จากหล่อฟอร์มบู่ สู่กัปตันหงส์แดง: หรือเฮนเดอร์สันจะเป็นจอมทัพลิเวอร์พูลคนใหม่?

Michael Cox จับตามองสุดหล่ออดีตนักเตะแมวดำซันเดอร์แลนด์ที่ล่าสุดปรับตัวเข้ากับระบบทีมหงส์แดงได้หลังย้ายมาร่วมทีมด้วยค่าตัวแพงลิ่วเมื่อปี 2011 

จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เริ่มฤดูกาล 2014/15 แบบเงียบๆ ไม่ค่อยน่าตื่นเต้น แต่ล่าสุดมิดฟิลด์สุดหล่อทีมชาติอังกฤษก็ได้โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมในการนำทัพหงส์แดงเมื่อต้องสวมปลอกแขนกัปตันลงทำหน้าที่แทนสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดที่มีอาการบาดเจ็บ ราวกับจะเป็นการซ้อมใหญ่ก่อนที่เฮนโด้จะได้รับตำแหน่งกัปตันตัวจริงในฤดูกาลหน้าเมื่อกัปตันเจิดโบกมือลาหงส์และบินข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกไปร่วมทีมแอลเอ กาแล็กซี่ 

ดูเหมือนว่าสุดหล่อเฮนโด้ถูกปั้นให้เป็นตัวแทนเจอร์ราร์ดตั้งแต่ต้น โดยแม้แต่กัปตันกระดูกเหล็กเองก็เคยกล่าวในวันที่เฮนเดอร์สันย้ายมาร่วมทัพหงส์แดงว่า จอร์แดน เฮนเดอร์สันจะเป็น "เจอร์ราร์ดคนใหม่" แม้เฮนเดอร์สันจะใช้เวลาปรับตัวสร้างชื่อให้สมกับความคาดหวังของจอมทัพหงส์ก็ตาม แต่เมื่อผ่านเข้าสู่ฤดูกาลที่ 4 ที่แอนฟิลด์ จอร์แดน เฮนเดอร์สันก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเขากำลังโชว์ฟอร์มสุดยอดในอาชีพค้าแข้ง

เฮนเดอร์สันอดทนผ่านช่วงฟอร์มฝืดในช่วงแรกของชีวิตการค้าแข้งที่แอนฟิลด์เมื่อเซ็นสัญญาเข้าร่วมทีมในช่วงเดียวกับชาร์ลี อดัม, สจ๊วต ดาวนิ่ง และแอนดี้ แคร์โรล ซ้ำยังเคยถูกสบประมาทว่าเป็นเพียงนักเตะหน้าหล่อราคาแพงเกินฝีเท้าและเป็นการซื้อตัวผิดพลาดเพราะคนซื้อให้น้ำหนักกับสถิติ "การสร้างโอกาสยิงประตู" ของเฮนโด้เท่านั้น

แม้นักเตะอีก 3 รายที่ย้ายมาพร้อมกันจะทำผลงานไม่เข้าตาแฟนหงส์ แต่เฮนเดอร์สันกลับไม่เป็นเช่นนั้น มิดฟิลด์สุดหล่อแกร่งกว่าอดัม มั่นใจกว่าดาวนิ่ง และไว้ใจได้มากกว่าแคร์โรลล์ ทำให้เฮนเดอร์สันถูกมองว่าเป็นความหวังและมีอนาคต แม้จะเคยมีการคาดเดากันไว้แล้ว แต่การพัฒนาก้าวกระโดดของเฮนเดอร์สันในช่วง 2-3 ปีหลังๆ ก็ถือว่าเป็นเรื่องสุดเซอร์ไพรส์สำหรับใครหลายๆ คน

โดนคิงเคนนี่ฆ่า

เฮนเดอร์สันต้องตกระกำลำบากตลอดยุคของเคนนี่ ดัลกลิช เพราะถูกจับไปเล่นหลายตำแหน่งจนมั่วไปหมด ทั้งถูกจับไปยืนมิดฟิลด์ในระบบกลาง 2 ตัว 3 ตัว แล้วยังเคยถูกโยกออกไปเล่นปีกขวา

นอกจากนี้เฮนเดอร์สันยังต้องสับสนกับบทบาทของตัวเอง เพราะนอกจากจะถูกวางตัวให้เป็นเจอร์ราร์ดคนต่อไป เฮนโด้ยังต้องเล่นในทีมเดียวกับอดีตกัปตันทีมชาติอังกฤษด้วย ทำให้ต้องใช้เวลาปรับตัว ตั้งศูนย์ถ่วงล้ออยู่พักหนึ่งกว่าที่จะหาบทบาทของตัวเองเจอ

หรือบางทีสิ่งที่เห็นจะไม่เป็นอย่างที่คิด เฮนเดอร์สันเริ่มโชว์ฟอร์มโดดเด่นก็เมื่อเจอร์ราร์ดหาฟอร์มเก่งเจอเหมือนกัน ถ้าเรามองย้อนกลับไปเมื่อช่วงกลางฤดูกาลที่ผ่านมาถึงตอนที่เบรนแดน ร็อดเจอร์สตัดสินใจทดลองระบบใหม่ด้วยการจับเจอร์ราร์ดขยับลงไปเล่นต่ำในตำแหน่งกึ่งๆ มิดฟิลด์เกมรับซึ่งนั่นเป็นการเปิดพื้นที่ให้จอร์แดน เฮนเดอร์สันได้มีโอกาสเล่นเกมบุกมากขึ้น และตอนนี้เราก็ได้เห็นเจอร์ราร์ดยืนปักหลักเล่นต่ำและเชื่อมเกมรับโดยที่ไม่ต้องใช้ความเร็วหรือพลังงานมากๆ ที่จะไปไล่บอลเหมือนตอนเป็นหนุ่มๆ ที่วิ่งขึ้นวิ่งลงจากหน้ากรอบประตูตัวเองไปถึงหน้าประตูคู่แข่งอีกแล้ว

ดังนั้นการมีจอร์แดน เฮนเดอร์สันยืนประจำตำแหน่งกลายเป็นการสร้างสมดุลให้เกมกลางสนามและเป็นขุมพลังเกมบุกของลิเวอร์พูลที่ช่วยขับเคลื่อนเกมบุกพาบอลขึ้นไปหากองหน้ายืนสูงขึ้นไป ในการลงเล่นฤดูกาลแรกภายใต้การคุมทีมของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส เฮนเดอร์สันแสดงฝีเท้าโดดเด่นเมื่อถูกเลือกให้เล่นตำแหน่งสำคัญ และช่วยขยับเกมบุกกดดันบีบพื้นที่ไม่ให้คู่แข่งมีพื้นที่เล่นบอล เหมือนในเกมที่เสมออาร์เซนอล 2-2

แต่ฤดูกาลที่แล้ว เฮนโด้ลงเล่นพร้อมความมั่นใจเต็มล้นและเป็นผู็สร้างโอกาสสุดยอดให้เพื่อนร่วมทีมได้หลายต่อหลายครั้ง และเมื่อลิเวอร์พูลเลือกเล่นด้วยระบบบุกกดดันหนักและดุดัน จอร์แดน เฮนเดอร์สันจึงกลายเป็นตัวเลือกสมบูรณ์แบบสำหรับการยืนตำแหน่งกลางรุก/หน้าต่ำถัดจากแนวบุกหงส์แดงที่มีราฮีม สเตอร์ลิง, หลุยส์ ซัวเรซ และแดเนียล สเตอร์ริดจ์ เป็นหัวหอกในแดนหน้า

ฤดูกาลนี้สถานการณ์ของหงส์แดงซับซ้อนขึ้นกว่าเดิมนิดหน่อยเมื่อสามประสานแดนหน้าต้องเปลี่ยนแปลงหลังจากหลุยส์ ซัวเรซโบกมือลาแอนฟิลด์ และเจอร์ราร์ดก็ไม่ได้เป็น 11 ตัวหลักของลิเวอร์พูลที่จะมีชื่อลงสนามและสวมปลอกแขนกัปตันทุกนัดอีกต่อไป 

การเปลี่ยนระบบจาก 4-3-3 เป็น 3-4-3 (หรือแม้แต่ 3-4-2-1) หมายความว่าจะมีโควต้ามิดฟิลด์ให้ลงสนามได้เพียง 2 ตำแหน่งเท่านั้น และปรากฎว่าลิเวอร์พูลเล่นได้ดีกว่าถ้ามีเฮนเดอร์สันลงยืนคู่กับนักเตะที่มีวินัยในการยืนประจำตำแหน่งและรักษาพื้นที่ทำการของตัวเองอย่าง โจ อัลเลน หรือลูคัส เลว่า แทนที่จะเป็นสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด และนั่นเป็นครั้งแรกที่เรารู้สึกกันว่าเฮนเดอร์สัน จะเป็นตัวเลือกแรกที่จะได้ยืนเป็นหลักในตำแหน่งมิดฟิลด์จอมทัพมากกว่าที่จะเป็นเจอร์ราร์ดเหมือนที่เคย

กัปตันสุดหล่อ

การลงสนาม 2 เกมล่าสุดในพรีเมียร์ลีก เฮนเดอร์สันโชว์ฟอร์มสุดประทับใจแฟนบอล ในเกมที่เปิดสนามแอนฟิลด์เอาชนะแมนเชสเตอร์ซิตี้ 2-1 เฮนเดอร์สันยิงประตูสุดสวยให้หงส์แดงขึ้นนำ ก่อนจะดันเกมเพรสซิ่งกดดันเรือใบจากกลางสนามตลอดทั้งเกม ในขณะที่โจ อัลเลน ยืนต่ำคอยเก็บกวาดหน้าแนวรับ

เกมถัดมาที่หงส์แดงเอาชนะเบิร์นลีย์ 2-0 กัปตันเฮนเดอร์สันยังโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมเช่นเดิมด้วยการยิง 1 ประตูและจ่าย 1 แอสซิสต์ โดยในเกมนี้เฮนโด้โชว์ความเก๋าด้วยการขยับลงมาช่วยเกมรับป้องกันการบุกของเบิร์นลีย์เพื่อรักษาสกอร์นำไว้จนจบเกม ซึ่งถ้าเทียบกันแล้วเจอร์ราร์ดเองเคยถูกวิจารณ์ว่าเล่นแบบนี้ไม่เป็นด้วยซ้ำ

แต่สิ่งที่ทำให้เรายังรู้สึกตะหงิดๆ อยู่นิดๆ ที่จะเรียกเฮนเดอร์สันว่าเป็นเจอร์ราร์ดคนใหม่ก็คือเรายังไม่สามารถฟันธงได้ว่าสำหรับลิเวอร์พูลแล้ว เจอร์ราร์ดคือตำแหน่งไหน

สตีเฟน เจอร์ราร์ด เริ่มสร้างชื่อในฐานะมิดฟิลด์เกมรับจอมแกร่ง และกลายเป็นนักเตะพลังม้าที่วิ่งขึ้นวิ่งลงไม่มีหมด จากนั้นก็ขยับมาเป็นมิดฟิลด์ตัวรุก และเป็นหมายเลข 10 จากนั้นก็ค่อยๆ ถอยลงไปยืนต่ำเป็นจอมบงการเกมจากแนวหลัง

แต่สำหรับจอร์แดน เฮนเดอร์สัน ไม่ว่าจะเล่นตำแหน่งไหนในสนามก็เป็นตำแหน่งที่เจอร์ราร์ดเคยเล่นมาแล้วแทบทั้งนั้น แต่ในที่สุดเราก็บอกได้แค่ว่าการนำนักเตะสองคนมาเปรียบเทียบกันมันไร้สาระ ถ้าเฮนเดอร์สันยังเล่นได้ด้วยฟอร์มแบบนี้ต่อไปเรื่อยๆ แฟนหงส์แดงอาจจะเลิกร้องร่ำคร่ำครวญถึงการจากไปของเจอร์ราร์ดในอีกไม่นาน