จากวันนั้นถึงวันนี้ : ใครคือกุนซือต่างชาติ 10 คนแรกบนเวทีพรีเมียร์ลีกอังกฤษ?

เพื่อเป็นฉลองที่ อาร์แซน เวนเกอร์ จะอยู่ครบตำแหน่ง 20 ปี ทำให้ FFT ตัดสินใจรวบรวม 50 รายชื่อผู้จัดการทีมต่างชาติบนลีกสูงสุดอังกฤษมาให้เป็นเกียรติแก่กุนซือทุกท่านและ เวนเกอร์ เอง และนี่คือ 10 คนแรกในวันนี้…

จากที่เคยไม่ต้อนรับผู้จัดการทีมนอกเกาะบริติชมาช้านาน มาวันนี้ ฟุตบอลอังกฤษ ต่างต้อนรับเหล่ายอดกุนซือชาวต่างชาติกันมากขึ้น โดยแค่ปีนี้ พรีเมียร์ลีกมีโอกาสเจอกับโค้ชเทพอย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า และมือหนึ่งอิตาลีอย่าง อันโตนิโอ คอนเต้ เช่นเดียวกับเมื่อปีที่แล้วที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ข้ามน้ำข้ามทะเลมาลุยต่างแดนเป็นครั้งแรก
ในขณะเดียวกัน ตัวเก๋าอย่าง อาร์แซน เวนเกอร์ ก็ยังอยู่ หรือจะเป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ที่ไปเริ่มชีวิตใหม่กับ แมนฯ ยูไนเต็ด
อย่างไรก็ตาม เมื่อยี่สิบกว่าปีที่แล้วนั้น กว่าจะมีกุนซือชาวต่างชาติสักคนในเมืองผู้ดีถือเป็นเรื่องยากมาก และวันนี้ FFT จะพาแฟนๆชาวไทยไปย้อนรำลึกถึงคนแรกจนถึงคนสุดท้ายกับซีรี่ย์พิเศษชุดนี้ โดยเราจะนำเสนอวันละ 10 คน
เพราะฉะนั้น โปรดติดตามทุกวัน…

ดร.โจ เวนกลอส (แอสตัน วิลล่า, 22/07/90 - 28/05/91)

ในปี 1990 “สิงห์ผงาด” ต้องการหาตัวแทนของ เกรแฮม เทย์เลอร์ เนื่องจาก กุนซือหัวผักกาด กำลังจะเข้าคุมทีมชาติอังกฤษ ซึ่งประธานสโมสรคนดังอย่าง ดั๊ก เอลลิส เกิดไปเจอผู้จัดการทีมคนหนึ่ง แต่เองก็ยังไม่ค่อยรู้จักนายคนนั้นมากนัก จึงต้องลองถามสื่อมวลชนดู

“พวกคุณรู้ไหมว่าเขาเป็นใคร” เอลลิส ถาม ซึ่งคนนั้นก็คือ ดร.โจ เวนกลอส ผู้พาสาธารณเช็กไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศฟุตบอลโลกปีเดียวกันนั่นเอง สุดท้าย เวนกลอส ได้งานและทำให้เขากลายเป็นผู้จัดการทีมต่างชาติคนแรกในทีมระดับท็อปของเมืองผู้ดี

“หลายอย่างที่นี่แตกต่างกับในยุโรปกลาง” เวนกลอส เปิดเผยในภายหลัง “ไม่ว่าจะเป็นวิธีการฝึกซ้อม การเตรียมตัว เรื่องโภชนาการ วิทยาศาสตร์การกีฬา และอีกเยอะแยะ”

Jo Venglos, Aston Villa manager

ดร.โจ นำเรื่องวอร์มดาว์นหลังเกมมาใช้ และอีกหลายอย่าง ทว่าผลงานของทีมกลับย่ำแย่ลง โดยจากที่เคยได้รองแชมป์ในยุค เทย์เลอร์ แต่ วิลล่า กลับจบแค่ที่ 17 ในยุคของ กุนซือชาวเช็ก ทำให้สุดท้ายเขาก็ต้องไป และทำให้ทีมในอังกฤษเข็ดกับโค้ชชาวต่างชาติไปอีกพักใหญ่

อย่างไรก็ตาม แนวทางของ เวนกลอส ไม่ได้ผิดพลาด เพราะ ดไวท์ ยอร์ค ที่เคยร่วมงานกับเขาสมัยอยู่กับวิลล่า ก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่า “สิ่งที่เขาทำตอนนั้น คือสิ่งที่สโมสรอื่นลอกเลียนแบบในอีก 7-8 ปีต่อมาทั้งสิ้น”

ออสซี่ อาร์ดิเลส (สเปอร์ส, 19/06/93 - 01/11/94)

อาร์ดิเลส คือ ผู้เล่นต่างชาติคนแรกๆที่ได้รับการยอมรับในอังกฤษ หลังจากที่เขาย้ายเข้ามาเล่นกับ “ไก่เดือยทอง” ตั้งแต่ปี 1978 ก่อนที่จะเล่นอยู่ในแถบเมืองผู้ดีเรื่อยมา จนกระทั่งเริ่มคุมทีมครั้งแรกในอังกฤษเช่นกัน โดย อาร์ดิเลส เริ่มจับงานเล็กๆกับทีมสุดท้ายที่เขาค้าแข้งอย่าง สวินดอน ทาว์น

ก่อนที่เวลาต่อมา ตำนานทีมชาติอาร์เจนติน่า จะกระโดดกลับมาคุมทีมในลีกสูงสุดกับ สเปอร์ส ทว่าผลงานของเขากลับไปสวยหรูเหมือนสมัยค้าแข้งในถิ่น ไวท์ ฮาร์ท เลน เพราะว่าปีแรกของ อาร์ดิเลส นั้นต้องพาทีมหนีตาย โดย อดีตดาวเตะแชมป์โลก คิดค้นระบบ 5-0-5 ขึ้นมาเป็นครั้งแรก

Ossie Ardiles and Teddy Sheringham

และผลก็คือ มันไม่เวิร์คสุดๆเลย แม้จะมีเกมดีๆอย่าง ชนะ เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ 4-3 หรือพิชิต วัตฟอร์ด ในบอลถ้วยด้วยสกอร์รวมสองนัด 8-6 อย่างไรก็ตาม เกมแพ้เละของพวกเขาก็มีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็น การพ่ายคาบ้าน 1-4 ต่อ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์, 2-5 ต่อ แมนฯ ซิตี้ และ 0-3 ต่อ น็อตต์สเคาน์ตี้

สุดท้าย อาร์ดิเลส จึงต้องไป…

รุด กุลลิท(เชลซี 10/05/96 - 12/02/98, นิวคาสเซิล 28/08/98 - 28/08/99)

นี่คืออีกหนึ่งผู้เล่นระดับโลกที่ย้ายเข้ามาเล่นในพรีเมียร์ลีกช่วงตั้งไข่ ทั้งยังสามารถประสบความสำเร็จในอาชีพผู้จัดการทีมได้อย่างดี พร้อมกับเป็นคนเปิดประตูให้โค้ชชาวต่างชาติเข้าสู่แดนผู้ดีมากขึ้น

โดย กุลลิท ถูกซื้อเข้ามาแทนที่ เกล็น ฮอดเดิ้ล ในตำแหน่งกองกลาง ก่อนที่จะรับตำแหน่งต่อจาก ฮอดเดิ้ล คนเดิม หลังจากที่ขึ้นชั้นไปคุมทีมชาติอังกฤษ โดยตอนนั้น ตำนานทีมชาติฮอลแลนด์ ควบบท “ผู้เล่น-ผู้จัดการทีม” พร้อมกับพา เชลซี ติดท็อป 6 เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี(และทำให้หลังจากนั้น ทีมดังแห่งลอนดอน ติดท็อป 6 ถึง 19 ปีติดต่อกัน ก่อนสถิติพังลงเมื่อซีซั่นที่แล้ว) เช่นเดียวกับพา “สิงโตน้ำเงินคราม” ได้แชมป์เอฟเอ คัพ อีกด้วย ซึ่งนั่นถือเป็นครั้งแรกที่กุนซือนอกเกาะอังกฤษคว้าถ้วยในตำนานได้

อย่างไรก็ตาม สุดท้าย กุลลิท โดนไล่ออก หลังจากมีปัญหากับบอร์ดบริหาร ทั้งๆที่เขากำลังพาทีมลุ้นแชมป์ทุกรายการในช่วงเดือนกุมภาพันธ์

Ruud Gullit

หลังจากนั้น “ไอ้งูเก็งกอง” ย้ายไปอยู่กับ “สาลิกาดง” แต่ไม่ปราบความสำเร็จ ทว่าบอกได้เลยว่า ชื่อของ กุลลิท คือ จุดเปลี่ยนในประวัติศาสตร์ผู้จัดการทีมต่างชาติของแดนผู้ดีไปตลอดกาล

อาร์แซน เวนเกอร์ (อาร์เซนอล, 01/10/96 ถึง วันนี้)

จากพาดหัว “ใครคืออาร์แซน(ว่ะ?)” สู่ คนที่ทุกคนก็รู้จักจนถึงปัจจุบัน

โดยลองจินตนการว่า หาก เดวิด ดีน ไม่พา ขงเบ้งเลือดน้ำหอม มาสู่ถิ่น ไฮบิวรี่ เมื่อ 20 ปีที่แล้ว ชีวิตวันนี้ของ “ปืนใหญ่” จะเป็นเช่นไร?

แม้ความสำเร็จในช่วงหลังอาจจะมีน้อยไปน้อย ทว่าคงไม่มีใครเถียงว่า เวนเกอร์ คือ ของจริงและของแท้แน่นอน

ผลงานการพา อาร์เซนอล คว้าดับเบิ้ลแชมป์ในปี 1998 และ 2002 คือ เครื่องยืนยันทั้งหมดอย่างดี อีกทั้งปรากฎการณ์ระดับร้อยปีครั้งที่ นายใหญ่ชาวฝรั่งเศส ทำทีมไร้พ่ายตลอดซีซั่นก็จะจารึกชื่อในประวัติศาสตร์ตลอดกาล

Arsene Wenger

และแม้จะมีปัญหาเรื่องเงินๆทองๆ หลังสร้างสนามใหม่มาตลอด ทว่า เวนเกอร์ ก็พาทีมได้ไปลุยแชมเปี้ยนลีกทุกปี

และเมื่อใดก็ตามที่เขาวางมือ รับรองได้เลยชื่อของ เวนเกอร์ จะอยู่เคียงข้างกับ อาร์เซนอล และ วงการฟุตบอลอังกฤษ ไปตลอดกาล

คริสเตียน โกรสส์ (สปอร์ส, 25/11/97 - 05/09/98)

คู่แค้นของ อาร์เซนอล กลับไม่โชคดีเหมือนทีมคู่ปรับร่วมเมืองเลย เพราะว่าพวกเขาไม่ค่อยได้กุนซือต่างชาติฝีมือดีมาร่วมทีมเท่าไร และ โกรสส์ คือ หนึ่งในความล้มเหลวนั้น

โดยตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาในแดนผู้ดีนั้น เทรนเนอร์ชาวสวิสฯ นั้นก็ไม่สามารถชนะใจ “ยิดอาร์มี่” ได้แล้ว ด้วยลักษณะท่าทางเหมือนนักท่องเที่ยวที่ดูหลงทางตลอดเวลา ซึ่งแน่นอนว่า เขาไม่สามารถพิชิตใจนักเตะได้ด้วย

สุดท้ายชีวิตในรั้ว “ไก่เดือยทอง” ของ โกรสส์ ก็ไม่ยึด โดยสรุปแล้ว เขาทำงานในอังกฤษได้ไม่ถึงปีด้วยซ้ำ และยังไม่ได้กลับมาที่นี่อีกเลยนับจากนั้น

Christian Gross

Next page: The bloke who managed to freak out the Crazy Gang...