จับตาทีมแชมเปี้ยนส์ลีก : อยุธยา เอฟซี อีกหนึ่งนักรบแห่งเมืองกรุงเก่า

"นักรบกรุงศรี" อีกหนึ่งทีมสุดแกร่งพ่วงตำแหน่งรองแชมป์จากโซนภาคกลาง ที่ครั้งนี้พวกเขาพร้อมมีลุ้นหวนคืนดิวิชั่น 1 อีกครั้ง หลังเคยผ่านศึกบนลีกรองของเมืองไทยมาแล้วเมื่อฤดูกาล 2015 สำหรับซีซั่นนี้พวกเขาเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร จะแข็งแกร่งขึ้นแค่ไหน FFT TH รวบรวมมาให้แล้วที่นี่

อยุธยา เอฟซี

ความเปลี่ยนแปลงประจำซีซั่น

หลังเคยขึ้นไปโลดแล่นบนเวทีดิวิชั่น 1 มาแล้ว ก่อนจะตกชั้นเมื่อฤดูกาล 2015 ที่ผ่านมา ซีซั่นนี้ “นักรบกรุงศรี” กำลังมีลุ้นหวนสู่ลีกวันอีกครั้ง หลังผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ ด้วยตำแหน่งรองแชมป์โซนภาคกลาง

ก่อนเริ่มฤดูกาลใหม่พวกเขาต้องเจอปัญหาเดียวกับ อยุธยา วอริเออร์ ที่สิทธิ์ทีมทับซ้อนกัน แต่หลังหมดปัญหาดังกล่าว จึงเริ่มเตรียมทีมอย่างหนัก และหาแข้งฝีเท้าดีเข้ามาร่วมทีม ภายใต้การคุมทัพของ เทเวศน์ กมลสินธุ์ ซึ่งผลงานออกมาเป็นที่น่าพอใจ แม้ 4 เกมแรก จะเก็บได้เพียงแต้มเดียว แต่สุดท้ายก็เร่งทำผลงานกลับมาสู่เส้นทางลุ้นแชมป์ในที่สุด

แต่กว่าจะได้ตั๋วใบที่สองมาครองก็ต้องลุ้นหนัก หลังเกือบพลาดโอกาสไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีก เหมือนกัน หลังโดน สิงห์บุรี บางระจัน เอฟซี ไล่ตามมาติดๆ ก่อนที่ในเกมสุดท้ายกับการบุกเยือน ปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู ที่พวกเขาต้องเก็บชัยชนะให้ได้เท่านั้น และก็ทำสำเร็จด้วยการเฉือนเจ้าบ้าน 1-0 ส่งผลให้ทีมการันตีตำแหน่งรองแชมป์เข้ารอบตามจ่าฝูงอย่างอยุธยา วอริเออร์ ไปเล่นแชมเปี้ยนส์ลีกรอบ 16 ทีม สุดท้ายได้สำเร็จ

จุดเด่นที่จะพาทีมไปสู่เป้าหมาย

ความน่ากลัวของพวกเขาอยู่ที่แดนกลาง ประกอบไปด้วย กิตติพงษ์ มูลพงศ์ และคิม เมียง ยู 2 แนวรุกที่คอยสร้างอันตรายจากริมเส้นทั้งซ้าย และขวา ส่วนแดนหน้าก็น่ากลัวไม่แพ้กันมี สิริชัย ลำพุทธา รองดาวซัลโวของทีมทำไปแล้ว 4 ประตู เป็นตัวรอจบสกอร์ พ่วงด้วยจอมเก๋าอดีตศูนย์หน้าดีกรีไทยลีก อย่าง ลูโดวิท ทาคาม ที่เคยค้าแข้งกับพัทยา และชลบุรี เอฟซี ที่มาเติมเต็มแนวรุกให้ดูอันตรายมากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ทีมที่ต้องเจอพวกเขาต้องปวดหัวหนักทีเดียวกับขุมกำลังแนวรุกที่มีอยู่นี้

ดาวเด่นประจำทีม

กิตติพงษ์ มูลพงศ์ แนวรุกตัวหลักรายนี้ทำไปแล้ว 2 ประตู ในเกมลีก อดีตเคยค้าแข้งกับ ทีทีเอ็ม พิจิตร ในเวทีไทยลีกมาแล้ว ก่อนลงมาเล่นในดิวิชั่น 1 กับ  “พลังเพลิง” พีทีที ระยอง เมื่อฤดูกาล 2010 โดยในซีซั่นนี้ เจ้าตัวทำผลงานได้ยอดเยี่ยมจากความเร็ว และลีลาลากเลื้อยริมเส้น จนกลายเป็นแข้งความหวังของทีมสำหรับสู้ศึกรอบแชมเปี้ยนส์ลีก เพื่อพาทีมกลับสู่ดิวิชั่น 1 ให้ได้

คู่แข่งที่ต้องเจอ

เปิดมาก็เจอของแข็งเลย สำหรับคู่แข่งในรอบแรกของ อยุธยา เอฟซี ที่ต้องพบกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี เจ้าบุญทุ่มรายใหม่แห่งดิวิชั่น 2 ที่ปีนี้พวกเขาตั้งเป้าหมายไว้ที่การเลื่อนชั้นเช่นเดียวกัน โดยทุ่มงบกับการเสริมทัพมากพอสมควร รวมถึงสร้างแคมป์เก็บตัวนักฟุตบอล และอะคาเดมี่ของทีม เพื่อต่อยอดความสำเร็จในอนาคตอีกด้วย

การเจอคู่แข่งแบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องง่ายที่ “นักรบกรุงศรี” จะผ่านไปได้ง่ายๆ ซึ่งพวกเขาก็ไม่ประมาทพร้อมเร่งเตรียมความพร้อมอย่างหนักด้วยการอุ่นเครื่องกับทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 19 ปี ก่อจะเสมอกัน 3-3 ซึ่งภาพรวม โค้ชเวศน์ กุนซือของทีมพอใจกับฟอร์มนักเตะ แต่ยังต้องรูปแบบเกมรับและเกมรุกอีกมาก โดยหลังจากนี้ อยุธยา เอฟซี จะเดินทางไปเก็บตัวที่ เซอร์เจมส์ รีสอร์ท คันทรีคลับ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี เพื่อเสริมแกร่งก่อนกลับมาลุยศึกแชมเปี้ยส์ลีกกับ หนองบัว พิชญ เอฟซี

เส้นทางก่อนถึงรอบแชมเปี้ยนส์ลีก

ต้นฤดูกาลพวกเขาเริ่มต้นได้ไม่ค่อยสวย โดย 3 เกมแรก แพ้ถึง 2 นัด และเสมออีก 1 ก่อนจะมาชนะ มาแชร์ชัยภูมิ เอฟซี 0-1 และเริ่มเก็บชัยเหนือคู่แข่งต่อเนื่อง แต่แต้มที่เสียไปก็ส่งผลให้พวกเขาโดนจ่าฝูง อยุธยา วอริเออร์ ทิ้งห่าง รวมถึงต้องลุ้นการไล่บี้จาก สิงห์บุรี บางระจัน เอฟซี ที่ตามมาติดๆ โดยเกมล่าสุดบุกเอาชนะปากน้ำโพ เอ็นเอสอาร์ยู 0-1ก่อนที่ทัพ “นักรบกรุงศรี” จะรักษาระดับไว้ได้จนจบฤดูกาลด้วยรองแชมป์ และคว้าตั๋วใบที่สองเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ