จากวันนั้นถึงวันนี้ของ...เนย์มาร์ : เทพน้อยข้างถนนสู่แข้งค่าตัวประวัติศาสตร์โลก

Neymar PSG

ผลงานอันยอดเยี่ยมของดาวเตะแซมบ้านั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะก้าวออกมาจากเงาของ เมสซี่ ขึ้นมาเป็นราชาคนใหม่แห่ง ‘คัมป์นู’ แต่ ‘เปแอสเช’ กลายเป็นทีมที่ได้ตัวกองหน้าหนุ่มวัย 25 ปีคนนี้ เข้าสู่ทีมเพื่อเป็นผู้นำแนวรุกในฐานะนักเตะค่าตัวแพงที่สุดในโลก

เมื่อ 40 ปีที่แล้วในกาแล็คซี่อันไกลโพ้น โอบีวัน เคนโวบี ต้องเจอกับทางเลือกว่าจะยืนหยัดสู้ต่อ หรือว่า ปล่อยให้ ดาร์ธ เวเดอร์ ฆ่าเขา ชายผู้เป็น เจได มาสเตอร์ นั้นรู้ดีว่าทางเดียวที่จักรวาลจะอยู่รอดก็คือการต้องช่วย ลุค สกาย วอล์คเกอร์ ลูกศิษย์ของตัวเองให้ได้ เขาได้นำกลุ่มพันธมิตรกบฏเข้าถล่มดาวมรณะ

เมื่อเวลา 22.46 น. ของวันที่ 8 มีนาคม ปี 2017 ลิโอเนล เมสซี่ ผู้เป็นเหมือน เจได มาสเตอร์ ของบาร์เซโลน่า ทีมฟุตบอลดังที่มักถูกเปรียบเทียบเป็นกองทัพต่างดาวกำลังเจอกับช่วงวิกฤติ แบบในเรื่องสตาร์วอร์ส เพราะ บาร์ซ่า ต้องการสองประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เพื่อสร้างสิ่งมหัศจรรย์พลิกสถานการณ์จากที่แพ้ 0-4 ในเกมนัดแรกของศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อ ปารีส แซงต์-แชร์กแมงต์ ในนัดแรก เพื่อจะเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศให้ได้ และพวกเขาก็เพิ่งได้จุดโทษ นั่นหมายความว่าโอกาสที่จะสร้างปาฏิหาริย์ นั้นยังคงมีอยู่

เมสซี่ กับ เนย์มาร์ ยืนอยู่ที่จุดโทษของที่สนาม คัมป์ นู คนที่เปรียบเสมือนอาจารย์ (เมสซี่) นั้นได้ยิงไปแล้วหนึ่งประตูจากจุดโทษ แต่ว่าก่อนหน้านี้คนที่เป็นเสมือนลูกศิษย์ และผู้สืบทอดของเขาได้ยิงฟรีคิกสุดสวยเป็นการชุบชีวิตทีมขึ้นมาจากหลุมศพที่มีป้ายชื่อของทีมจากกาตาลันปักอยู่ “ตราบใดที่ยังมีโอกาสแม้เพียงแค่ 1%” เนย์มาร์​กล่าว “เราจะแสดงให้เห็นถึงศรัทธาอีก 99%”

บาร์ซ่า ยังมีหวังเข้ารอบ เพราะว่าลูกฟรีคิกของ เนย์มาร์ และเมสซี่ ก็รู้ดีว่านี่คือช่วงเวลาชี้เป็นชี้ตาย เมสซี่ ไม่เคยต้องยกความรับผิดชอบในการแบกทีมเอาไว้ให้ใครมาก่อน แต่ว่าคราวนี้มันเลี่ยงไม่ได้ ที่เขาต้องมอบหน้าที่ให้กับ เนย์มาร์ และท้ายที่สุดเขาก็ทำหน้าที่ได้อย่างไม่มีที่ติ และจากนั้นช่วงเวลาที่ทุกคนได้ดื่มด่ำกับความสำเร็จก็เกิดขึ้นเมื่อ เนย์มาร์ งัดบอลให้กับ เซร์กี้ โรแบร์โต้ ยิงประตูสำคัญช่วย บาร์เซโลน่า เข้ารอบ - เมสซี่ อาจรู้ดีในตอนนั้นว่า มันถึงเวลาที่เขาจะต้องส่งต่อมงกุฎแห่งราชาของบาร์ซ่าให้กับเนย์มาร์ในอนาคตอันใกล้นี้แล้ว

“เนย์มาร์ พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเขาเป็นได้มากกว่าตัวแทนของ เมสซี่” อาส สื่อชั้นนำของสเปนได้เขียนเอาไว้ถึง ฮีโร่ บาร์ซ่า “ในขณะที่คนอื่นท้อ ยังมีแค่เขาที่เชื่อว่าทีมจะกลับมาได้”

ทั้งการทำประตู ทั้งการเล่นงานคู่แข่งกดดันคู่แข่งให้เจอกับงานยากลำบาก และพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในที่สุด นี่คือเกมที่ดีที่สุดในชีวิตของผม

- Neymar

“ทั้งการทำประตู ทั้งการเล่นงานคู่แข่งกดดันคู่แข่งให้เจอกับงานยากลำบาก และพลิกสถานการณ์กลับมาได้ในที่สุด นี่คือเกมที่ดีที่สุดในชีวิตของผม” ดาวเตะวัย 25 ปีกล่าวหลังจบเกม “ผมใช้เวลาเตรียมตัวทั้งสัปดาห์เพื่อสัมผัสกับเวลาที่บ้าคลั่งอย่างเช่นตอนนี้ ผมบอกคุณแล้วไงล่ะ ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”

มันคือฟอร์มที่ เนย์มาร์​ ถูกตั้งความหวังเอาไว้ตั้งแต่ย้ายมาจาก ซานโต๊ส เมื่อปี 2013, แต่ว่ามันเป็นสิ่งที่เขาไม่เคยทำได้มาก่อน โดยเฉพาะตอนที่ทีมต้องการ หลังจากช่วงคริสมาสต์ เขาถูกคาดหวังว่าจะต้องเป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลก ที่ต้องการมีการทำประตู และ แอสซิสต์ มากมาย รวมถึงการคว้ารางวัล “แมน ออฟ เดอะ แมตช์”​ แบบนับไม่ถ้วน

การเริ่มต้นของ เนย์มาร์​ นั้นได้รับการติดตามจากสื่อทุกสำนักและมันก็จะเป็นแบบนั้นต่อไป ที่ ปารีส ทุกอย่างมันเริ่มจากข้างถนน, แซนด์วิชบนชายหาดตอนตีสาม, โปรตีน และ ลูกมะนาวนำโชค

เผลอแค่วินาทีเดียว...ลูกบอลก็หายไปแล้ว

เขามีโอกาสได้เข้าทีมของ เซา วิเซนเต้ ที่ตั้งอยู่ในฟาเวล่า หนึ่งในแหล่งเสื่อมโทรมของเมือง เขาก็ทำให้ทุกคนตะลึง ด้วยเทคนิคอันน่าทึ่งจากขาเล็กๆ ของเขาทั้งจากเท้าซ้าย, เท้าขวา และเขาก็ทำให้คนตะลึงได้...ซ้ำไปซ้ำมา

ในเกมกับ เปแอสเช การเล่นของเขาในเกมนั้นพิสูจน์ให้เห็นอยู่อย่างก็คือเขาชอบเล่นงานกองหลังคู่แข่ง นักเตะบาร์ซ่า ทุกคนรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีใครอยากจะเผชิญหน้าแบบตัวต่อตัวกับเขา ซึ่งมันเป็นแบบนี้มาตั้งแต่เขาเด็ก ๆ เตะฟุตบอลที่ข้างถนนที่บราซิลแล้ว…

เขาเกิดเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี 1992 ที่โมกิ ดาส ครูเซส ที่ห่างจากตัวเมือง เซา เปาโล เป็นระยะทาง 40 กิโลเมตร, เนย์มาร์​ ดา ซิลวา ซานโต๊ส จูเนียร์ นั้นเกิดมาเพื่อเล่นฟุตบอล เขาเติบโตโดยมี เนย์มาร์​ ซีเนียร์ คุณพ่อของเขาเป็นไอดอล พ่อชองเขาเคยเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาก่อน โดยเขาเล่นให้กับหลาย ๆ ทีมระดับกลางในรัฐเซา เปาโล

ตอนอายุ 9 ขวบ ใครๆ ก็เรียกเขาว่า “จูนินโญ่” ในห้องของเขามีลูกฟุตบอล 54 ลูก ที่เขาใช้ร่วมกับ คุณพ่อ ราฟาเอล่า พี่สาวของเขา ที่มาอาศัยร่วมกันในบ้านของคุณปู่ โดยเขานอนอยู่ที่ตรงบริเวณมุมของฟูกที่ปูเอาไว้

“มันมีช่องว่างเล็กๆ ระหว่าง ฟูก กับ ตู้เสื้อผ้า และมันอยู่ในช่วงระหว่างช่องแคบของทางเดิน ซึ่งนั่นคือจุดที่ผมเล่นฟุตบอลอยู่เป็นประจำ” เขาเผยถึงเรื่องนี้ในหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเอง  บางครั้งพี่สาวกับ เจนนิเฟอร์ ญาติของเขาก็เข้ามาร่วมเล่นด้วย - พวกเธอไม่ได้มาเตะบอล แต่ว่ามายืนคู่กันให้เป็นเหมือนกับเสาประตู “บางครั้งพวกเขาก็ยืนนิ่งเป็นเสาประตู บางครั้งก็ใส่เสื้อแข่งให้ผมรู้สึกว่าผมกำลังลงแข่งจริง ผมใช้เวลาเป็นชั่วโมงในการเลี้ยงบอลรอบ ๆ ตัวพวกเขา และเรียนรู้การครองบอลจากสภาพแวดล้อมที่จำกัดในเรื่องของพื้นที่ ตอนนั้นมีแค่ผมเล่นกับพวกเขาเท่านั้น”

Mogi das Cruzes

เด็กท้องถิ่นเล่นฟุตบอลในย่าน โมกิ ดาส ครูเซส เมืองที่เนย์มาร์ เติบโตขึ้นมา

จากนั้นเขามีโอกาสได้เข้าทีมของ เซา วิเซนเต้ ที่ตั้งอยู่ในฟาเวล่า หนึ่งในแหล่งเสื่อมโทรมของเมือง เขาก็ทำให้ทุกคนตะลึง ด้วยเทคนิคอันน่าทึ่งจากขาเล็กๆ ของเขาทั้งจากเท้าซ้าย, เท้าขวา และเขาก็ทำให้คนตะลึงได้...ซ้ำไปซ้ำมา

“พอผมตื่นขึ้นมาผมก็อยากเตะบอลทันที” เขากล่าวตอนให้สัมภาษณ์ เอ็กซ์คลูซีฟ กับ โฟร์โฟร์ทู “ยิ่งผมกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านเร็วเท่าไหร่ ผมก็จะมีเวลาเล่นฟุตบอลมากขึ้น และผมก็เล่นมันจนกว่าจะมืด ผมมีความสุขมากเล่นฟุตบอลกับเพื่อน ๆ ในช่วงวัยเด็ก, การเล่นฟุตบอลข้างถนนมันคือสิ่งที่หล่อหลอมผมขึ้นมา มันคือเกมที่รวดเร็ว และมันคือฟุตบอลตามแบบฉบับบราซิลแท้ๆ”

ยิ่งผมกลับจากโรงเรียนมาถึงบ้านเร็วเท่าไหร่ ผมก็จะมีเวลาเล่นฟุตบอลมากขึ้น และผมก็เล่นมันจนกว่าจะมืด

- Neymar

เนย์มาร์​ เริ่มถูกค้นพบพรสวรรค์ครั้งแรก เมื่อตอนปี 1998 ตอนนั้นเขาไม่มีบอลอยู่ที่เท้า เหมือนปกติ เพราะว่าเขาออกมาเชียร์พ่อของเขา ที่เพิ่งยิงจุดโทษพลาดระหว่างเกมที่ลงเล่นให้กับ เรคานโต เดอ ลา วิญ่า ที่พบกับตูเรียรู เวลาเดียวกันนั้นเอง เจ้าหนูวัย 6 ขวบ ก็วิ่งขึ้น-ลง บันไดบนอัฒจันทร์ และสเต็ปที่น่าทึ่ง ถูกจับจ้องอยู่ในสายตาของ เบตินโญ่ แมวมองของทีมฟุตซอลประจำเมือง

“การวิ่งของเขามันมีประสิทธิภาพมาก วิ่งได้ง่ายๆ เหมือนวิ่งบนพื้นที่ราบเรียบยังไงอย่างงั้น ผมได้เห็นถึงความยอดเยี่ยม การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่ว และการจัดสรรร่างกายของเขา ผมประทับใจมากกับภาพที่ได้เห็น” เบตินโญ่ ที่ตอนนื้ทำงานให้กับ ซานโต๊ส ย้อนถึงความหลัง “ผมมองไปที่พ่อของเขา ก็เห็นว่าเขามีรูปร่างที่สมส่วน ส่วน นาดีน คุณแม่ของเขา เป็นผู้หญิงที่สูงและผอม เมื่อดูจากยีนส์ของพ่อแม่เขา ผมก็สงสัยว่าเจ้าหนูคนนี้เล่นฟุตบอลได้ยอดเยี่ยมขนาดไหน”

มันไม่ผิดที่ เบตินโญ่ จะสงสัยในตัวของเจ้าหนูร่างเล็กคนนี้ ที่เพื่อนๆ เรียกเขาว่า เฮโต้ หรือ อัจฉริยะ จากพรสวรรค์อันน่าทึ่ง การเคลื่อนไหวของเขาเหมือนกับการเต้นรำในจังหวะแซมบ้า หรือ คาโปเอร่า ที่เป็นศิลปะการต่อสู้ของบราซิล ที่ผสมผสานเข้าด้วยจังหวะการเต้นและเสียงเพลง - เบตินโญ่ ได้นำเจ้าหนูคนนี้ไปที่ ปอร์ตูเกซ่า ซานติสต้า ทีมฟุตซอลระดับสมัครเล่นของท้องถิ่น

“ที่ผมเล่นแบบนี้ก็คงต้องโทษกีฬาฟุตซอลล่ะ” เนย์มาร์ กล่าวแบบติดตลก เมื่อย้อนถึงความหลังถึงตอนเล่นฟุตบอลในร่ม “มันเป็นการพัฒนาเทคนิคให้กับตัวผม ทำให้ผมมีการคิดเร็วทำเร็ว ฟุตซอล คือพิ้นฐานที่ดีสำหรับคนที่จะเป็นนักฟุตบอล และมันคือส่วนสำคัญในชีวิตของผม”

“เมื่อคุณลงไปเล่น สถานการณ์ต่างๆ มันบีบบังคับให้คุณต้องคิดเร็ว และคุณต้องเคลื่อนที่ให้เร็วกว่าที่คิดเสียอีก ถ้าหากว่าคุณพลาดไปแค่สักวินาทีเดียว ลูกบอลมันก็หายไปต่อหน้าต่อตาคุณแล้ว เกมมันบีบมาก อย่างตอนที่ผมเล่นให้กับ บาร์ซ่า ผมก็ไม่ค่อยมีพื้นที่ให้เล่นมากนัก นั่นหมายความว่าคุณต้องตอบสนองให้เร็วที่สุด”

Pages