Interviews

จากย็อคก้าถึงมิโล : ฤากุนซือ 'เซิร์บ' เหมาะสมที่สุดกับฟุตบอลไทย

We are part of The Trust Project What is it?

มีวินัย - ซ้อมเข้ม - ใส่ใจทุกรายละเอียด

“โค้ชพวกนี้จะเข้มงวดในการฝึกซ้อมมาก คุณอาจเห็นบางทีมให้นักฟุตบอลไปช่วยกันยกเสาโกล แต่ไม่ใช่กับย็อคก้า เขาจะให้นักฟุตบอลสบายที่สุด โฟกัสแค่การซ้อมเท่านั้น และซีเรียสกับเรื่องระเบียบวินัยมาก”

“แต่ถ้าหากมีใครสักคนมาซ้อมสาย เขาพร้อมที่ลงโทษนักบอลคนนั้นทันที โดยที่ไม่สนว่าจะคุณจะเป็นใคร ถ้าสมมุติ ปิยพล (ผานิชกุล)  มาซ้อมสาย เขาจะถูกลงโทษจากโค้ชอย่างแน่นอน”

สันติ ไชยเผือก ฉายภาพบรรยากาศในการฝึกซ้อมของโค้ชชาวเซิร์บ ที่เต็มไปความเข้มและมีระเบียบสูง ไล่มาตั้งแต่การตั้งกรวย, ตั้งเสาประตู ไปจนถึงมารยาทบนโต๊ะอาหาร นักบอลกิเลนฯ ยุคย็อคก้า จะได้รับประทานอาหารก่อนสตาฟฟ์โค้ช เพราะ ย็อคก้ายึดถือว่า นักบอลเป็นคนสำคัญที่สุดสำหรับเขา โดยทุกคนใช้เวลากินข้าวไม่ถึง 15 นาที และห้ามหยิบโทรศัพท์มาเล่น

เรื่องความมีวินัยสูงและเจ้าระเบียบนั่น ดูเหมือนจะเป็น DNA ของชาวเซิร์บ ไม่ใช่ย็อคก้าคนเดียวเท่านั้น!  “นีล” จักรพรรณ แก้วสังข์ทอง อดีตล่ามแปลภาษาบีอีซี เทโรศาสน, ศรีสะเกษ เอฟซี ก็แสดงความเห็นไปในทิศทางเดียวกับ สันติ ไชยเผือก จากประสบการณ์ที่ได้ร่วมงานกับ โบซิดาร์ บันโดวิซ

“เขาเป็นนักวางแผนที่มีระเบียบวินัยสูง เหมือนพวกคนญี่ปุ่น เขาเป็นคนใจนักเลง และมีความเผด็จการอยู่เหมือนกัน จากที่ผมได้สัมผัส บอสโก้ (โบซิดาร์ บันโดวิช) ต้องการคนที่เข้ากับ ระบอบ ผมใช้คำว่า “ระบอบ”  นะ ไม่ใช่ “ระบบ” เป็นระบอบการปกครองในแบบของเขา เรื่องระบบค่อยมาว่ากัน แต่คุณต้องเข้ากับระบอบเขาก่อน”

“เขามีความเด็ดขาดที่จะหั่นนักฟุตบอลออกจากทีม เพราะต้องการทีมสปิริต ไม่ต้องการสตาร์เหนือใคร และการทำงานจึงเป็นไปตามระบอบของเขาอย่างถึงที่สุด”

“เอาจริงๆ เมื่อก่อนผมก็ไม่ได้มีวินัยขนาดนี้ พอได้ร่วมงานกับ (มิลอส) โจซิค ก็เหมือนเขาเข้ามาเปลี่ยนผมไปมาก”

ขณะที่ “จ๊อบบี้” บริพัทธ์ สูนรอด ที่เคยร่วมงานกับ โบซิดาร์ บันโดวิช และ รานโก โปโปวิซ ในถิ่นปราสาทสายฟ้า กล่าวถึงสองเจ้านายเลือดเซิร์บ ในอีกมุมว่า

“บอสโก (โบซิดาร์ บันโดวิซ) กับ (รานโก) โปโปวิซ ต่างเป็นคนที่จริงจังมาก เวลาอยู่ในสนามซ้อม พวกเขาจะเน้นเรื่องของการเล่นเกมรับ การยืนตำแหน่งที่ถูกต้อง ถ้าบอลอยู่ตรงนี้ เราควรยืนอยู่ตรงไหน สิ่งที่แตกต่างกันของสองคนนี้ คงเป็นเรื่องคาแรกเตอร์ อย่าง รานโก จะค่อนข้างอารมณ์ร้อน เขาพร้อมที่จะโวยวาย ตะคอกใส่ลูกทีมทันที เวลาที่ซ้อมไม่ได้ดั่งใจ ส่วน บอสโก เขาจะพยายามอธิบายซ้ำๆ และใจเย็นกว่า ส่วนเรื่องอื่น ทั้งคู่ก็มีความคล้ายกันกันมาก”

นอกจากนี้  ตามคำบอกเล่าของทั้งสองล่ามอย่าง นีลและจ๊อบบี้ ยังได้ยกตัวอย่าง รูปแบบการฝึกซ้อมที่มไม่เหมือนใคร โดยจะให้นักฟุตบอลแบ่งทีม แล้วให้ลงไปเล่นโดยที่ไม่มีลูกฟุตบอล แล้วโค้ชจะเป็นคนที่เรียกว่า ลูกฟุตบอลอยู่ที่ใคร นักเตะทุกคนต้องใช้จินตนาการ ว่าคนที่มีบอลควรทำอย่างไร จะส่งให้ใคร คนที่ไม่มีฟุตบอลควรทำอย่างไร จะวิ่งไปทางไหน หาตำแหน่งอย่างไร

เขาอธิบายถึงประโยชน์ในการฝึกแบบไม่มีบอลว่า เวลาที่มีลูกบอล ลูกบอลจะเคลื่อนที่ไปเร็ว อาจทำให้นักฟุตบอล สับสนเรื่องตำแหน่งและการวิ่งไม่ดีพอ เขาต้องการให้นักเตะได้คิด และเล่นอย่างมีจินตนาการ โดยที่ซ้อมกันแบบไม่มีฟุตบอล

“ผมไม่เคยเห็นโค้ชคนไหน ฝึกแบบนี้มาก่อน โค้ชเซอร์เบีย จะเน้นในทุกๆรายละเอียด ใส่ใจกับทุกๆเรื่องๆ และต้องให้ทุกคนเข้าใจในสิ่งที่เขาพยายามจะฝึกหรือสอน ซึ่งโค้ชชาติอื่น บางทีอาจใส่ใจแค่ผิวเผิน เพราะคิดว่านักฟุตบอลน่าจะรู้อยู่แล้ว จากเท่าที่เคยคุยกับโค้ช เขามองว่า คนไทยยังเล่นเป็นระบบได้ไม่ค่อยดีนัก ดังนั้นหน้าที่ของเขา คือการสร้างความเข้าใจให้กับนักฟุตบอลได้มากที่สุด” จ๊อบบี้ ผู้เคยร่วมงานกับโค้ชต่างชาติมาทั้ง สเปน, บราซิล, อังกฤษ, สวีเดน, เบลเยียม ฯ กล่าว

การฝึกซ้อมที่เข้มข้น มีวินัย และใส่ใจในรายละเอียดของโค้ชชาวเซิร์บ นอกจากจะส่งผลถึงผลงานในสนามของทีมแล้ว ยังทำให้ นักฟุตบอลไทย ได้พัฒนาและยกระดับฝีเท้าตนเองขึ้นมาได้ ยกตัวอย่างคู่กองหลังทีมชาติไทย อย่าง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว ปราการหลังกัปตันทีมนครราชสีมาฯ และ พรรษา เหมวิบูลย์ แนวรับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ได้ มิลอส โจซิค, ลูโบเมียร์ รีตอฟสกี 2 เฮดโค้ชชาวเซอร์เบียน เป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

“เอาจริงๆ เมื่อก่อนผมก็ไม่ได้มีวินัยขนาดนี้ พอได้ร่วมงานกับ (มิลอส) โจซิค ก็เหมือนเขาเข้ามาเปลี่ยนผมไปมาก” เฉลิมพงษ์ กล่ามเริ่ม

“เขาใส่ใจในทุกรายละเอียด ตลอดการฝึกซ้อม เขาต้องการให้เราทำให้ได้ ถ้ายังทำตรงนี้ไม่ได้ ก็จะยังไม่เปลี่ยนไปทำอย่างอื่น ให้เราทำซ้ำๆจนได้ อย่างเมื่อก่อน ผมอาจจะตัดสินใจในบางจังหวะ อย่างการสกัด ตัดบอล ออกบอลไม่ดี เขาก็จะให้ผมทำซ้ำๆในตอนซ้อม แนะนำวิธีการบางอย่างให้ผมลองเล่นแบบนี้ ลองยืนตำแหน่งแบบนี้ พอเราเอามาปรับใช้ มันก็เห็นผลว่า ดีขึ้น”

“ผมว่า โจซิค กับ (มิโลวาน) ราเยวัช เขามีแนวทางที่คล้ายกัน คือเน้นการเล่นเกมรับที่เหนียวแน่นไว้ก่อน และซีเรียสกับการฝึกซ้อมมาก รวมถึงเป็นคนที่ใส่ใจรายละเอียดเยอะมาก และพยายามปลูกฝังให้เรา เล่นอย่างมีวินัย”

พรรษา เหมวิบูลย์ จากแข้งโนเนมที่เกือบไปไม่รอดกับฟุตบอล การได้ร่วมงานกับ ลูโบเมียร์ รีตอฟสกี ในทีมขอนแก่น ยูไนเต็ด คือจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญในชีวิตของพรรษา ”เขาถือว่าเป็นโค้ชที่เข้ามาเปลี่ยนวิธีการเล่นของผมเลย”

“รีตอฟสกี้ เป็นโค้ชต่างชาติคนแรกที่ผมทำงานด้วย เขาดุมาก และเขามักจะสอนให้ผมสร้างคาแรกเตอร์ของตัวเองให้ดุดัน เขาบอกว่าการเป็นกองหลัง ต้องมีบุคลิกที่ทำให้กองหน้าหวั่นกลัว กระทั่งเวลาซ้อม เขาก็ต้องการให้เราจริงจัง ขึงขัง”

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา หลายๆสโมสร ทั้ง เมืองทอง, บุรีรัมย์, บีอีซี เทโรศาสน, พัทยา, นครราชสีมา, ขอนแก่น, ศรีสะเกษ ฯ ได้หันมาใช้บริการโค้ชจากยุโรปตะวันออก ให้มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความสำเร็จกับสโมสร

กระทั่งปี 2017 ทีมชาติไทย ได้แต่งตั้ง มิโลวาน ราเยวัช เข้ามาทำหน้าที่เฮดโค้ชคนใหม่ และนับเป็นครั้งแรกที่มีการใช้โค้ชชาวเซิร์บ หลังจากที่ผ่านมา มีเพียงแค่ โค้ชจาก ไทย, อังกฤษ, บราซิล และเยอรมัน เท่านั้นที่ได้เคยรับโอกาสคุมทัพช้างศึก

“เขาแสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพจริงๆ ไม่ใช่ว่าโค้ชไทยไม่เป็นมืออาชีพนะ แต่เขาเป็นคนใส่ใจทุกรายละเอียดจริงๆ ตั้งแต่การฝึกซ้อม การสเกาท์ การวิเคราะห์ผู้เล่น ไปจนการเลือกนักเะ เวลาเราประชุมทีมกันว่า คนนี้เป็นอย่างไร คนนั้นเป็นอย่างไร เขาก็จะมีข้อมูลที่เตรียมมาให้เราดู เขารู้จักนักเตะไทยมากกว่าที่เราคิด และทำการบ้านมาค่อนข้างดีเลย” ‘โค้ชโต่ย’ ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย หนึ่งในทีมงานชาวไทยของโค้ช ราเยวัช กล่าวถึง นายใหญ่ช้างศึกคนใหม่

“ที่สำคัญจากการที่เขาเคยไปฟุตบอลโลกมาก่อน ทำให้เขาเห็นฟุตบอลในวงกว้าง เขารู้ว่า ไทย อยู่ตรงไหน และควรใช้นักเตะแบบไหน จะต้องเล่นอย่างไรเวลาเจอทีมระดับสูงกว่า หรือจะทำเกมอย่างไร เวลาเจอทีมอันดับเดียวกัน หรือต่ำกว่า เขาบอกกับผมว่า ถ้าเราเจอทีมอันดับต่ำกว่า ทำไมเราจะไม่เพรสซิ่ง สู้ละ เพียงแต่ตอนนี้ เราต้องรู้จักตัวเองก่อนว่า เรายังมีจุดอ่อนตรงไหน และทำงานหนักในการฝึกซ้อม เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องเหล่านั้น”

-แต่เพราะฟุตบอล ไม่ได้มีแค่เรื่องความเจ้าระเบียบ และการฝึกซ้อม ที่ใส่ใจในทุกรายละเอียดเท่านั้น… ติดตามเรื่องราวจริงที่เกิดขึ้นจากมันสมองของคนชนชาติเซิร์บ ได้ในหน้าถัดไป-