จากโค้ชนอกลีกสู่แชมป์โลก : พอล ซิมพ์สัน กุนซืออังกฤษยู20 ชุดประวัติศาสตร์

England U20 World Cup

 ริชาร์ด เอ็ดเวิร์ดส์ ผู้สื่อข่าวมากประสบการณ์ของ FFT จะพาคุณไปรู้จักกับเส้นทางอาชีพที่ไม่ธรรมดาของ พอล ซิมพ์สัน กุนซือผู้พาทีมชาติอังกฤษคว้าแชมป์โลก ยู 20 ที่เกาหลีใต้เมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมา 

เมื่อตอนที่ พอล ซิมพ์สัน ออกจากการคุมทีม นอร์ธวิช วิคตอเรีย เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2012 หลายคนมองว่าโอกาสที่เขาจะกลายเป็นผู้จัดการทีมอังกฤษคนแรกที่ได้แชมป์โลก นับตั้งแต่ เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์ เมื่อปี 1966 มันก็คงพอ ๆ กับที่ โดนัลด์ ทรัมพ์ จะได้เข้าสู่ทำเนียบขาวในฐานะประธานาธิบดีของ สหรัฐอเมริกา แต่ตอนนี้ก็อย่างที่เห็น มันเกิดขึ้นแล้วทั้งสองอย่าง

ในช่วงขวบปีที่ผ่านมาได้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า การทำงานหนักของเขานั้นเห็นผล ไม่มีใครมองว่าอังกฤษ จะสร้างปรากฏการณ์เหล่านี้ได้ แม้กระทั่ง เกร็ก ไดค์ส ประธานของเอฟเอ ที่เคยวางเอาไว้ว่าอังกฤษจะคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2022 ก็ไม่ได้คิดว่าจะได้สัมผัสความสำเร้จในรายการนี้ , นักเตะในทีมชุดยู 20 ที่ถูกคุมโดยอดีตโค้ชของ รอชเดล , คาร์ไลส์ , เฟรสตัน , ชิวส์บิวรี่ , สต็อคพอร์ท กลับทำอะไรได้มากกว่าที่หลายคนคาดคิด

 

ใครที่เกิดทันเห็น ซิมพ์สัน เล่นจะเห็นได้ว่าเขาเป็นนักเตะจอมขยัน นั่นเป็นสาเหตุที่เขาให้ความสำคัญกับการทำงานหนัก

ใครที่เกิดทันเห็น ซิมพ์สัน เล่นจะเห็นได้ว่าเขาเป็นนักเตะจอมขยัน นั่นเป็นสาเหตุที่เขาให้ความสำคัญกับการทำงานหนัก เขาลืมตาดูโลก 4 วันก่อนที่อังกฤษจะพบกับเยอรมันในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกปี 1966 ซึ่งนั่นคือความสำเร็จครั้งแรกและครั้งเดียวของอังกฤษ ในรายการระดับชาติ

ตำแหน่งของเขาคือตำแหน่งปีก เขาเคยเป็นนักเตะของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ที่ตอนนี้กลายเป็นทีมระดับมหาเศรษฐีที่มีโค้ชระดับโลกอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คุมทีม, เขาผ่านการเล่นกับหลายสโมสร ตั้งแต่ อ๊อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด ในดิวิชั่นสอง หรือจะเป็นการเล่นให้กับ ดาร์บี้ ยุคของ จิม สมิธ ที่เขาก็ทำผลงานได้ธรรมดาไม่ได้มีอะไรโดดเด่น แม้ว่าจะยิงประตูได้บ้างก็ตาม

ซิมพ์สัน ยิงประตูให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เมื่อปี 1986

ผันตัวเข้าสู่การเป็นผู้จัดการทีม

ทัศนคติของ ซิมพ์สัน เป็นสิ่งที่ได้รับการยอมรับแม้ว่าฝีเท้าของเขาจะไม่ได้โดดเด่น สตีฟ แม็คมาน ตำนานมิดฟิลด์ของ ลิเวอร์พูล ที่ได้มีโอกาสไปคุมทีม แบล็คพูล ในระดับดิวิชั่นสาม กล่าวถึง ซิมพ์สัน ที่ตอนนั้นย้ายมาเป็นลูกน้องของเขาแบบไม่มีค่าตัวจาก วูล์ฟส์ โดยตอนนั้น ซิมพ์สัน มีอายุ 34 ปี “นักเตะที่มีประสบการณ์บางคน เวลาลงมาเล่นในลีกล่าง พวกเขาจะไม่สนใจกับการเล่นมากมาย นอกจากมองว่ามันเป็นการได้เงินแบบง่าย ๆ ไม่ต้องออกแรงอะไรมาก แต่ว่า พอล ไม่ใช่แบบนั้น” เขากล่าว

ความกระตือรือร้นเป็นสิ่งที่ ซิมพ์สัน แสดงให้เห็นตลอดในทุก ๆ การสัมภาษณ์ระหว่างทำงานคุมทีมชาติอังกฤษชุด ยู 20 ที่คว้าแชมป์โลก ที่ซูวอน เขาได้นำทัศนคติตรงนั้นมาใส่ในการคุมทีมของเขาได้อย่างยอดเยี่ยม

เขาค้นพบตัวเองตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ ว่าเขาเหมาะกับการเป็นผู้จัดการ เขายอมรับว่าเคยยื่นใบสมัครคุมทีมไปยัง รอชเดล ทั้ง ๆ ที่ตอนนั้นยังเป็นนักเตะที่ สปอตแลนด์ เพราะเขามองว่ามันจะเป็นประสบการณ์ที่ดีกับการได้โปรไฟล์การคุมทีมเพื่อการสัมภาษณ์งานในอนาคต นั่นเป็นสิ่งที่นักฟุตบอลหลายคนไม่ทำกันในระหว่างที่ยังเล่นอยู่ และเมื่อ จอห์น ฮอลลิ่นส์ ออกจากที่ รอชเดล เมื่อเดือนพฤษภาคม 2002 ซิมพ์สัน ก็ได้รับการติดต่อและเข้ามาทำงานให้กับทีมในฐานะผู้เล่น-ผู้จัดการทีม

“ผมไม่เคยลืมคำแนะนำที่ จิม สมิธ ให้กับผมว่า “เมื่อใดก็ตามที่คุณเข้ามาในวงการนี้แล้ว มันก็หมายความว่าสักวันหนึ่งคุณก็ต้องโดนไล่ออก คูณต้องรับมือในการอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้”

- Paul Simpson

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2003 ซิมพ์สัน ได้มีโอกาสคุมทีมเจอกับ วูล์ฟส ต้นสังกัดของเขาเมื่อสมัยเป็นนักเตะ โดยเขากล่าวว่า “ผมไม่เคยลืมคำแนะนำที่ จิม สมิธ ให้กับผมว่า 'เมื่อใดก็ตามที่คุณเข้ามาในวงการนี้แล้ว มันก็หมายความว่าสักวันหนึ่งคุณก็ต้องโดนไล่ออก คูณต้องรับมือในการอยู่ร่วมกับสิ่งเหล่านี้' มันเป็นเรื่องจริง เพราะว่าเมื่อถึงวันที่ผมโดนไล่ออก มันก็จะไม่มีใครอยู่ข้างผม โดยสิ่งที่ทำได้ก็คือก้าวต่อไป”

8 ปีนับจากนั้น ซิมพ์สัน มีโอกาสได้มีโอกาสทดลองทฤษฎีต่าง ๆ ของเขามากมายกับทีมใหม่ ๆ เพราะว่าหลังจากคุม รอชเดล ได้ไม่กี่ปีเขาก็โดนดึงไปทีม คาร์ไลส์ ทีมในบ้านเกิดของตัวเองและก็ตกชั้นในช่วงซัมเมอร์ของปี 2003

“ซิมโม่ เคยเป็นผู้เล่นให้กับเรามาก่อน แต่วาตอนนี้เขาพร้อมที่จะลุยในฐานะผู้จัดการทีมจนกว่าสโมสรจะตัดสินใจได้ว่าควรทำอย่างไรกับเขา”​ จอน โคลแมน อดีตผู้สื่อข่าวของ คาร์ไลส์ พูดถึงตอนที่ทีมตั้ง ซิมพ์สัน เข้ามาคุมทีมในฐานะรักษาการณ์กุนซือที่ไม่รู้ว่าจะได้อยู่คุมทีมนานขนาดไหน

“เขามีแนวคิดที่ไม่เหมือนใคร เขาอาจจะดูเหมือนกับขวานผ่าซาก แต่ก็พร้อมลุยเพื่อทีม เขาเชื่อว่าเขาจะนำเรากลับมาสู่ลีกได้ในซีซั่นถัดไป และพาเราคว้าแชมป์ลีกทู เขาค้นพบเพชรเม็ดงามของทีมอย่าง แอชลี่ย์ เวสต์วูด และจากที่ผมเห็นเขามีวิธีการควบคุมสถานการณ์ในห้องแต่งตัวได้ดีเลยทีเดียว”