Interviews

จำฝังใจ เดอะ ซีรี่ส์ : เปรมวุฒิ วงศ์ดี... โรนัลดินโญ่เมืองไทยที่หายไป

We are part of The Trust Project What is it?

อันที่จริง เปรมวุฒิ เคยติดทีมชาติไทยในครั้งสุดท้าย ก็คือ การแข่งขัน “ทันเนียน คัพ” ที่ประเทศเวียดนาม เมื่อปี 2010 ช่วงสมัยที่ยังเล่นให้กับ พัทยา ยูไนเต็ด แต่หลังจากนั้น ในซีเกมส์ 2011 ที่ทีมชาติไทยตกรอบแรก หรือซีเกมส์ 2013 ที่เพื่อนวัยเดียวกัน ช่วยกันคว้าเหรียญทองมาครองได้ที่ประเทศเมียนมา เขาไม่ได้โอกาสแม้แต่จะเข้าแคมป์แม้แต่ครั้งเดียว

เขามองเห็น เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ และ ธีราทร บุญมาทัน กำลังใช้เท้าซ้ายของตนเอง สร้างชื่อเสียง
เขาติดตาม กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ อยู่ตลอด และเห็นว่า “เจ้าตอง” กำลังไปได้สวยด้วยสองมือหน้าปากประตู
แล้วตัวของเขาล่ะ อดีตเจ้าของฉายา “โรนัลดินโญ่เมืองไทย” ทำอะไรอยู่

เปรมวุฒิ ระเห็จมาจากพัทยาแบบหมดสัญญา มาอยู่กับ นครราชสีมา ในดิวิชั่น 1 ซึ่งเขาก็ยังแอบดื่มกินอยู่ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ เพื่อนตำรวจ ที่ที่เขาบอกว่า ได้คุยกับ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล จนทำให้เริ่มคิดได้ แต่มันก็สายเกินไป

“ตอนนั้นพี่วังบอกผมว่า ให้ตั้งใจซ้อม จะได้มีโอกาสติดทีมชาติชุดซีเกมส์ (ปี 2013) และจะคุยเรื่องการบรรจุเป็นตำรวจให้ จะมีการปรับฐานเงินเดือนให้ .. ตอนนั้น ผมก็แต่งงานแล้ว มีลูกแล้ว ก็คิดอยากจะเปลี่ยนตัวเอง ผมเลือกอยู่แต่บ้านดูแลครอบครัว แต่ก็ไม่มีชื่อถูกเรียก ติดทีมซีเกมส์เลย ไม่มีเฉี่ยวเลยแม้แต่ซ้อมก็ตาม”

“ตอนนั้นก็น้อยใจนะ ท้อเลย เค้าเรียกเกือบทุกคนในรุ่นผมเลย คิดว่าอย่างน้อยก็น่าจะมีเราไปซ้อมสักหน่อยก็ยังดี แต่ก็ไม่มีชื่อผม..”

จากนั้น เปรมวุฒิ ก็ย้ายมาอยู่กับ อยุธยา เอฟซี ในช่วงปี 2014 แต่โดนเรื่องปัญหาการเงินของสโมสร จนต้องย้ายทีมอีกครั้งมาอยู่กับ ราชบุรี เอฟซี แต่ก็ได้ลงสนามแค่เกมเดียวที่ถิ่น “ราชันมังกร” ภายใต้การคุมทีมของ ริคาร์โด้ โรดริเกวซ

ชีวิตของ “เจ้าฮาร์ท” อดีตซูเปอร์สตาร์ขาสั้นจากสระแก้ว ยังไม่พบกับความเสถียรสักที เขาต้องย้ายทีมอีกครั้งหลังจากนั้นไม่นาน มาอยู่กับ นครปฐม ยูไนเต็ด และ สมุทรสงคราม เอฟซี ในปัจจุบัน

“ตอนย้ายมาราชบุรี ช่วงที่เริ่มโตขึ้น ลูกก็โตขึ้น ตอนนั้น ผมมีรายได้พอสมควร ผมก็ไม่หวังจะติดทีมชาติแล้ว ผมแค่อยากเก็บเงิน หวังแค่อยากดูแลลูกให้ดีที่สุด ดูแลครอบครัวให้ดีที่สุด ผมเลิกหมดเลยนะ เลิกเที่ยว เลิกเกเร เลิกเจ้าชู้ .. เมื่อก่อนผมเกเร พ่อแม่ยังไม่ฟัง ไม่ยอมกลับบ้าน แต่ก็เปลี่ยนไปหมดหลังจากโตขึ้น”

ลงบู๊ให้ "เสือป่าราชา" ในฤดูกาล 2016

“จากนั้น มีพี่ลิง (วิมล จันทร์คำ) ดึงตัวผมไปอยู่กับ นครปฐม และพอออกจากนครปฐมมาเมื่อปลายปีที่แล้ว ผมก็พยายามหาทีม แต่มันก็ไม่มีทีมไหนสนใจเลยนะ อาจเป็นเพราะสิ่งที่ผมทำเอาไว้เมื่อก่อนหรือเปล่า ที่ทำให้ใครเขาก็ไม่อยากได้ตัวไป จนสุดท้าย ก็ตามพี่ลิงมาอยู่ที่แม่กลอง (สมุทรสงคราม เอฟซี) ซึ่งก็ได้ลงสนามต่อเนื่อง ถ้าไม่มีพี่เค้า ก็ไม่มีที่เล่นแล้ว”

ปัจจุบัน เปรมวุฒิ วงศ์ดี เริ่มกลับมาโชว์ฟอร์มได้ดีขึ้นอีกระดับ ภายใต้เบอร์ 9 ของสีเสื้อ “ปลาทูคะนอง” ซึ่งเขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่ทำให้ สมุทรสงคราม เอฟซี ทีมงบไม่มากนัก แต่ก็ยึดอยู่กลางตารางได้

… เปรมวุฒิเป็นอีกหนึ่งนักกีฬาฟุตบอลที่ทอดทิ้งพรสวรรค์ไว้เพียงเบื้องหลัง และหันหน้าเข้าหาแสงสี เขาโดนความคึกคะนอง และหลงระเริงในคำว่า “ซูเปอร์สตาร์” เข้าครอบงำ จนทำให้ชีวิตที่สดใสต้องมืดลง แต่ก็ยังดีที่เขาหันสมอชีวิตกลับมาสู่ลู่ทางที่ปกติได้ทัน ไม่ให้มันเลวร้ายไปมากกว่านี้นัก

เปรมวุฒิ ในวัย 26 ปี เขามีลูกน้อย มีครอบครัวที่สดใส และกำลังตั้งใจเต็มที่อีกครั้งกับลูกกลมๆ ที่สร้างเขาขึ้นมาในวัยเด็ก พร้อมกับมีความฝันลึกๆ ในการติดทีมชาติไทยอีกครั้ง

ผมอยากจะมีทัศนคติแบบตอง (กวินทร์) นะ ถ้าตอนนั้น ผมมีความคิดสักครึ่งของมัน ทุกอย่างก็คงจะดี”

“ผมรู้สึกเสียใจนะ ที่ช่วงนึงผมมัวไปมองแต่สิ่งข้างทาง จริงๆ ชีวิตผมก็มีทางตรงให้เดินอยู่แล้ว แต่ผมกลับเดินไปซ้ายทีขวาที ถ้ากลับไปเปลี่ยนตัวเองได้นะ ผมอยากจะเปลี่ยนตอนอายุ 17-18 ผมอยากจะมีทัศนคติแบบตอง (กวินทร์) นะ ถ้าตอนนั้น ผมมีความคิดสักครึ่งของมัน ทุกอย่างก็คงจะดี”

“ตอนนี้ผมก็เปลี่ยนเป็นคนใหม่แล้ว คนมันก็ฝันได้นะพี่ มันฝันไปได้หมดแหละ ผมเคยนอนคิดไปเรื่อยนะ และฝันว่า สักวันถ้ากลับมาเล่นดี ดูแลร่างกายตัวเองดีๆ เราก็อาจจะกลับมาติดทีมชาติไทยได้อีกนะ”