จากตัวอับโชคสู่แข้งระดับโลก : จุดเปลี่ยนชีวิตของ...แกเรธ เบล

Gareth Bale

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว , สเปอร์ส ได้เซ็นสัญญาคว้าตัว เบล วัย 17 ปีมาจาก เซาธ์แฮมป์ตัน . เวลาผ่านไปสามซีซั่นเขาเกือบจะโดนขายไปให้กับทีมในระดับแชมเปี้ยนชิพ ก่อนที่ฤดูกาล 2010-11 จะเปลี่ยนทุกอย่าง

วงการฟุตบอลเป็นหนี้ขาหนีบของ เบอร์นัวต์ อัสซู เอก็อตโต้ คงไม่ใช่แค่คำพูดที่เอาฮา

แบ็กซ้ายชาวแคเมอรูน ออกสตาร์ทในตำแหน่งแบ็กซ้าย 20 นัดในศึก พรีเมียร์ ลีก ฤดูกาล  2009-10 และแกเรธ เบล ไม่ได้เล่นตัวจริงแม้แต่นัดเดียว จนกระทั่ง เอก็อตโต้ เจ็บขาหนีบต้องออกจากสนามในเกมกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2009 โอกาสของเบล ก็มาถึง

หลังจากนั้น 2 เดือน เมื่อ เอก็อตโต้ หายเจ็บกลับมา เขาก็กลับมายึดตำแหน่งตัวจริงในตำแหน่งแบ็กซ้าย แต่ว่ามันไม่ใช่การแทนที่ เบล แต่มันเป็นการเปิดโอกาสดันให้เบลขึ้นไปเล่นในตำแหน่งปีก

จากนั้น เบล ยิงประตูได้สองนัดติดในเกมที่เอาชนะ อาร์เซน่อล และ เชลซี ช่วยให้ สเปอร์ส ได้ไปเล่นในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ฤดูกาล 2010-11 และจากนั้นเขาก็ไปสร้างชื่อในเกมกับ อินเตอร์ มิลาน

Gareth Bale

ความเร็วของเบล ไล่ทำลายล้างบรรดาฟูลแบ็กหลายรายในฤดูกาล 2010-11

สลัดคราบตัวอับโชค

เบล เล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ สเปอร์ส เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่ง ซิตี้ ต้องขอบคุณฟอร์มระดับสุดยอดของ โจ ฮาร์ท ที่ทำให้พวกเขาไม่เสียประตูในเกมนัดนั้น

ชื่อเสียงของ ดาวเตะชาวเวลส์ ที่โด่งดังไปทั่วเกาะอังกฤษในตอนแรกไม่ใช่เรื่องของฝีเท้า แต่ว่าเป็นเรื่องของตวามเป็นตัวอับโชคของเขา ก่อนจะเข้าปี 2010 เบล นั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วจากการที่ ลงสนาม 24 นัดแรกในพรีเมียร์ ลีก แล้วต้นสังกัดไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยแม้แต่นัดเดียว

มันเป็นเรื่องของการผิดที่ผิดเวลา มันเป็นแค่ความโชคร้าย แต่ว่าที่พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ ทุกคนพร้อมที่จะซ้ำเติมกับเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ซึ่งบางทีมันก็เกินไป นั่นคือความรู้สึกของ แฮร์รี่ เร้ดแน็ปป์ กุนซือของทีม “ไก่เดือยทอง”  “มันน่ารำคาญมาก อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เตือนผมว่า นายอย่าเพิ่งส่งเขาลงนะ” ผมก็ได้แต่ตอบกลับไปว่า “มันเป็นช่วงที่ลำบากมาก”

คำว่าลำบากของ เร้ดแน็ปป์ หมายถึงตัวของ เบล ที่อะไรก็ไม่เป็นใจ นอกจากจะเป็นตัวนำโชคร้ายมาสู่ทีมแล้ว เขายังเจออาการบาดเจ็บหนักที่ข้อเท้าเล่นงาน , ตามด้วยการเข้าผ่าตัดหัวเข่าเมื่อปี 2009 เช่นเดียวกับข่าวลือที่ว่า สเปอร์ส พร้อมที่จะรับฟังข้อเสนอจากทีมที่ให้ความสนใจในตัวเขา – แม้ว่าจะมีหลายที่ที่ยืนยันว่าข่าวลือนี้เป็นความจริง แต่ว่าตัวของ เร้ดแน็ปป์ ก็ยืนยันว่ามันเป็นแค่ข่าวลือ “ผมมองว่าเขาจะเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ของเรา ; ผมเชื่อมาตลอดว่า แกเรธ เบล เป็นมากกว่าแบ็กซ้าย” แต่แม้ว่าจะพูดแบบนั้น แต่ เบล ก็ยังเล่นแต่ในตำแหน่งแบ็กซ้าย เพราะเขาถูกมองว่า “ไม่สามารถเลี้ยงผ่านคู่แข่งได้” สัญลักษณ์ความเป็นตัวอับโชคของเขาก็ยิ่งเด่นชัดขึ้นเรื่อย ๆ

Gareth Bale

ดาวเตะชาว เวลส์ กลายมาเป็นนักเตะคนสำคัญของ สเปอร์ส ในช่วงเวลาอันสั้น

แต่ว่าในช่วง ซัมเมอร์ 2010 เบล กลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทำได้ , เขาได้เป็นนักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ ลีก ประจำเดือน เมษายน และก่อนที่จะเริ่มฤดูกาลใหม่ เขายอมรับผ่านสื่อว่า “มันค่อนข้างน่ารำคาญกับการที่คนเอาแต่พูดเรื่องสถิติ แต่ว่ามันไม่ได้มีผลอะไรกับผม เพราะผมมองว่ามันเป็นแค่เรื่องบ้า ๆ เรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้น นี่เป็นครั้งแรกที่พวกคุณเห็นผมในฐานะผู้เล่น ผมได้รับโอกาส และผมอยากจะบอกว่า ผมจะคว้ามันเอาไว้”

ในฤดูกาล 2010-11 เขาสามารถคว้าโอกาสเอาไว้ได้ตามที่พูด ในเกมนัดเปิดสนาม เบล เล่นได้อย่างโดดเด่นในเกมที่ สเปอร์ส เสมอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ 0-0 ซึ่ง ซิตี้ ต้องขอบคุณฟอร์มระดับสุดยอดของ โจ ฮาร์ท ที่ทำให้พวกเขาไม่เสียประตูในเกมนัดนั้น . สัปดาห์ให้หลัง เขายิง 2 ประตู พาทีมเอาชนะ สโต๊ค ซิตี้ ประตูแรกนั้นมาจากการซ้ำดาบสอง ส่วนลูกที่สอง มันคือลูก วอลเล่ย์ สุดสวยที่ทำให้เขาได้รับรางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน จากเท้าซ้ายอันทรงพลังของเขา ซึ่งทุกอย่างมันสมบูรณ์แบบ

ในขณะเดียวกัน สเปอร์ส ก็ทำผลงานได้ดีในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก พวกเขาสามารถเอาชนะ ยัง บอยส์ จาก สวิตเซอร์แลนด์ ในรอบเพลย์ออฟ ด้วยสกอร์รวม 6-3 ทั้ง ๆ ที่ช่วงหนึ่งเคยตามหลัง 0-3 จากนั้นพวกเขาเสมอกับ แวร์เดอร์ เบรเมน ในรอบแบ่งกลุ่มหลังออกนำไปก่อน 2-0 จากนั้น ก็ไล่ถล่ม ทเวนเต้ 4-1 แม้ว่าจะเหลือผู้เล่นเพียงแค่ 10 คน และสถานีต่อไปก็คือที่ ซาน ซิโร่

ไมคอน โดนพาทัวร์

เขาเล่นงาน ไมคอน ได้อีกสองรอบ ผ่านบอลให้กับ ปีเตอร์ เคร้าช์ แต่ว่าหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ซัดพลาดจากระยะจ่อ ๆ แค่ 5 หลา

กที่พาทีมคว้า ทริปเปิลแชมป์ เมื่อปีก่อน โดย ไมคอน ในตอนนั้นคือหนึ่งใน 23 นักเตะที่มีชื่อเข้าชิงรางวัล บัลลง ดอร์ ในปีนั้น

ในเกมที่ สเปอร์ส แพ้ 4-3 ที่ อิตาลี พวกเขาตามหลังอินเตอร์ 4-0 หลังจบครึ่งแรก จากการที่ เออเรลโญ่ โกเมส โดนไล่ออกจากสนาม แต่ว่า ในครึ่งหลัง 3 ประตูที่พวกเขาได้มาจากการทำแฮตทริกของ แกเรธ เบล

อันที่จริงในการเจอกันทั้งสองครั้ง มีเพียงแค่ประตูเดียวเท่านั้น ที่ เบล ทำประตูได้จากการเล่นงาน ไมคอน โดยตรง นั่นคือประตูในนาทีที่ 52 แต่ว่าเขาก็ตามหลอน แบ็กชาวบราซิลรายนี้ตลอดทั้งเกม ด้วยความเร็วที่เหนือว่า แต่ละประตูที่ เบล ทำได้นั้นมาจากรูปแบบเดิม ๆ แต่ว่าไม่มีใครหยุดได้ นั่นก็คือการใช้สปีดลากบอลจากทางซ้าย แล้วก็ยิงเข้าประตูไป ประตูที่สองในเกมนัดนั้นมาจากการตัดบอลที่จ่ายพลาดโดย ลูซิโอ และประตูที่สามก็เป็นการสปีดมารับบอลของ อารอน เลนน่อน ได้อย่างถูกที่ถูกเวลา

สองสัปดาห์ให้หลัง เบล ช่วยให้ทีมเอาชนะ อินเตอร์ แม้ว่าในเกมนัดนี้เขาจะยิงประตูได้ไม่ได้เลยก็ตาม เขาเริ่มจากการผ่านบอลให้ ราฟาเอล ฟาน เดอร์ ฟาร์ท อดีตดาวเตะของ เรอัล มาดริด ยิงให้ทีมขึ้นนำ จากการประสานงานกับ อนาคตเพื่อนร่วมทีม เรอัล มาดริด อย่าง ลูก้า โมดริช และจากนั้นก็เป็น เด็กหนุ่มจาก คาร์ดิฟฟ์ ที่ขโมยทุกจุดเด่นในเกมนัดนั้น

จากนั้น เขาเล่นงาน ไมคอน ได้อีกสองรอบ ผ่านบอลให้กับ ปีเตอร์ เคร้าช์ แต่ว่าหัวหอกทีมชาติอังกฤษ ซัดพลาดจากระยะจ่อ ๆ แค่ 5  หลา แต่ว่าหลังจากนั้นก็มาแก้ตัวได้ สำเร็จด้วยการยิงประตูที่สองให้กับทีม

และสุดท้าย เบลก็มาช่วยให้ทีมได้ประตูปิดกล่อง จากการแตะบอลแล้ววิ่งด้วยระยะกว่า 50 หลา แล้วจ่ายให้กับ โรมัน พาฟลิวเชนโก้ ยิงเข้าไปเป็นสกอร์ 3-1

เบล ไม่ได้แค่เรียกแท็กซี่ ให้กับ ไมค่อน เท่านั้น แต่ว่าสิ่งที่เขาทำในวันนั้นเหมือนกับจองตั๋วเครื่องบินให้ อินเตอร์ ทั้งทีมกลับอิตาลี ไป

Find it at 3:17