จ้างถาวรเถอะ! 6 กุนซือชั่วคราวที่ทำผลงานดีเกินคาด

Craig Shakespeare

หลังเคร็ก เชคสเปียร์พาทีมเลสเตอร์ชนะ 2 นัดติดต่อกัน อามิต คัทวาลา คอลัมนิสต์ของ FFT จึงรวบรวมเอากุนซือชั่วคราวที่ทำผลงานได้ดีมาให้ดูกัน 

เชคสเปียร์คงไม่ได้งานนี้ ถ้าเลสเตอร์จบที่อันดับ 10 แทนที่จะคว้าแชมป์ในฤดูกาล 2015/16 แต่สองนัดผ่านไป เขาพาทีมทำผลงานได้ดี และถ้านับรวมกับสมัยคุมทีมเวสต์บรอมชั่วคราวในปี 2006 (เล่นหนึ่งเกม ชนะหนึ่งเกม) สถิติของเขาคือชนะรวด 100 เปอร์เซนต์

เชคสเปียร์อยู่ที่คิงส์ พาวเวอร์ สเตเดียมมาตั้งแต่ปี 2008 และเพิ่งจะพาทีมชนะลิเวอร์พูลมา 3-1 ก่อนชนะฮัลล์ ซิตี้ด้วยสกอร์เดียวกัน เลสเตอร์เล่นฟอร์มเดียวกับฤดูกาลที่แล้ว เชคสเปียร์จะสร้างปาฏิหาริย์ได้หรือไม่ ทีมจิ้งจอกสยามหมดสิทธิ์คว้าแชมป์แน่นอนแล้ว แต่การจบท็อปโฟร์ยังเป็นไปได้อยู่นะ ทำเป็นเล่นไป

1.   โรแบร์โต ดิ มัตเทโอ (เชลซี)

Chelsea won the FA Cup, beating Liverpool 2-1 in the final, before claiming their maiden Champions League crown by defeating Bayern Munich

โรมัน อับราโมวิชเลือกจ้างอดีตผู้เล่นเชลซีที่ใครๆก็รักอย่างดิ มัตเทโอ อาจเพราะเขาเคยใช้เงินทุ่มซื้อโค้ชดังๆในยุโรปมาแทบทุกคนแล้ว กุนซือชาวอิตาเลี่ยนเลื่อนจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีมขึ้นมาเป็นบอสใหญ่ในเดือนมีนาคม ปี 2012 หลังจากอังเดร วิลลาส โบอาส ทำผลงานน่าผิดหวัง และยังห่างชั้นจากโจเซ่ มูริญโญ่

ดิ มัตเทโอเริ่มต้นได้ดี พาทีมชนะ 4 นัดติดต่อกัน รวมถึงการพลิกชนะนาโปลี 4-1 ในยูฟ่า แชมป์เปียนส์ จบฤดูกาลด้วยดับเบิ้ลแชมป์อย่างเกินความคาดหมาย เชลซีเอาชนะลิเวอร์พูล 2-1 ในนัดชิงชนะเลิศศึกเอฟ เอ คัพก่อนคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมป์เปียนส์ ลีกสมัยแรกโดยการเอาชนะบาเยิร์น มิวนิค สุดท้ายแล้วอับราโมวิชก็ปลดเขาในเดือนพฤศจิกายน อย่างไรก็ตาม การคุมทีม 8 เดือน แต่ได้ 2 แชมป์ เป็นผลงานที่ไม่แย่เลย

2. เคนนี่ ดัลกลิช (ลิเวอร์พูล)

ลิเวอร์พูลจบอันดับ 8 ในลีก ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 สโมสรเลยจำใจต้องแยกทางกับเขา

ดัลกลิชกลับไปร่วมงานกับลิเวอร์พูลอีกครั้ง เขาคือผู้เล่นและผู้จัดการทีมระดับตำนานของทีมในยุค 80’s และหลังทีมปลดรอย ฮอดจ์สันในเดือนมกราคม 2011 เขาได้กลับไปแอนฟิลด์อีกครั้ง

“คิง เคนนี่” ประเดิมพาทีมแพ้แบล็คพูล ก่อนฟอร์มจะเริ่มเข้าที่ และได้รับสัญญาให้คุมทีมถาวรตอนจบฤดูกาล ปีต่อมา เขาพาทีมคว้าแชมป์ลีก คัพ ถือเป็นถ้วยแรกของทีมในรอบ 6 ปี และเข้าชิงถ้วยเอฟ เอ คัพ ก่อนจะแพ้ให้เชลซีไป

แต่ลิเวอร์พูลจบอันดับ 8 ในลีก ซึ่งถือว่าตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ปี 1994 สโมสรเลยจำใจต้องแยกทางกับเขา ดัลกริชเป็นผู้ตัดสินใจทุ่มเงินสูงถึง 22.8 ล้านปอนด์ซื้อหลุยส์ ซัวเรส และยังมีดีลงงๆอย่าง แอนดี้ คาร์โรล ที่ค่าตัวแพงถึง 35 ล้านปอนด์ ส่วนชาร์ลี อดัมนี่ไม่ต้องพูดถึง

3.   โทนี่ บาร์ตัน (แอสตัน วิลล่า)

วิลล่ารอดพ้นจากการตกชั้น และคว้าแชมป์ยูโรเปียน คัพหลังเฉือนชนะบาเยิร์น มิวนิคไป 1-0

ช่วงเวลาของเขาที่แอสตัน วิลล่าในปี 1982 ยอดเยี่ยมมาก คล้ายๆกับสถานการณ์ของเลสเตอร์ในตอนนี้ แชมป์เก่าศึกดิวิชั่น 1 ทุลักทุเลในการพยายามป้องกันแชมป์  จนทำให้ผู้จัดการทีมรอน ซอนเดอร์สโดนปลดไป ทีมรั้งอันดับที่ 15 ของตาราง แค่ 6 แต้มเหนือโซนอันตราย

หัวหน้าแมวมองของทีมอย่างบาร์ตันได้รับหน้าที่คุมทีมชั่วคราว และสร้างผลงานยอดเยี่ยมทันที พาทีมชนะ 4 นัดติดต่อกัน และนัดที่ 5 ของเขาคือนัดรองชนะเลิศศึกยูโรเปียน คัพ หลังคุมทีมมาแค่ 5 นัด ก่อนเสมอกับอันเดอร์เลชท์ไป 0-0 บาร์ตันพาทีมรอดพ้นการตกชั้น และคว้าแชมป์ยุโรปหลังเฉือนชนะบาเยิร์น มิวนิคไป 1-0