จากเหยื่อสู่ผู้ล่า : เมื่อสเปอร์สไม่ใช่ลูกไล่ของยักษ์ใหญ่ในอังกฤษอีกต่อไป

Tottenham Hotspur

หลายทีมในพรีเมียร์ลีกต่างพากันฟอร์มตกในฤดูกาลนี้และดูทีท่าว่าการลุ้นแชมป์จะสนุกน้อยลงเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามคอลัมนิสต์ของเรายังเชื่อว่า สเปอร์ส คือทีมที่ยังพอจะมีลุ้นอยู่บ้างสำหรับเส้นทางที่เหลืออยู่

การหลุดฟอร์มในช่วงท้ายของฤดูกาลที่เเล้วสำหรับการล่าแชมป์ของสเปอร์สทำให้พวกเขาต้องฝันสลาย ทว่าในฤดูกาาลนี้พวกเขายังคงรักษาความต่อเนื่องในฐานะทีมชั้นนำของลีกได้ต่อไป  อย่างไรก็ตามพวกเขามักจะถูกประเมินไว้ต่ำกว่าสิ่งที่พวกเขาแสดงออกมาอยู่เสมอ

ในความเป็นจริงพวกเขาอาจไม่ใช่ทีมที่มีประวัติศาสตร์ยิ่งใหญ่อะไร แต่การเข้าใกล้ความเป็นจริงมากขึ้นเรื่อยๆในปีที่เเล้วทำให้พวกเขามีประสบการณ์ในการลุ้นแชมป์มากขึ้น

น้อยครั้งมากที่จะได้เห็นทีมที่ไม่มีประสบการณ์การลุ้นแชมป์ทำสำเร็จในโอกาสครั้งแรกเหมือนเช่นเลสเตอร์ แน่นอนว่าหากคุณจะได้ประสบการณ์ที่ล้ำค่าคุณต้องผ่านการเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสมาก่อน มันจะทำให้คุณรู้ว่าเเนวทางที่ถูกต้องเป็นอย่างไร

พวกเขาไม่ใช่ทีมที่ขอลุ้นแค่ครั้งเดียว

ครั้งหนึ่งแอสตัน วิลล่า เคยไล่ล่าแชมป์อยู่กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่มีเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นกุนซือ และท้ายที่สุดก็เป็นมวยต่อย่างปีศาจเเดงที่เข้าวินไปในที่สุด แน่นอนว่าฝั่งผู้ผิดหวังอย่าง วิลล่า เริ่มต้องมองถึงประสบการณ์จากนักเตะของพวกเขา อย่างไรก็ตามความล้มเหลวก็คือสิ่งที่พิสูจน์ความเเข็งแกร่งของสภาพจิตใจ ... วิลล่า กลับมาในฤดูกาลใหม่ด้วยเป้าหมายเดิมแต่ครั้งนี้พวกเขากลับจบอันดับที่ 10 ของตารางคะแนน และซ้ำร้ายยิ่งกว่านั้นในฤดูกาลถัดมาอีกพวกเขาก็กระเด็นไปถึงอันดับ 18

ด้านนิวคาสเซิลของ เควิน คีเเกน ที่เป็นตำนานการพลาดแชมป์พรีเมียร์ลีกในฤดูกาล 1995-96 ด้วยการจบอันดับที่ 2 ของตาราง แต่ในฤดูกาลต่อมาพวกเขากลับล้มเหลวยิ่งกว่าเดิมด้วยการจบในอันดับที่ 13 แม้ทีมสาลิกาดงชุดนั้นจะได้รับการยกย่องในแง่ของการเล่นที่น่าตื่นตาตื่นใจแต่มันจะมีประโยชน์อะไรหากไม่ได้ความสำเร็จติดไม้ติดมือ

บิล แชงค์ลี่ย์ ตำนานกุนซือของ ลิเวอร์พูล เคยกล่าวไว้ว่า "ถ้าคุณได้ที่สองมันก็เหมือนกับคุณไม่ได้อะไรเลยนั่นแหละ" นี่คือสิ่งที่เขาได้พบเจอเมื่อมีถึง 3 ครั้งที่ ลิเวอร์พูล จบด้วยการเป็นรองแชมป์และต้องเจอกับวิกฤติในการรับมือจากเหตุการณ์ขึ้นสวรรค์กับลงนรกในระยะเวลาที่กระชั้นชิดเกินไป

Aston Villa

ใจไม่ฝ่อเมื่อต้องเผชิญหน้ากับความผิดหวัง

ในปี 2002 หงส์เเดง นำเป็นจ่าฝูงแต่หลังจากนั้น 5 เกมต่อมาพวกเขากลับเสียแชมป์ให้กับ อาร์เซน่อล นั่นส่งผลถึงสภาพจิตใจในระยะยาวอย่างแท้จริงเพราะหลังจากนั้นลิเวอร์พูลก็หลุดฟอร์มและจบด้วยอันดับที่ 5,4 และ 5 ในอีก 3 ฤดูกาลต่อมา

ในปี 2009 พวกเขากลับมาเป็นทีมลุ้นแชมป์อีกครั้ง การแพ้แค่ 2 เกมตลอดทั้งฤดูกาลก็ยังไม่สามารถเอาแชมป์มาจากทีมของ เฟอร์กูสัน ในชุดที่สมบูรณ์แบบที่สุดได้ พวกเขาตามหลังยูไนเต็ด 4 แต้ม เเละยกแชมป์ให้คู่ปรับตลอดกาลและหลังจากนั้นพวกเขาก็จบด้วยอันดับที่ 7 ในฤดูกาลต่อมา นอกจากนี้พวกเขายังไม่สามารถจบด้วยอันดับที่สูงกว่าอันดับ 6 ได้เลยในเวลา 4 ปี

อีกครั้งใน 3 ปีต่อมา หงส์แดงที่นำทีมโดยหลุยส์ ซัวเรส ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาเข้าใกล้แชมป์มากที่สุดจากการนำเป็นจ่าฝูงหลังจากเหลือเกมเเข่งขันอีกแค่ 3 เกมเท่านั้น จนกระทั่งเชลซีบุกมาทำลายความฝันของพวกเขาและจากนั้น ลิเวอร์พูล ก็ออกอาการเมาหมัดด้วยการจบในอันดับ 6 และ 8 ในอีก 2 ปีต่อมา

ทั้งหมดที่ร่ายยาวมานี้สามารถบอกได้ว่าการรักษาอันดับ 2 ของสเปอร์สในเวลานี้คือเรื่องที่พวกเขาสมควรได้รับคำยกย่องมากกว่าที่เป็นอยู่ แม้ว่าในบั้นปลายพวกเขาอาจจะต้องเจ็บปวดซ้ำรอยก็ตาม

 

การเอาชนะอุปสรรค

อาจจะมีหลายเสียงแย้งว่าเหตุผลที่แท้จริงที่ทำให้สเปอร์สยังมีแต่มเกาะกลุ่มหัวตารางเกิดขึ้นได้เป็นเพราะเหล่าทีมชั้นนำทีมอื่นๆพลาดทำแต้มตกหล่นกันไปเอง แต่หากสังเกตจากฟอร์มการเล่นที่ต่อเนื่องและไม่พลาดทำแต้มหายแบบน่าเขกกระโหลกของไก่เดือยทองจะพบได้ว่าทีมของ เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กำลังมีพัฒนาการที่ยั่งยืนมากกว่าการประสบความสำเร็จฉาบฉวยแน่นอน

อย่างไรก็ตามยังมีเรื่องที่ สเปอร์ส ยังคงต้องเสริมเติมแต่งกันอีกนั่นคือการรักษาท็อปโฟร์ที่แสนล้ำค่านี้ไปได้อย่างน้อยอีก 1 ฤดูกาลนั่นจะทำให้พวกเขาเป็นทีมที่สามารถรับมือกับความล้มเหลวและพัฒนาได้ในช่วงเวลาที่ต้องใช้ความแข็งแกร่งด้านจิตใจ

สตีเว่น เจอร์ราร์ด ยังคงพร่ำพรรณาถึงความเสียใจที่ ลิเวอร์พูล พลาดคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2013-14 และสิ่งที่น่าเสียใจมากกว่าหลังจากนั้นคือนักเตะของหงส์เเดงออกอาการหมดหวังอย่างชัดเจนเมื่อได้เจอกับความเจ็บปวดชนิดที่ยากเกินบรรยาย และมันคือเหตุผลที่ทำให้ หลุยส์ ซัวเรสซ ต้องย้ายทีมหลังจากจบฤดูกาลดังกล่าว

Brendan Rodgers

เช่นเดียวเหล่านักกีฬาทุกชนิดที่ต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันแรงจูงใจที่ดีที่สุดคือการกลัวที่จะต้องพบกับความพ่ายแพ้และแสดงออกถึงสัญชาตญาณเพื่อก้าวไปสู่ชัยชนะ และการปล่อยให้จิตใจอ่อนแอและยอมแพ้ต่ออุปสรรคในครั้งเดียวมันจะส่งผลถึงความสำเร็จในอนาคตอย่างแน่นอน

ได้เวลาลากยาว

พัฒนาการจากปีที่เเล้วของสเปอร์สทำให้เห็นว่าตอนนี้ ทีมของ โปเช็ตติโน่ ยกระดับทีมขึ้นมาอย่างชัดเจน เขาสร้างนิยามใหม่ให้กับสเปอร์ส พวกเขาไม่ใช่ทีมที่เป็นลูกไล่อีกต่อไปอีกทั้งขุนพลพลังหนุ่มยังดูมีความยืดหยุ่นในการวางเป้าหมายมากขึ้นเรื่อยๆ

ส่วนอีกด้านหนึงของลอนดอน อาร์เซน่อล เองก็กำลังมีคุณภาพที่ตกลงมาและทำให้สเปอร์สเข้าใกล้อริร่วมเมืองแบบหายใจรดต้นคอ และความอยากเอาชนะคู่ปรับเช่นนี้ทำให้สเปอร์สกลายเป็นทีมที่มีความดื้อรั้นและความทะเยอทะยานเพิ่มขึ้น

สเปอร์ส ในฤดูกาลนี้อาจเหลือโอกาสลุ้นแชมป์ไม่มากนักแต่อย่างน้อยพวกเขายังมีโอกาสดีที่จะคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยุโรปที่จะทำให้ฐานของสโมสรถูกยกระดับขึ้นมา 12 เดือนที่ผ่านมาพวกเขาแก่พรรษาขึ้นอย่างชัดเจน และแน่นอนว่าจากที่เคยเป็นแค่เหยือเมื่อครั้งอดีต ตอนนี้สเปอร์สพร้อมจะกลายร่างมาเป็นผู้ล่าแบบเต็มรูปแบบเเล้ว

New features you'd like every day on FourFourTwo.com