จากเย้ยหยันสู่ยกย่อง: รวมวิวาทะบนฤดูกาลอันสุดเหลือเชื่อของ 'จิ้งจอกสยาม'

หลังจากทีม “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ สร้างประวัติศาสตร์บนเวทีพรีเมียร์ลีกทันที ด้วยการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2015/16 เป็นที่แน่นอนแล้วหลังจากเมื่อฤดูกาลก่อน ยังเป็นทีมหนีตก เรียกได้ว่าคงไม่มีใครคาดคิดว่าจากทีมจากทีมอันดับ 14 พวกเขาจะก้าวกระโดดขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ในลีก วันนี้เราจึงจะมาย้อนรำลึกถึงช่วงเวลา 1 ปี ที่ผ่านมา พร้อมเสียงเย้ยหยันต่างๆ นานาที่กลายมาเป็นความชื่นชมในท้ายที่สุดให้แฟนๆ ได้เสพย์กัน.... 

ปลด ไนเจล เพียร์สัน

“ไม่แน่ใจว่าก่อนหน้านี้พวกผู้บริหารอาจจะมุดหัวอยู่ในทรายเหมือนนกกระจอกเทศก็ได้ พวกเขาเลยไม่เห็นว่าเพียร์สันทำอะไรไว้บ้างที่ผ่านมา” นี่คือปฏิกิริยาของแฟนบอลรายหนึ่งเมื่อทราบข่าวการถูกไล่ออกของกุนซือใหญ่อย่าง ไนเจล เพียร์สัน

เพียร์สันคือผู้พาทีมจิ้งจอกสยามเก็บชัยชนะได้ถึง 7 ครั้ง เสมอ 1 ครั้งและแพ้ครั้งเดียวนับตั้งแต่เดือนเมษายนในฤดูกาล 2014/15 จนสร้างปาฏิหาริย์พาทีมรอดตกชั้นในปีแรกบนลีกสูงสุด แต่ด้วยความประพฤตินอกสนามที่สร้างความขัดแย้งไปทั่วไม่ว่าจะเป็นกับสื่อ, นักเตะ แม้กระทั่งแฟนบอลตัวเอง ซึ่งสิ่งเหล่านี้ทำให้เส้นทางของ ไนเจล เพียร์สัน ในถิ่นคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม ต้องยุติลง

จากกุนซือที่ผลิกสถานการณ์พาทีมรอดตกชั้นแบบหวุดหวิด ในตอนนี้เขากลายเป็นเพียงอดีตในถิ่นคิง เพาเวอร์เสียแล้ว แน่นอนว่าบรรดากลุ่มคนรักเพียร์สันคงจะต้องไม่พอใจเป็นอย่างมาก และคาดการณ์ว่าทีมจะต้องตกชั้น พร้อมกันนี้ต่างคาดเด่าว่าข่าวฉาวของลูกชายอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขาตกงาน

ถึงขนาดที่อดีตศูนย์หน้าและแฟนตัวยงของเลสเตอร์อย่าง แกรี่ ลินิเกอร์ ถึงขั้นฉุนสุดขีดเมื่อทราบข่าวพร้อมกับทวิตข้อความว่า “เลสเตอร์ไล่เพียร์สันออกอย่างงั้นหรอ? อะไรของพวกมันเนี่ย? พวกคุณช่วยเซ็นเขากลับมาคุมทีมทีจะได้มั้ย ให้ตายเถอะ” “เขาพาเลสเตอร์เลื่อนชั้นขึ้นมาได้ แล้วยังสร้างปาฏิหาริย์พาทีมรอดตกชั้นได้อีก แต่ผลตอบแทนของเขาคือถูกไล่ออกอย่างงั้นหรอ? ไอ้พวกบรรดาผู้บริหารมันโง่หรือเปล่า? ผมว่าน่าจะใช่นะ”

ดูท่าทางเหล่าสาวกจิ้งจอกสยามดูจะไม่ค่อยยอมรับการตัดสินใจนี้เท่าไหร่นัก

ไม่ทันเริ่มก็โดนเสียแล้ว

เก้าอี้กุนซือของทีมจิ้งจอกสยามว่างได้เพียง 13 วันเท่านั้น สโมสรก็ทำการแต่งตั้งเทรนเนอร์มากประสบการณ์อย่าง เคลาดิโอ รานิเอรี่ เป็นบิ๊กบอสของทีมทันที ซึ่งสำหรับเจ้าตัวนั้น ผ่านการคุมทีมมาอย่างโชกโชนทั้งนาโปลี, ฟิออเรนติน่า, แอตเลติโก มาดริด, เชลซี, ยูเวนตุส, โรม่า, อินเตอร์ มิลาน และล่าสุดกับทีมชาติที่เขาทำผลงานได้ย่ำแย่จนถูกไล่ออกหลังจากคุมได้เพียง 4 เดือนเท่านั้น หลังจากที่สื่อต่างๆ รายการการแต่งตั้งกุนซือคนนี้ออกไป ก็มีแฟนบอลจิ้งจอกสยามจำนวนมากพูดถึงเรื่องนี้

โดยมีแฟนบอลที่ไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด และไม่เชื่อในผีมือของรานิเอรี่เลย “รานิเอรี่จะเป็นผู้จัดการทีมคนแรกที่จะถูกไล่ออกในฤดูกาลนี้ ผมพนันได้เลย” แฟนบอลรายหนึ่งทวีต ขณะที่บางคนก็ยกเอาผลงานอันสุดแสนจะยอดเยี่ยมของเจ้าตัวขึ้นมา “งานสุดท้ายกับทีมชาติกรีซ รานิเอรี่อยู่ไม่ถึง 4 เดือนเลยด้วยซ้ำ ถึงขนาดที่ประธานเอฟเอของกรีซยังบอกเลยว่าเป็นตัวเลือกที่โชคร้ายที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยทีเดียว”

ส่วน ดีทมาร์ ฮามันน์​ อดีตกองกลางลิเวอร์พูลและนิวคาสเซิลก็หล่นความเห็นว่า "ไม่น่าเชื่อว่าเลสเตอร์จะแต่งตั้งรานิเอรี่ พวกเขาเป็นทีมที่ดีนะ แฟนบอลก็เยอะด้วย แต่ผมเกรงว่าซีซั่นหลังจากนี้พวกเขาอาจต้องไปเยือนทีมเอ็มเค ดอนส์​ แทนที่จะเป็นสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด น่ะสิ"

นอกจากนี้ยังมีกูรูอีกนับไม่ถ้วนที่ออกมาสบประมาทความสามารถของรานิเอรี่เสียแล้ว อย่างไมเคิล โอเว่น ก็ทำนายอันดับในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “ท็อป 6 ได้แก่ เชลซี, แมนฯ ยู, อาร์เซนอล, แมนฯ ซิตี้, ลิเวอร์พูล และสเปอร์ส ส่วน 3 ทีมท้ายตารางได้แก่ บอร์นมัธ, เลสเตอร์ ซิตี้ และวัตฟอร์ด”

มีแฟนบอลที่ไม่เชื่อฝีมือของรานิเอรี่ และเชื่อว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดของทีม

อย่างไรก็ตามก็ยังมีคนมองโลกในแง่ดีอยู่บ้าง โดยกล่าวต้อนรับกุนซือรายนี้ว่า “ยอดไปเลยที่เราได้รานิเอรี่มาคุมทีม มันทำให้เราอาจจะได้ลุ้นมากกว่าการหนีตกชั้นด้วยซ้ำ หวังว่าแฟนๆ อย่างเราจะอดทนกันหน่อยนะ” 

แฟนบอลจิ้งจอกสยามจำนวนหนึ่งให้การต้อนรับรานิเอรี่อย่างดี

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม พวกเขาทุกคนคงไม่คิดว่าอดีตกุนซือผู้เคยมีฉายาว่า "Dead Man Walking" (นักโทษที่รอวันประหาร) สมัยคุมเชลซียุคเปลี่ยนผ่านจาก เคน เบตส์ มาเป็น โรมัน อบราโมวิช จะพาทีมมาได้ไกลถึงเพียงนี้...

คีย์แมนป้ายแดง

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางเสียงก่นด่าเกี่ยวกับกุนซือ ก็ยังมีสิ่งที่ทำให้แฟนๆพอชื่นใจได้บ้างเกี่ยวกับผู้เล่นหน้าใหม่...

เมื่อผู้เล่นคนแรกที่รานิเอรี่ดึงตัวมาร่วมทีมก็คือเอ็นโกโล่ กองเต้ มิดฟิลด์ตัวรับร่างเล็กจากฝรั่งเศส ซึ่งในตอนที่ย้ายมานั้น เขาแทบจะเป็นนักเตะโนเนมของเกาะอังกฤษก็ว่าได้ แต่ทว่าด้วยความที่เจ้าของตำแหน่งคนเก่าอย่าง เอสเตบัน กัมบิอัสโซ่ เพิ่งจะย้ายออกไป ทำให้แฟนๆ ต่างคาดหวังในฟอร์มการเล่นของเขาแม้ว่าจะยังไม่มีใครเคยเห็นก็ตาม

“ดีลของก็องเต้ดูจะเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีนะ ผมมีความสุขมากๆ ที่เราดึงตัวเขามาร่วมทีม ผมขอแค่อย่างเดียวคืออย่าให้เขาเปลี่ยนใจละกัน เพราะเราไม่ใช่ตัวเลือกแรกของเขาอยู่แล้ว” แฟนบอลรายหนึ่งทวิตถึงก็องเต้หลังจากที่ครั้งหนึ่งทีมจิ้งจอกสยามเคยมีข่าวกับก็องเต้ ทว่าแข้งรายนี้กลับปฏิเสธไป

ก็องเต้ได้รับการต้นรับจากแฟนๆ อย่างอบอุ่น

แม้ว่าในช่วงแรกๆ เจ้าตัวอาจจะต้องใช้เวลาปรับตัวสักเล็กน้อย ทำให้ต้องเริ่มจากการเป็นตัวสำรองและพัฒนาฟอร์มการเล่นของตัวเองขึ้นมาเรื่อยๆ จนแย่งตำแหน่งกองกลางตัวจริงของทีมมาได้ จากนั้นเขาก็เริ่มเป็นที่รักของเหล่าแฟนๆ มากขึ้นเรื่อยๆ และพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าเขาคือของจริง

“เอ็นโกโล่ กองเต้ คุณคือฮีโร่ของฉัน ถ้าใครไม่เชื่อลองยกตัวอย่างกองกลางตัวรับที่ดีกว่าเขาในพรีเมียร์ลีกในเวลานี้สิ” แฟนบอลจิ้งจอกสยามรายหนึ่งทวิตความรู้สึกถึงกองกลางร่างเล็กรายนี้ เช่นเดียวกันกับแฟนบอลคนนี้ที่ทวิตว่า “ก็องเต้และดริ้งค์วอเตอร์สามารถก้าวขึ้นมาเป็นคู่กองกลางที่ดีที่สุดของเรานับตังแต่เวลเลนส์กับโอคลี่ย์เลยล่ะ”

โดยก่อนหน้านี้เลสเตอร์ ซิตี้ก็ได้คีย์แมนคนสำคัญอีกคนหนึ่งมาร่วมคือ ชินจิ โอกาซากิ ศูนย์หน้าทีมชาติญี่ปุ่นที่มีข่าวพัวพันกับทีมมาอย่างยาวนาน ซึ่งโอกาซากิก็จะเข้ามารับบทพาร์ทเนอร์ ในแดนหน้าของเจมี่ วาร์ดี้ ทำให้แฟนๆ ต่างก็คาดหวังว่าเขาจะทำได้ดีเช่นกัน นอกจากนี้การที่เจ้าตัวเป็นคนญี่ปุ่น ทำให้กลุ่มแฟนบอลในญี่ปุ่นเองก็หันมาสนใจติดตามเลสเตอร์กันมากขึ้นอีกด้วย

แฟนบอลเลสเตอร์จากญี่ปุ่นเองก็เอาใจช่วยโอกาซากิ

“ในตอนแรกผมก็ไม่ได้ตั้งใจจะติดตามหรือซื้อเสื้อใหม่ของเลสเตอร์ ซิตี้หรอกนะ แต่พอเห็นว่าโอกาซากิย้ายมาร่วมทีม ผมเลยต้องคิดใหม่อีกครั้ง ซึ่งต้องนี้ผมตัดสินใจแล้วว่าผมจะจัดเสื้อของพวกเขาสักตัวแล้วสกรีนชื่อและเบอร์ของโอกาซากิด้วยเลย” แฟนบอลรายหนึ่งที่อาศัยอยู่ในญี่ปุ่นทวิตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว

สถิติมีไว้ให้ทำลาย

สำหรับสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เลสเตอร์ ซิตี้ฟอร์มร้อนแรงได้ขนาดนี้ ก็คงต้องขอบคุณ เจมี วาร์ดี้ที่เขายิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งนับตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่พวกเขาไปเยือนถิ่นบอร์นมัธ จนถึงเกมเปิดบ้านเสมอกับแมนฯ ยู ดาวยิงสูงสุดของทีมรายนี้ทำสถิติยิงประตู 11 นัดติดต่อกัน ทำลายสถิติเดิมของรุด ฟาน นิสเตลรอย ที่ทำไว้ 10 เกม จนได้รับการยกย่องจากทั้งกูรูและนักฟุตบอลคนอื่นๆ มากมาย

Well done @vardy7! You're number one now and you deserved it. #11inarow.

รูปภาพที่โพสต์โดย Ruud van Nistelrooy (@rvnistelrooy) เมื่อ

“ยินดีด้วย @vardy7! ต่อจากนี้ไป นายคือเบอร์ 1 แล้ว คุณสมควรจะได้รับตำแหน่งนี้จริงๆ #11inarow” เจ้าของสถิติคนเก่าถึงกับโพสรูปลงในอินสตราแกรมส่วนตัวเพื่อแสดงความยินดีกับเจ้าตัว รวมถึงอลัน เชียร์เรอร์ อดีตยอดกองหน้าของนิวคาสเซิลทวิตข้อความว่า “ยินดีด้วยนะ @vardy7 มันเป็นความสำเร็จที่ยอดเยี่ยมมากๆ”

นอกจากนี้ทั้งแฟนบอลของเลสเตอร์เองและทีมอื่นๆ ต่างก็ร่วมแสดงความยินดีกับกองหน้ารายนี้ “สุดยอดไปเลยวาร์ดี้ มันเป็นเรื่องที่ยอดเยี่ยมมากจริงๆ ฟุตบอลมันควรจะเป็นเรื่องของอะไรพวกนี้ ไม่ใช่การที่เจ้าของทีมเป็นเศรษฐีน้ำมันและพยายามจัดช่องถ่ายทอดสดเพื่อค่าลิขสิทธิ์สูงๆ” แฟนบอลอาร์เซนอลรายหนึ่งกล่าวชื่นชมวาร์ดี้

หลังจากที่วาร์ดี้ทำลายสถิติ ก็มีแฟนบอลจำนวนมากทวิตไปหาเขาเพื่อแสดงความยินดี

คลิฟฟ์ จีนาต้า ประธานกลุ่มแฟนบอลเลสเตอร์ ซิตี้เผยว่าวินาทีที่กองหน้าฟอร์มแรงของพวกเขาทำประตูใส่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดได้นั้น มันเหมือนกับว่าสนามคิง เพาเวอร์ ของพวกเขาจะถล่มลงมา “พวกเราทุกคนกระโดดดีใจพร้อมๆ กันหมด มันยอดเยี่ยมมาก ประวัติได้เปลี่ยนไปแล้ว พวกเราดีใจกันอยู่ 10 นาทีได้ เราไม่รู้ว่าจะต้องทำอะไรต่อเลย มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่เขาทำลายสถิติต่อหน้าแฟนบอล 30,000 ในสนาม มันเป็นสิ่งที่พวกเราอยากเห็น และวันนี้เขาก็ทำให้พวกเราได้จริงๆ”

สถิติดังกล่าวของวาร์ดี้คงจะเป็นที่จดจำของเลสเตอร์ ซิตี้ไปอีกนานแสนนานเลยทีเดียว

อันดับ 1 ตอนคริสมาสต์ และคำท้าทายจากลินิเกอร์

เดือนธันวาคมนับเป็นเดือนที่หลายๆ คนคาดว่าเลสเตอร์จะแผ่นละเสียตำแหน่งจ่าฝูงเนื่องจากพวกเขามีคิวต้องเปิดรับการมาเยือนของเชลซี ตามด้วยไปเยือนเอฟเวอร์ตันและลิเวอร์พูล และกลับมาเฝ้าบ้านอีกครั้งเพื่อต้อนรับแมนฯ ซิตี้ ไม่มีใรคาดคิดว่าพวกเขาจะผ่านโปรแกรมเหล่านี้มาได้พร้อมกับรั้งอันดับ 1 ในวันคริสมาสต์ แต่แน่นอนพวกเขายังคงสร้างเซอร์ไพรส์อีกคง และดูไม่มีทีท่าจะหยุดง่ายๆ

เจมี่ คาร์ราเกอร์ ไม่เชื่อว่าเลสเตอร์จะเป็นแชมป์

ทว่า เจมี่ คาร์ราเกอร์ อดีตปราการหลังลิเวอร์พูลก็ยังคงไม่เชื่อว่าทีมจิ้งจอกสยามจะทำได้ โดยให้เหตุผลว่าการที่เลสเตอร์จะไปถึงถ้วยแชมป์นั้น นักเตะของพวกเขาอย่างวาร์ดี้ มาห์เรซ หรือก็องเต้จะต้องฟิตสมบูรณ์ให้ได้ตลอดทั้งฤดูกาล ซึ่งถ้าทำได้พวกเขาก็คงเป็นนักเตะที่ดีที่สุดของลีกไปแล้ว “ผมยังไม่คิดว่าพวกเขาจะได้แชมป์ลีกนะ แต่ถ้าในช่วง 5-6 เกมหลังสุด พวกเขายังรั้งอันดับ 1 ไว้ได้ละก็ นั่นก็มีโอกาสเหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่จำเป็นมากๆ ในยามที่เวลาผ่านไปเรื่อยๆ ก็คือบรรดาตัวหลักของพวกคุณต้องฟิตเสมอ อย่างวาร์ดี้ มาห์เรซ หรือก็องเต้ ซึ่งถ้าทำได้ พวกเขาก็คงเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในลีกแล้วล่ะ”

แฟนบอลเลสเตอร์ต่างดีใจกับผลงานของทีมที่ยอดเยี่ยมมากๆ

ตรงกันข้ามกับแฟนบอลที่จะดูมีความสุขอย่างมาก “เยี่ยมไปเลย มันคือของขวัญวันคริสมาสต์ที่ดีที่สุดเลย หรือฤดูกาลนี้พวกเราจะคว้าแชมป์ได้จริงๆ นะ” แฟนบอลรายหนึ่งทวิตผ่านทวิตเตอร์ส่วนตัว นอกจากนี้บางคนยังแทบไม่เชื่อเลยด้วยซ้ำว่าพวกเขาจะอยู่หัวตารางจริงๆ “ยังไม่อยากจะเชื่อเลย พวกเราอยู่อันดับ 1 จริงๆ หรอ หรือถ้าตอนนี้เรากำลังอยู่ในฝัน มันคงเป็นฝันที่น่าเหลือเชื่อที่สุดเลยล่ะ”

แม้กระทั่งแฟนตัวยงของจิ้งจอกสยามอย่างลินิเกอร์ยังไม่เชื่อว่าทีมรักของเขาจะทำได้ จนเขาท้าว่าถ้าหากเลสเตอร์คว้าแชมป์ได้จริงๆ เขาจะยอมใส่กางเกงในตัวเดียวจัดรายการ Match of the Day ในเทปแรกของฤดูกาลหน้าเลย

ดูแล้วคาร์ราเกอร์คงจะต้องยอมรับจิ้งจอกสยามจริงๆ เสียที ส่วนลินิเกอร์ก็น่าจะต้องเตรียมตัวสำหรับฤดูกาลหน้าเสียแล้ว

ใบแดงของวาร์ดี้

ทว่าสิ่งที่หลายๆ คนกลัวก็เกิดขึ้น ซึ่งก็คือใบแดงต้านสายตาของเจมี่ วาร์ดี้ แฟนๆ ต่างกลัวว่าทีมจิ้งจอกสยามจะเล่นไม่ได้เหมือนเดิมและโดนแซงในช่วงโค้งสุดท้าย แม้ว่าผลเสมอกับเวสต์แฮม 2-2 ที่บ้านของตัวเองอาจจะไม่ได้ส่งผลเสียร้ายแรงนักเพราะพวกเขายังคงมีคะแนนนำสเปอร์สอยู่พอสมควร

วาร์ดี้โดนเหลืองที่ 2 จนได้รับใบแดงไล่ออกจากสนาม จากการที่กรรมการหาว่าเขาพุ่งล้ม

“ผมสงสารเขานะ ผมว่าเขาโชคร้ายมากๆ เลยล่ะ ผมเห็นต่างจากกรรมการนะ ผมว่าวาร์ดี้ไม่ได้พุ่งล้ม เขาเพียงแค่เสียหลักเท่านั้น มันไม่สมควรเป็นจุดโทษหรือฟาวล์เลยด้วยซ้ำ เขาเบียดกับกองหลังเวสต์แฮมมาด้วยความเร็ว ซึ่งนั่นทำให้เขาเสียหลักและล้มลง” รอย ฮอดจ์สัน กุนซือทีมชาติอังกฤษพูดถึงกรณีใบแดงของวาร์ดี้ ด้านปีเตอร์ ชไมเคิล พ่อของแคสเปอร์ ชไมเคิล ผู้รักษาประตูมือ 1 ของเลสเตอร์ ถึงกับทวิตในทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า “นั้นกรรมการคนนั้นเขากำลังเมายาหรือเปล่า” เช่นเดียวกับลินิเกอร์ที่ทวิตว่า “นั่นเป็นการตัดสินใจที่เลวร้ายที่สุด มันควรจะเป็นจุดโทษด้วยซ้ำไป”

“มันไม่ได้ใกล้เคียงกับการพุ่งล้มเลยด้วยซ้ำไป ทั้งสองคนวิ่งตีคู่กันมา จากนั้นพวกเขาก็มีกระแทกกันเล็กน้อยบริเวณสะโพก นั่นคือสาเหตุที่ทำให้วาร์ดี้ล้มลง เขาคงไม่พุ่งล้มหรอก จริงๆ ผมว่ากรรมการควรจะไล่ตัวออกด้วยซ้ำไป” แฟนบอลรายหนึ่งหัวเสียสุดขีด บ้างก็ว่า “ผมถือว่าเกมนี้เราชนะ เพราะมันเหมือนคุณกำลังแข่งกับกรรมการยังไงยังงั้น ดูเขาจะตัดสินใจผิดพลาดบ่อยมากๆ ในเกมนี้” ขณะที่คนอื่นๆก็อารมณ์มาเต็มไม่แพ้กัน "เขามีสิทธิ์ที่จะโมโห เพราะกรรมการตัดสินพลาด""กรรมการพูดไม่เข้าหูเลย น่าจะโดนยิงสักเปรี้ยงนะ" "กรรมการต่างหากที่ต้องโดนแบน" ส่วนบางคนก็มาในทำนองเห็นอกเห็นใจทำนองว่า "หวังว่าเต็มที่จะโดนแค่ 2 นัดนะ"

ท่าทางแฟนๆ จิ้งจอกสยามคงจะต้องไม่ถูกใจการทำงานของ จอห์น มอสส์ อย่างแน่นอน

ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ถูกเขียนขึ้นแล้ว

แม้ว่าในตอนแรกพวกเขามีโอกาสจะการันตีแชมป์ของพวกเขาตั้งแต่ในเกมที่พบกับแมนฯ ยู ซึ่งถ้าหากเก็บชัยชนะได้ จะทำให้ทีมอันดับ 2 อย่างสเปอร์สไล่ตามพวกเขาไม่ทันแน่นอนแล้ว ทว่าในนัดนั้นพวกเขากลับจบลงด้วยผลเสมอ ทำให้ต้องลุ้นให้เชลซีไม่แพ้สเปอร์สคาบ้านตัวเอง และแล้วก็ถึงเวลา...เวลาที่สาวกจิ้งจอกสยาม ทีมงาน สต๊าฟโค้ช ผู้บริหาร รานิเอรี่ และนักเตะทุกๆ คนรอคอยก็มาถึง สเปอร์สทำได้เพียงกับเสมอกับเชลซี 2-2 ทำให้เป็นที่แน่นอนแล้วว่าชื่อของเลสเตอร์จะถูกเพิ่มเข้ามาในทำเนียบแชมป์ของพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ส่วนรานิเอรี่เองก็คว้าแชมป์ของตัวเองได้สำเร็จหลังจากที่ห่างหายไปนาน

แม้ว่าจะยังเหลือเกมอีก 2 นัด ทว่าในตอนนี้ทั้งนักฟุตบอล เหล่ากูรู นักวิจารณ์รวมถึงสโมสรอื่นๆ ต่างออกมาแสดงความยินดีกับความมหัศจรรย์ของเหล่าจิ้งจอกสยาม “เลสเตอร์ ซิตี้คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้แล้ว นี่คือเรื่องน่าตกใจที่สุดเกี่ยวกับกีฬาในชีวิตของผมเลย พวกเขาคือ 1 เดียวในใจของผม” ลินิเกอร์ กล่าวถึงทีมรักของเขา

“ขอแสดงความยินดีกับเลสเตอร์ ซิตี้และเพื่อนของผมอย่างรานิเอรี่ด้วยสำหรับแชมป์ลีกครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของพวกเขา” คาร์โล อันเชลอตติ อดีตกุนซือราชันชุดขาวกล่าว ส่วนสโมสรเก่าของรานิเอรี่ก็ส่งข้อความมาแสดงความยินดีว่า “เยี่ยมมาก มร. รานิเอรี่”

ไม่เพียงแค่แฟนบอลและกุนซือบางคนที่จะร่วมแสดงความยินดีกับพวกเขา และแน่นอนประธานสมาพันธ์ฟุตบอลระหว่างประเทศ หรือบิ๊กบอสฟีฟ่าอย่างจานนี่ อินฟานติโน่เองก็ร่วมวงกับเขาด้วย “มันคือเทพนิยายอย่างแท้จริง มันเป็ยเรื่องราวที่สวยงามที่เกิดขึ้นในโลกของฟุตบอลเท่านั้น ซึ่งในตอนแรกคงไม่มีใครคิดว่าพวกเขาจะทำสำเร็จ มันเป็นเรื่องราวที่สร้างขึ้นเพื่อให้แฟนบอลเลสเตอร์มีความสุข แต่มันเกิดขึ้นเพื่อให้ทุกๆ คนมีความสุขกับมัน นี่แหละคือความพิเศษของฟุตบอล”

เหล่าแฟนบอลจิ้งจากสยามเองก็ไม่ยอมน้อยหน้า พวกเขาร่วมตัวฉลองแชมป์แรกในรอบ 132 ปี ไปทั่วเมือง การโห่ร้อง กระโดดโลดเต้น เพลงเชียร์ ธงที่โบกสะบัด ทุกอย่างเกิดขึ้นพร้อมกับความปลื้มปิติยินดี “การขึ้นไปรั้งอันดับ 1 คือก็เรื่องหนึ่ง การที่จะเก็บชัยชนะไปเรื่อยๆ และรักษาตำแหน่งนั้นไว้ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ทุกอย่างมันเกิดขึ้นราวกับปาฏิหารย์” แฟนบอลตัวยงของเลสเตอร์รายหนึ่งกล่าว

นอกจากนี้ยังมีนักเตะ กุนซือและแฟนบอลอีกมากมายที่ร่วมแสดงความยินดีกับเลสเตอร์ ซิตี้เช่น ซีเนดีน ซีดาน, โชเซ่ มูรินโญ่, เดวิด เบ็คแฮม, แกเร็ธ เบล รวมถึงวงดนตรีจากเมืองเลสเตอร์อย่างวงคาซาเบี่ยนก็เตรียมตัวที่จะเดินทางมาที่สนามคิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยมเพื่อจัดคอนเสิร์ตใหญ่เฉลิมฉลองการคว้าแชมป์แห่งประวัติศาสตร์ของทีมประจำเมือง “ในตอนนี้มันเป็นช่วงที่วุ่นวายมากๆ แต่เราก็กำลังจัดการร่วมกับสโมสรเพื่อจะให้คอนเสิร์ตนี้เกิดขึ้น พวกเขามีช่วงเวลาที่น่าเหลือเชื่อ และการจัดคอนเสิร์ตก็ดูเป็นอะไรที่เหมาะจะทำในฤดูร้อน เรารอกันแทบไม่ไหวแล้วที่จัดปาร์ตี้ที่ใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา”

เส้นทางของจิ้งจอกสยามยังคงไม่จบลงแค่นี้ พวกเขายังมีเกมเหลืออีก 2 เกมที่จะต้องทำเต็มที่ให้สมกับการเป็นแชมป์ของพวกเขา และที่สำคัญที่สุด คือการที่พวกเขาจะต้องรักษากำลังหลักในฤดูกาลนี้ไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อเตรียมสู้ศึกในฤดูกาลหน้าที่จะมาพร้อมกับเวทีที่ใหญ่ขึ้นอย่างยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ซึ่งถึงเวลานั้น พวกเขาจะต้องเพิ่มความพยายามอีกเท่าตัวหากต้องการจะสร้างความมหัศจรรย์ดังเช่นในปีนี้อีกเป็นครั้งที่ 2 เพราะคงไม่มีใครมองว่าพวกเขาเป็นตัวเต็งหนีตกชั้นอีกต่อไป