จากลีกรากหญ้าสู่ไทยลีก : ย้อนรอย 7 สโมสร ก้าวกระโดดขึ้นลีกสูงสุดใน 3 ปี

ฤดูกาล 2016 กำลังจะผ่านพ้นไป พร้อมกับการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการลูกหนัง เมื่อ อุบล ยูเอ็มที กลายเป็นทีมที่เลื่อนชั้นจากลีกรากหญ้าสู่สังเวียนไทยลีก ในเวลาเพียง 3 ปี

แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมา ยังมีอีกหลายสโมสรที่เคยประสบความสำเร็จแบบนี้มาแล้ว บางทีมยกระดับตัวเองเป็นยักษ์ใหญ่บนลีกสูงสุด แต่บางทีมเคยได้แชมป์ทั้ง 3 ลีก ภายในเวลาแค่ 3 ฤดูกาลเท่านั้น FFT TH ขอพาย้อนไปทำความรู้จักกับ 6 สโมสรที่ใช้เวลาเพียง 3 ปี ก่อนจะก้าวจากลีกรากหญ้าสู่ไทยลีกอย่างยิ่งใหญ่ ส่วนจะมีทีมใดบ้าง ติดตามได้ที่นี่…

เมืองทอง ยูไนเต็ด

นี่คือสโมสรที่ได้ชื่อว่า เป็นทีมแห่งประวัติศาสตร์ลูกหนังอาชีพของไทยอย่างแท้จริง เมื่อพวกเขากลายเป็นทีมที่คว้าแชมป์ลีกเร็วที่สุด หลังใช้เวลา 3 ฤดูกาล ไต่เต้าจากแชมป์ดิวิชั่น 2 มาสู่ดิวิชั่น 1 ก่อนที่จะคว้าแชมป์ไทยลีกมาครองได้สำเร็จตั้งแต่ปีแรกที่ได้เลื่อนชั้น

สโมสร เมืองทอง ยูไนเต็ด เดิมทีถือกำเนิดมาตั้งแต่เมื่อปี 1989 ภายใต้ชื่อ “สโมสรฟุตบอลหนองจอกพิทยานุสรณ์” โดยมี วรวีย์ มะกูดี เป็นประธานสโมสรคนแรก ต่อมาในปี 2007 ระวิ โหลทอง ประธานกลุ่มบริษัท สยามสปอร์ต จำกัด ยักษ์ใหญ่บริษัทที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านสื่อกีฬาของไทย ได้เทคโอเวอร์สโมสร และเปลี่ยนชื่อไปเป็น สโมสรเมืองทอง หนองจอก ยูไนเต็ด

ในปีเดียวกัน พวกเขาลงเล่นในศึกดิวิชั่น 2 และคว้าแชมป์ในทันทีตั้งแต่ปีแรกที่เข้าแข่งขัน ภายใต้กุนซืออย่าง นพพร เอกศาสตรา โดยมี โรเบิร์ต โปรคูเรอร์ ชาวเบลเยี่ยมเป็นผู้จัดการทีม ซึ่ง ประกิต ดีพร้อม และ ธีรศิลป์ แดงดา ก็อยู่ในผู้เล่นชุดนั้นด้วย

ฤดูกาล 2008 หลังได้เลื่อนชั้นมาเล่นดิวิชั่น 1 เกิดความเปลี่ยนแปลงหลายด้านทั้งหัวหน้าผู้ฝึกสอนที่แต่งตั้ง สุรศักดิ์ ตังสุรัตน์ เป็นกุนซือคนใหม่ พร้อมกับทุ่มงบประมาณก้อนโตดึงแข้งฝีเท้าดีมาร่วมทีมมากมาย เช่น ซูมาโฮโร ยาย่า, ดักโน่ เซียก้า รวมถึง สาลาฮูดิน อาแว รวมถึงมี กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ เป็นนายด่านสุดท้าย ก่อนที่พวกเขาจะเลื่อนชั้นไปเล่นไทยลีกได้สำเร็จด้วยสถิติ ชนะ 20 เสมอ 8 แพ้เพียง 2 เกม จาก 30 นัด โดยยิงคู่แข่งได้ถึง 58 ประตู และเสียไปแค่ 17 เท่านั้น

ความแข็งแกร่งของบรรดายอดทีมในไทยลีก ทำให้บอร์ดสโมสรตัดสินใจเปลี่ยนแปลงทีมครั้งใหญ่ในปี 2009  โดยแต่งตั้งกุนซือมากฝีมืออย่าง “โค้ชแต๊ก” อรรถพล ปุษบาคม เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ส่วนขุมกำลังยุคนั้นถือว่าอัดแน่นไปด้วยคุณภาพ คู่เซ็นเตอร์ได้ 2 กองหลังดีกรีทีมชาติไทย ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์ จากทีมคู่แข่งอย่างชลบุรี เอฟซี และเจษฎา จิตสวัสดิ์ ปักหลักในแนวรับ ส่วนแดนกลางได้ พิชิตพงษ์ เฉยฉิว คอยขับเคลื่อนเกม ยิ่งไปกว่านั้นมีสามประสานขั้นเทพอย่าง ธีรเทพ วิโนทัย ที่กลับมาจาก เค ลีร์เซ่ ในเลกที่ 2, ธีรศิลป์ แดงดา รวมถึง ซูมาโฮโร่ ยาย่า ซึ่งในรายหลัง ถูกยกย่องว่าเป็นนักเตะต่างชาติที่เก่งที่สุดในประวัติศาสตร์เท่าที่วงการฟุตบอลไทยเคยมีมา

ผลงานใช่ช่วงแรกบนลีกสูงสุด อาจจะสะดุดไปบ้าง แต่สุดท้ายก็สามารถทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม โดยในเกมสุดท้าย ของฤดูกาล ทัพ “ กิเลนผยอง” เอาชนะ โอสถสภา เอ็ม 150-สระบุรี ส่งผลทำให้พวกเขาเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับสโมสรและวงการฟุตบอลไทย ด้วยการเป็นทีมแรกที่คว้าแชมป์ลีก 3 รายการ ภายในเวลา 3 ปีอย่างยิ่งใหญ่ สถาปนาตัวเองเป็นยอดทีมอันดับต้นๆของเมืองไทยได้สำเร็จ

ฤดูกาล 2010  ทีมเปลี่ยนตัวกุนซืออีกครั้งโดยทาบทาม เรเน่ เดอซาเยียร์ โค้ชชาวเบลเยี่ยม เข้ามาเป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอนคนใหม่ ก่อนจะประเดิมด้วยการพาทีมเป็นแชมป์ถ้วยพระราชทานประเภท ก. ที่เอาชนะ การท่าเรือ เอฟซี 2-0 แต่ในปีเดียวกัน พวกเขาต้องเสียผู้เล่นคนสำคัญอย่าง ซูมาโฮโร่ ยาย่า หลังย้ายไปเล่นกับเกงค์ สโมสรในลีกของเบลเยี่ยม อย่างไรก็ตามแม้จะเสียแข้งตัวหลัก แต่พวกเขาก็สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ พร้อมทั้งได้สิทธ์ลงแข่งขันรายการระดับทวีป และผ่านเข้ารอบจนถึงรอบตัดเชือกอีกด้วย

แต่ภายหลังเริ่มต้นฤดูกาล 2011 ผลงานของทัพ “กิเลนผยอง” กลับน่าผิดหวัง... พวกเขามีการเปลี่ยนแปลงนำ คาร์ลอส โรแบร์โต คาร์วัลโญ่ เข้ามาแทนที่ เรเน่ เดอ ซาเยียร์ กุนซือชาวเบลเยี่ยม พร้อมคว้ากองหลังดีกรีกัปตันทีมวัตฟอร์ดอย่าง เซช เรห์มาน แต่สุดท้ายทำผลงานได้ย่ำแย่ก่อนมีการเปลี่ยนแปลงกุนซือ โดย เอนริเก้ คาลิสโต้ อดีตกุนซือทีมชาติเวียดนามที่สร้างสร้างความปวดร้าวให้กับแฟนบอลไทยเมื่อปี 2008 เข้ามารับกุมบังเหียนแทน...พร้อมกันนี้ยังคว้าดีลซูเปอร์ฮือฮาด้วยการกระชากตัว ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ตำนานลิเวอร์พูล และขวัญใจเดอะค็อปมาร่วมทีม แต่สุดท้าย ฟาวเลอร์ ก็ไม่สามารถเรียกฟอร์มเก่งกลับคืนมาได้ ส่งผลให้พวกเขาจบเพียงอันดับ 3 และเสียแชมป์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ที่ทีมลงเล่นในลีกอาชีพ

อย่างไรก็ตาม แม้ผลงานจะดิ่งลง แต่ชื่อของสโมสรเมืองทอง กลับเป็นที่รู้จักมากขึ้นในต่างประเทศ เพราะการคว้าดาวดังอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ทำให้เกิดกระแสฮือฮา และได้รับการตอบรับอย่างดีจากฐานแฟนบอลที่เพิ่มจำนวนเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่าตัว จนกลายเป็นความสำเร็จในเชิงธุรกิจของสโมสร แม้ในปีนั้นจะไร้ถ้วยแชมป์ใดๆก็ตาม

ถัดมาในฤดูกาล 2012 เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อีกครั้ง เมื่อบริษัทเอสซีจี ได้เข้ามาเป็นสปอนเซอร์หลัก ส่งผลให้ทีมเปลี่ยนชื่อมาเป็น สโมสร เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และแต่งตั้ง สลาวิซ่า โยคาโนวิช เข้ามาคุมทัพ โดยมีไจอมทัพอย่าง มาริโอ ยูรอฟสกี้ ดีกรีทีมชาติมาซิโดเนีย เข้ามาร่วมทีม จนกลับมาคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยสถิติ ไร้พ่ายตลอด 34 เกม 

จากนั้นปี 2013 - 2015 เมืองทองฯ เสียแชมป์ลีกให้คู่ปรับสำคัญอย่างบุรีรัมย์มาตลอด แต่พวกเขากำลังจะกลับมาคว้าแชมป์ลีกอีกครั้งในฤดูกาล 2016 

Pages