จานลูก้า ลาปาดูล่า : เจมี่ วาร์ดี้แห่งอิตาลี ผู้เป็นเป้าหมาย เลสเตอร์ และ บาร์ซ่า

จานลูก้า ลาปาดูล่า อาจจะไม่ได้เป็นชื่อที่รู้จักของแฟนบอลส่วนใหญ่ แต่เรื่องราวของ กองหน้าจาก เปสคาร่า ทีมเล็กๆใน กัลโช่ เซเรียบี ก็น่าสนใจไม่แพ้ เจมี่ วาร์ดี้ เช่นกัน และไม่แน่ว่าปีหน้าสถานีต่อไปของเขาอาจจะไปไกลถึง พรีเมียร์ลีก หรือ ลาลีก้า ก็เป็นได้…

เรื่องเล่า 60 วินาที

ย้อนกลับไปในปี 2004 ยูเวนตุส ตัดสินใจปล่อยตัวเด็กท้องถิ่นอย่าง ลาปาดูล่า ออกจากสโมสร โดยทีมดังแห่งเมืองตูริน ให้เหตุผลว่า เด็กฝึกที่ตอนนั้นอายุ 14 ปีไม่ตั้งใจเรียนหนังสือ และหลังจากนั้นชื่อของ ลาปาดูล่า ก็ค่อยๆหายไปจากสารบบลูกหนังอิตาลี

จนกระทั่ง…

ปีนี้ ชื่อของ ลาปาดูล่า กลับมาเป็นที่สนใจของหลายฝ่ายอีกครั้ง หลังยิงคนเดียว 24 ประตูช่วยให้ เปสคาร่า ได้ลุ้นเลื่อนชั้นอยู่ในขณะนี้ พร้อมกับนำดาวซัลโวแห่งกัลโช่ เซเรียบี จนทำให้ทีมดังๆอย่าง เลสเตอร์, สเปอร์ส, ยูเวนตุส หรือแม้กระทั่ง บาร์เซโลน่า พยายามจะแย่งลายเซ็น ดาวเตะวัย 26 ปีกันใหญ่

เหตุผลที่ต้องรู้จัก

ก่อนหน้านี้ชีวิตของ ลาปาดูล่า ก็วนเวียนอยู่ในลีกล่างของอิตาลีมาก่อน พร้อมกับไม่เป็นที่รู้จักของแฟนบอลคนใดมากนัก

ลาปาดูล่า ได้โอกาสเล่นในศึกยูโรป้าลีก รอบคัดเลือก แต่ไม่สามารถช่วยต้นสังกัดให้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้

อันที่จริงก่อนหน้านี้ ปาร์ม่า เคยคว้าตัวเขาไปในปี 2009 ทว่า ลาปาดูล่า ไม่ได้รับโอกาสลงสนามแม้แต่เกมเดียว และถูกส่งตัวไปให้ทีมอื่นยืมตัวถึง 7 ครั้ง โดยส่วนใหญ่แล้วจะเป็นทีมลีกรองจากทั้งในอิตาลีและลีกเล็กๆทั่วยุโรป

จุดสูงสุดของ ลาปาดูล่า คือ เมื่อประมาณสองปีที่แล้ว ที่ ดาวยิงลูกครึ่งอิตาลี-เปรู ถูก เอ็นดี กอริก้า ทีมในลีกสโลวีเนียยืมตัวไป โดย ลาปาดูล่า ได้โอกาสเล่นในศึกยูโรป้าลีก รอบคัดเลือก แต่ไม่สามารถช่วยต้นสังกัดให้ผ่านเข้ารอบสุดท้ายได้

หลังจากเล่นในสโลวีเนียแล้ว ลาปาดูล่า ก็ย้ายไปอยู่กับ เตราโม่ แบบยืมตัวในซีซั่นที่แล้ว ก่อนที่จะระเบิดยิงคนเดียว 21 ลูกช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นจาก เซเรียซี สู่ เซเรียบี ได้ ขณะที่ต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง ปาร์ม่า ก็ถูกปรับให้ตกชั้นและต้องตกชั้นสู่ เซเรียดี ซึ่งนั่นทำให้ ลาปาดูล่า กลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์

หลังจากเล่นในสโลวีเนียแล้ว ลาปาดูล่า ก็ย้ายไปอยู่กับ เตราโม่ แบบยืมตัวในซีซั่นที่แล้ว ก่อนที่จะระเบิดยิงคนเดียว 21 ลูกช่วยให้ทีมเลื่อนชั้นจาก เซเรียซี สู่ เซเรียบี ได้ ขณะที่ต้นสังกัดที่แท้จริงอย่าง ปาร์ม่า ก็ถูกปรับให้ตกชั้นและต้องตกชั้นสู่ เซเรียดี ซึ่งนั่นทำให้ ลาปาดูล่า กลายเป็นนักเตะฟรีเอเย่นต์

และนั่นเป็นความโชคดีของ เปสคาร่า ที่เกิดส่งแมวมองไปดูเกมของ เตราโม่ พอดี ทำให้ทีมงานทีมเล็กๆทีมนี้ เกิดสนใจในตัวของ อดีตเด็กฝึกยูเว่ พร้อมกับติดต่อขอเซ็นสัญญาทันที โดยผู้จัดการทีมที่ตัดสินใจเซ็นสัญญากับ ลาปาดูล่า ก็คือ มัสซิโม่ อ็อดโด้ อดีตดาวเตะชุดแชมป์โลก 2006 ของ อิตาลี นั่นเอง

โฉมหน้าของ ลาปาดูล่า

ซึ่งการตัดสินใจของ อ็อดโด้ ถือว่าคุ้มค่าอย่างยิ่ง เพราะถึงตรงนี้ ดาวยิงวัย 26 ปี ยิงไปแล้ว 24 ประตู จาก 36 เกมลีก โดยสถิติทั้งหมดไม่มีจุดโทษมาเกี่ยวข้องแม้แต่ลูกเดียว และมันคิดเป็น 40 เปอร์เซ็นต์ของสกอร์ทั้งหมดที่ เปสคาร่า ผลิตได้(ทีมยิงรวม 59 ลูก) ซึ่งหากไม่มี ลาปาดูล่า แล้ว ทีมคงไม่ได้อยู่ในพื้นที่เพลย์ออฟแบบนี้แน่นอน

ประตูที่สวยที่สุดจาก 24 ลูก คือ ประตูชัยของเขาในเกมที่พบกับ เชเซน่า ที่ ลาปาดูล่า จักรยานอากาศสุดสวย ซึ่งด้วยฟอร์มขนาดนี้ ทำให้มีแฟนบอลอิตาเลียน หลายคนถึงกับเรียกร้องให้ อันโตนิโอ คอนเต้ หนีบเขาไปลุยยูโร 2016 ด้ยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ อิตาลี เท่านี้ที่มีสิทธิจะเรียกตัว กองหน้าฟอร์มแรงรายนี้ ไปติดทีมชาติได้ เพราะว่าที่จริงแล้ว ในตัวของ ลาปาดูล่า นั้นมีเลือดเปรูของแม่อยู่ด้วย ซึ่งทีมดังจากอเมริกาใต้ ก็พยายามที่จะชวนเขาไปเล่นให้เช่นกัน

จุดแข็ง

ดาวเตะลูกครึ่ง ยังมีจุดเด่นที่ความขยันและพร้อมไล่กดดัน แย่งบอลคู่แข่งตั้งแต่แดนหลังของคู่ต่อสู้ ซึ่งข้อนี้เป็นจุดที่กองหน้าชาวอิตาเลียนขนานแท้ไม่ค่อยจะมีกัน

ลาปาดูล่า เป็นกองหน้าประเภทจมูกไวในกรอบเขตโทษ การเคลื่อนที่ การยืนตำแหน่งของเขาสุดยอด ซึ่งนั่นเป็นเหตุให้ ดาวยิงวัย 26 ปีหาโอกาสซัดประตูได้บ่อยๆ นอกจากนี้เขายังมีเทคนิคและการสัมผัสบอลแรกที่ดีไม่เบา

และแม้จะไม่ใช่คนที่สูงมากนัก(5 ฟุต 10 นิ้ว) แต่ ลาปาดูล่า ก็เทคตัวโหม่งได้ไม่เป็นรองใคร นอกจากนี้ ดาวเตะลูกครึ่ง ยังมีจุดเด่นที่ความขยันและพร้อมไล่กดดัน แย่งบอลคู่แข่งตั้งแต่แดนหลังของคู่ต่อสู้ ซึ่งข้อนี้เป็นจุดที่กองหน้าชาวอิตาเลียนขนานแท้ไม่ค่อยจะมีกัน

จุดอ่อน

ต้องยอมรับว่า ลาปาดูล่า ยังไม่เคยมีประสบการณ์เล่นฟุตบอลในระดับสูงมาก่อนเลย โดยเฉพาะหากเทียบกับอายุของเขาแล้ว ถือว่าไม่น่าเชื่อมากๆ และเอาเข้าจริง ดาวยิงเชื้อสายเปรู เคยผ่านลีกสูงสุดเพียงครั้งเดียวในชีวิตด้วยซ้ำ กับลีกอย่าง สโลวีเนีย

นอกจากนี้ ลาปาดูล่า ยังไม่เคยลงเล่นในเกมที่มีความกดดันหรือพบกับทีมระดับบิ๊กเลยแม้แต่เกมเดียว ซึ่งเกมที่ใหญ่ที่สุดของเขา คงเป็นเกมโคปป้า อิตาเลีย เมื่อเดือนสิงหาคม ปีที่แล้ว ที่ ลาปาดูล่า ได้ลงดวลกับผู้เล่น โตริโน่ ก่อนที่ทีมจะพ่ายเละ 1-4

ซึ่งนั่นจะเป็นการวัดดวงแน่นอน หากทีมใหญ่ทีมไหนต้องการตัวเขาไป

สำหรับด้านชั้นเชิงลูกหนังแล้ว อดีตดาวเตะปาร์ม่า ถูกบางคนบอกว่า หวงบอลและเห็นแก่ตัวเกินไปในหลายจังหวะ เพราะเขาเลือกจะยิงแทนที่จะผ่านบอลให้เพื่อนที่อยู่ในตำแหน่งที่ดีกว่า

ปากคำคนใกล้ตัว

“ไม่ได้เป็นการดูถูกเปรู แต่ผมว่า ลาปาดูล่า ควรจะรอและเล่นให้ อิตาลี มากกว่า เขาจะกลายเป็นนักเตะที่ยิ่งใหญ่และได้เล่นฟุตบอลโลก” มัสซิโม่ อ็อดโด้ กุนซือของทีม กล่าว

“ลาปาดูล่า มีความพิเศษในตัว และผมไม่เคยประหลาดใจกับฟอร์มของเขาเลย” อดีตโค้ชของ กอริก้า อย่าง ลุยจิ อปอลโลนี่ ผู้เคยส่ง ลาปาดูล่า ลงเล่นในยูโรป้าลีก ยกย่องอดีตลูกทีม

“ลาปาดูล่า มีความพิเศษในตัว และผมไม่เคยประหลาดใจกับฟอร์มของเขาเลย”

- ลุยจิ อปอลโลนี่ อดีตเทรนเนอร์กอริก้า

รู้หรือไม่

ลาปาดูล่า เคยขอแฟนสาวแต่งงานในสนามฟุตบอลเมื่อ เดือนพฤษภาคม ปี 2014 หลังช่วยให้ เตราโม่ เลื่อนชั้นจาก เซเรียซี สู่ เซเรียบี ได้ โดย ดาวยิงลูกครึ่ง ประกาศผ่านหน้าไมโครโฟนต่อหน้าคนทั้งสนามเลยทีเดียว ซึ่งแฟนของเขาตอบรับอย่างโดยดีพร้อมกับปาดน้ำตาในตอนนั้นบนอัฒจรรย์

จะน่ารักขนาดไหน ลองชมจากคลิปวิดีโอด้านล่างได้เลย

สิ่งที่รออยู่

แน่นอนว่า ปีหน้า ลาปาดูล่า จะได้รับโอกาสครั้งใหญ่ในชีวิต ซึ่งเต็งหนึ่งที่จะคว้าตัวเขาไปก็คือ ทีมที่ทิ้งเขาเมื่อ 12 ปีก่อนอย่าง ยูเวนตุส อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายคิดว่า ลาปาดูล่า ไม่ควรจะก้าวกระโดดเร็วขนาดนั้น ไม่ว่าจะเป็นกับ ยูเว่, บาร์เซโลน่า หรือแม้แต่ ว่าที่แชมป์พรีเมียร์ลีกอย่าง เลสเตอร์

เพราะก่อนหน้านี้ เราก็ได้เห็นตัวอย่างจาก ชิโร่ อิมโมบิเล่ ซึ่งพกดีกรีดาวซัลโว เซเรียบี กับ เปสคาร่า ทีมปัจจุบันของลาปาดูล่า ในปี 2012 ก่อนที่จะค่อยๆขยับไปเล่นให้กับ โตริโน่ ซึ่ง อิมโมบิเล่ ยังรักษาฟอร์มเก่งได้ ทว่าชีวิตหลังจากนั้นของดาวยิงทีมชาติอิตาลีก็มีแต่ตกเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเล่นกับ เจนัว, โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ หรือ เซบีญ่า

ที่น่าตลกก็คือ อันที่จริงทั้งสองอายุพอๆกัน โดย ลาปาดูล่า แก่กว่า อิมโมบิเล่ ด้วยซ้ำ(2 สัปดาห์) ทว่าโลกกลับรู้จักคนหลังก่อนคนหน้ามานานแล้ว ดังนั้น คงบอกได้ว่า ลาปาดูล่า แจ้งเกิดช้าขนาดไหน

แต่ไม่ว่าจะเช้าเพียงใด แต่หากเรามีความพยายามและความรักในสิ่งที่ทำ ความฝันก็อาจกลายเป็นจริงได้เสมอ

ไม่เชื่อก็ลองถาม เจมี่ วาร์ดี้ ดูก็ได้…