น 800,000 เปโซนะ' วันนั้นผมได้เห็นแจ็คสันยิ้มอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนเลยตั้งแต่รู้จักเขามา”

แม้แจ็คสันจะถูกแฟนๆ ทีมตัวเองดูถูกในช่วงแรกๆ แต่ฮิมิเนซจำได้แม่นยำว่าหลังการซ้อมแต่ละครั้ง แจ็คสันทำให้โค้ชที่มาดูการซ้อมต้องอ้าปากค้าง “ในการซ้อมวันที่ 5 บรรดาโค้ชต่างก็ถามผมเป็นคำเดียวกัน 'ไปหาเด็กคนนี้มาจากไหน นี่มันเทพชัดๆ' เขาว่ากันอย่างนั้น”

ก้าวกระโดด

หลังจากได้พิสูจน์ให้แฟนๆ เห็นแล้วว่าแจ็คสัน มาร์ติเนซ เป็นของจริง ทั้งจากสโมสรแรกและที่ปอร์โต้ รวมถึงการประสบความสำเร็จกับทีมในลีกจังโก้ เม็กซิโก้ ฮากัวเรส เดอ คิอาปาส ก่อนย้ายมาร่วมทีมปอร์โต้ คำถามถัดมาคือ สิบปีหลังการก้าวเข้าสู่เส้นทางลูกหนัง แจ็คสัน มาร์ติเนซ จะสามารถโลดแล่นในลีกใหญ่ของยุโรปได้หรือไม่

ความแข็งแกร่งไม่ใช่ปัญหา ไม่มีใครต้องเป็นห่วงเรื่องสภาพร่างกายของแจ็คสันอีกต่อไปแล้ว ร่างกายสูงใหญ่ทำให้แจ็คสันกลายเป็นจอมแกร่ง และสร้างปัญหาให้แม้แต่กับกองหลังที่แกร่งที่สุด

Jackson's first start at the World Cup produced two goals vs Japan

ผลงานที่ยังไม่เข้าตาในถ้วยยุโรปฤดูกาลนี้ (6 ประตูจาก 19 นัด) พอจะอธิบายได้ว่าทำไมทีมในลีกใหญ่ยังไม่คว้าตัวแจ็คสันไปร่วมทีม แถมบางครั้งยังมีจังหวะพลาดง่ายๆ (ไม่นับการพลาดจุดโทษอีกนะ) และในลีกใหญ่ของยุโรป โอกาสยิงประตูจะมีน้อยกว่าลีกรองอย่างโปรตุเกสแน่นอน

แต่แจ็คสัน มาร์ติเนซ ก็เหมือนเหล้าชั้นดีที่พัฒนาตามอายุและกำลังจะถึงคุณภาพดีที่สุด หลังจากยิง 6 ประตูในการลงสนามยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก 7 เกม และยังยิง 1 ประตูให้ทีมชาติโคลัมเบียในการพบกับทีมชาติญี่ปุ่นในฟุตบอลโลกที่ประเทศบราซิล

แต่ทีมยักษ์ที่จ้องคว้าตัวแจ็คสันอาจจะต้องถอยกรูดเมื่อเห็นเงื่อนไขสัญญามหาโหดของปอร์โต้ สำคัญที่สุดคือการปักป้ายราคาขายที่ 35 ล้านยูโร (ประมาณ 1,400 ล้านบาท) ซึ่งเมื่อเดือนสิงหาคมได้ประกาศ ลดราคาจากเดิม 40 ล้านยูโร แต่เพิ่มเงื่อนไขและขยายระยะสัญญา

ว่ากันว่าเงื่อนไขสัญญานั้นเพื่อให้แจ็คสันต้องอยู่กับปอร์โตอีก 1 ปี และเป็นการเคลียร์ทางก่อนจะพร้อมขายให้ทีมใหญ่ในช่วงปิดฤดูกาล เริ่มมีข่าวลือว่าแจ็คสันเองก็อยู่ไม่สุข และด้วยวัย 28 ปี ดาวดังโคลัมเบียนรู้ว่าถ้าจะย้ายไปทีมใหญ่ก็ต้องรีบไป ไม่ย้ายตอนนี้ก็คงไม่ได้ย้ายแล้ว

More on the #FFT100