Analysis

จะเกิดเลยมั้ย? : บทพิสูจน์ เนเวส กับ "แชมป์ร้อยแต้ม"

แน่นอนว่า รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของอีเอฟแอล แชมเปี้ยนชิพ ไม่ใช่จะได้กันมาด้วยความฟลุค เพราะฉะนั้นแล้ว รูเบน เนเวส ย่อมถือเป็นหนึ่งในกองกลางที่น่าจับตามองที่สุดในพรีเมียร์ลีกฤดูกสาลนี้แน่ และเขาจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ได้ว่า ตัวเองดีพอจะลงเล่นในลีกสูงสุดแดนผู้ดี และเกมกับแมนฯ ซิตี้ ในวันนี้ คงจะเป็นบทพิสูจน์ที่สำคัญทีเดียว สำหรับมิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวโปรตุกีสวัย 21 ปี

We are part of The Trust Project What is it?

หลังจากการย้ายมาสู่วูล์ฟแฮมตันแบบช็อควงการลูกหนังของดาวรุ่งพุ่งแรงวัย 20 ปี จากเอฟซี ปอร์โต้ ที่เลือกจะย้ายมาเล่นในลีกรองของอังกฤษ และเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้เจ้าหมาป่าได้ขึ้นมาเล่นพรีเมียร์ ลีก ในฐานะทีมแชมป์ของแชมเปี้ยนชิพเมื่อซีซั่นก่อน

จุดเด่นของจอมเทคนิคอย่าง รูเบน เนเวส อยู่ที่การยิงจากนอกกรอบเขตโทษ ที่ช่วยให้เขาทำประตูได้อย่างมากมายเมื่อซีซั่นก่อน โดยเฉพาะลูกที่เขายิงใส่ ดาร์บี้ เคาท์ตี้ ในเดือนเมษายน ฤดูกาลก่อน ซึ่งเขารับบอลต่อมาจากแผงหลัง และ ยิงจากระยะ 35 หลา เสียบมุมบนอย่างสวยงาม

เขาได้โชว์ให้เห็นถึงความสามารถนี้ทันที ในนัดแรกบนลีกสูงสุดของอังกฤษ ที่เสมอ เอฟเวอร์ตันไป 2-2 โดยเขายิงฟรีคิกจากนอกกรอบเขตโทษ ผ่านมือหนึ่งทีมชาติอังกฤษ อย่าง จอร์แดน พิคฟอร์ด เข้าไปอย่างสวยงาม อีกทั้งยังแอสซิสต์ให้ราอูล ฆิเมเนส ศูนย์หน้าจากเม็กซิโก ที่วูล์ฟสยืมตัวมาจากเบนฟิก้า ทำประตูได้อีกด้วย

เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากที่สถิติการทำประตูส่วนใหญ่ของเนเวสนั้นมาจากนอกกรอบเขตโทษ เพราะเนเวสไม่ใช่นักเตะประเภท Box to Box ที่จะต้องเด่นทั้งรุกและรับ และคอยหาโอกาศทำประตูไปพร้อมกัน แต่เนเวสในวัย 21 ปี กลับแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถรับผิดชอบหน้าที่นี้ได้เป็นอย่างดี เขาจะไม่ค่อยเข้าไปในกรอบเขตโทษของคู่แข่งมากนัก แต่มักจะคอยหาจังหวะการยิงจากบริเวณนอกกรอบมากกว่า และกลายเป็นจุดเด่นของเขาที่คู่แข่งต้องคอยระวังเป็นอย่างมาก

ด้วยจุดเด่นที่วิ่งขึ้นลงไม่มีหยุดอย่าง สตีเวน เจอร์ราด อดีตมิดฟิลด์ไดนาโมแห่งลิเวอร์พูล  และการยิงประตูนอกเขตโทษอันทรงพลังอย่างพอล สโคลส์ นั้น ทำให้ทุกครั้งที่ดูเขาเล่น จะทำให้เรานึกถึงการผสมผสานกันของยิอดมิดฟิลด์ชาวอังกฤษได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ตาม เนเวสยังมีจุดอ่อนอยู่ที่การจับบอล เพราะเขามักมีความผิดพลาดออกมาให้เห็นในจากจังหวะจับบอลแรกอยู่บ่อยครั้ง  

แต่ด้วยอายุเพียง 21 ปี เขายังมีเวลาพัฒนาได้อีกไกล โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีพี่เลี่ยงที่ดีอย่าง นูโน่ เอสปิริโต้ ซานโต กุนซือคู่บุญที่ฝึกสอนเนเวสมาตั้งแต่สมัยเป็นผู้เล่นเยาวชน และผลักดันจนเขาสามารถก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ได้สมัยอยู่ที่ปอร์โต้ด้วยกัน

และเกมส์ในวันเสาร์นี้ น่าจะเป็นการพิสูจน์ครั้งสำคัญอีกครั้งของเนเวส นักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของลีกแชมเปี้ยนชิพ ในฤดูกาลที่แล้ว เพราะเขาต้องพบกับ “แชมป์ร้อยคะแนน” อย่าง 'เรือใบสีฟ้า' แมนฯ ซิตี้  ซึ่งมีข่าวว่าต้องการล่าตัวเนเวสมาร่วมทีมให้ได้ในช่วงมกราคมปีหน้านี้ และนี่จะเป็นการพิสูจน์ว่าทำไม สุดยอดกุนซืออย่าง เป๊บ กวาร์ดิโอล่าถึงต้องการตัวเขามาร่วมเป็นพลพรรคของแมนฯ ซิตี้