Stories

จำฝังใจ เดอะ ซีรีส์ : หลายครั้งที่พลาดไปของ “รูนีย์เมืองไทย” ศักรินทร์ จันทร์โยธา

นี่ คือ เรื่องราวของอดีตนักเตะที่ได้รับการยอมรับว่าจะก้าวขึ้นมาเป็นกองหน้าเบอร์ 1 ทีมชาติไทย เหนือธีรศิลป์ แดงดา…

We are part of The Trust Project What is it?

ความจริงๆ เขาคือคู่หูของ “มุ้ย” ในทีมโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ทั้งคู่ช่วยกันยิงประตูถล่มทลาย คว้าแชมป์ทุกรายการที่ขวางหน้า แต่พรสวรรค์ที่อัดแน่นในเท้าซ้ายอันทรงพลังของ ศักรินทร์ จันทร์โยธา ทำให้เขาถูกเชิดชูเหนือใคร ไม่ว่าจะเป็นสื่อฉบับไหนก็ยกย่องว่าเขา คือ กองหน้าที่เก่งที่สุดในประเทศในรุ่นเดียวกัน แต่เส้นทางลูกหนังของเขากลับไม่สวยงามเช่นนั้น… เขาหายไปจากวงการลูกหนังตั้งแต่อายุไม่ถึง 20 ปี เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น...FourFourTwo Thailand จะพาไปพบคำตอบที่แท้จริง จากปากของเจ้าตัวเองที่นี่...

เทพลูกหนังขาสั้น

24 ตุลาคม พ.ศ. 2550 ฟุตบอลไทยลีกครั้งที่ 10 ณ สนามธูปะเตมีย์ เป็นเกมระหว่างการท่าเรือ พบกับสโมสรตำรวจ ในนาทีที่ 56 ของการแข่งขัน ทุกคนในสนามถึงกับต้องลุกขึ้นยืนปรบมือ ให้กับเด็กหนุ่มวัยไม่ถึง 20 ปี เขาชื่อ “โก้” ศักรินทร์​ จันทร์โยธา ดาวรุ่งที่ร้องแรงที่สุด ของวงการลูกหนังไทย ที่ซัดฟรีคิกระยะเกือบ 40 หลาส่งบอลพุ่งวาบเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม  

เป็นเกมที่ผมลงตัวจริงไทยลีกเกมแรก และผมก็ยิงประตูได้ด้วย ขนาดรุ่นพี่ทีมฝั่งตรงข้ามยังยกนิ้วให้ผมเลย น่าเสียดายเป็นลูกเดียว ที่ผมยิงได้ในไทยลีก

“เหตุการณ์วันนั้นยังอยู่ในความทรงจำของผม เป็นเกมที่ผมลงตัวจริงไทยลีกเกมแรก และผมก็ยิงประตูได้ด้วย ขนาดรุ่นพี่ทีมฝั่งตรงข้ามยังยกนิ้วให้ผมเลย น่าเสียดายเป็นลูกเดียว ที่ผมยิงได้ในไทยลีก” ศักรินทร์ จันทร์โยธา เล่าถึงประตูที่เขายิงได้ในการแข่งขันฟุตบอลไทยลีกเมื่อกว่า 10 ปีก่อน

มันเป็นการเริ่มต้นที่ดี และดูเหมือนว่าดาวรุ่งตัวความหวังของวงการฟุตบอลไทย กำลังจะไปได้สวยในเส้นทางอาชีพ แต่...หลังจากการยิงประตูแรกบนเวทีลีกสูงสุดเมืองไทยเพียงแค่ 1 สัปดาห์ ก็เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญของชีวิต

การฝึกซ้อมของทีมตำรวจ 1 วันก่อนลงเตะนัดต่อไป รูปแบบการซ้อมสบายๆ ไม่หนักมากนัก แสงอาทิตย์ใกล้ลับขอบฟ้า เป็นสัญญาณว่าเวลาการฝึกซ้อมกำลังจะหมดลง ทันใดนั้นเอง ทุกสายตาจับจ้องไปที่แข้งดาวรุ่งอนาคตไกล พร้อมกับเสียงหัวเราะ เพราะอยู่ๆ “โก้” ศักรินทร์ จันทร์โยธา ก็ลงไปนอนกองกับพื้น ทั้งที่ไม่มีใครทำสัมผัสถูกตัวเขา เวลาผ่านไปหลายนาที เขายังนอนอยู่ที่เดิม...จากเสียงหัวเราะของแข้งรุ่นพี่ ถูกเปลี่ยนเป็นคำถามว่าเกิดอะไรขึ้น และ ทุกคนก็วิ่งเข้าไปดูอาการ

“เป็นจังหวะที่ไม่มีอะไรจริงๆ ผมกำลังจะพลิกตัวกลับหลัง แต่เท้าของผมไปอยู่ในหลุม ทำให้ล้มลง ตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไร เพราะว่าสนามซ้อมพื้นไม่เรียบ ผมก็เจอแบบนี้มาหลายครั้งแล้ว แต่ครั้งนั้นพอตอนจะลุกขึ้นลุกไม่ได้ ปวดบริเวณเข่ามากๆ รู้เลยว่าเล่นต่อไม่ได้แล้ว” ศักรินทร์ เล่าถึงวินาทีได้รับบาดเจ็บหนัก เอ็นหัวเข่าของเขาฉีกขาด และกลายเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ

“โก้” ศักรินทร์ จันทร์โยธา ถูกแพทย์วินิจฉัยให้พักรักษาตัวนาน 1 ปี

ศักรินทร์ จันทร์โยธา (ซ้ายสุด) สมัยผนึกกำลังกับเพื่อนร่วมรุ่นอัสสัมชัญ ธนบุรี กวาดแชมป์ในประเทศมากมาย

เจ้าชายสถานบันเทิง

ย้อนกลับไปเมื่อสิบกว่าปีก่อนชื่อของ "โก้" ศักรินทร์​ จันทร์โยธา เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางของเหล่าแฟนบอลไทย นี่คือสุดยอดดาวรุ่งอัจฉริยะของวงการ ที่ประสบความสำเร็จอย่างล้นหลามในฟุตบอลขาสั้น เขายิงประตูได้ระเบิดเทิดเทิงให้กับอัสสัมชัญ ธนบุรี และเยาวชนทีมชาติไทย ชั่วโมงนั้นไม่มีดาวรุ่งคนไหนดีไปกว่าเขาแล้ว สื่อสยามกีฬาถึงกับตั้งฉายาให้กับเขาว่า "รูนี่ย์เมืองไทย"

ตอนเดินทางกลับมาจากประเทศอังกฤษ หลังเสร็จสิ้นภารกิจฝึกวิทยายุทธ์ด้านลูกหนังกับสโมสรเอฟเวอร์ตัน เขาได้รับสัญญาจาก "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน เป็นนักเตะอาชีพครั้งแรกในวัยไม่ถึง 20 ปี

เวลานั้นใครๆก็อยากไปเล่นให้เทโรฯ เขายื่นข้อเสนอมาผมก็ตอบตกลงทันที เงินเดือน 20,000 บวกเบี้ยเลี้ยงซ้อมวันละ 500 ถือว่าเยอะนะสำหรับเด็กอายุ 18 อย่างผม นี่ยังไม่รวมอ็อปชั่นอื่นๆอีกนะ

"เวลานั้นใครๆก็อยากไปเล่นให้เทโรฯ เขายื่นข้อเสนอมาผมก็ตอบตกลงทันที เงินเดือน 20,000 บวกเบี้ยเลี้ยงซ้อมวันละ 500 ถือว่าเยอะนะสำหรับเด็กอายุ 18 อย่างผม นี่ยังไม่รวมอ็อปชั่นอื่นๆอีกนะ" เจ้าของฉายา "รูนี่ย์เมืองไทย" เผยถึงถึงสัญญาอาชีพฉบับแรกของตัวเอง

เม็ดเงินที่ "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรฯ จ่ายให้กับเขาแต่ละเดือน แทบไม่ได้อะไรกลับมาเลย ศักรินทร์ จันทร์โยธา ไม่เคยลงสนามให้กับสโมสร หลังจากที่ทีมปล่อยไปให้กับสโมสรตำรวจยืมตัวใช้งาน และได้รับบาดเจ็บหนักที่หัวเข่า

หลังจากผ่าตัดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ศักรินทร์​ จันทร์โยธา ทำกายภาพบำบัด เพื่อให้ร่างกายฟื้นฟูสู่สภาพปกติโดยเร็ว ควบคู่ไปกับการใช้ชีวิตในสถานบันเทิงยามราตรี

"ก่อนหน้านั้นผมก็เที่ยวกลางคืนอยู่แล้ว” ศักรินทร์ เริ่มกล่าว “สมัยเรียนหนังสือก็ต้องแอบหนีเที่ยว พอมีเงินเดือนเป็นของตัวเอง และชีวิตอิสระขึ้น ยิ่งเที่ยวประจำ แต่ก็ไม่ได้กระทบการเล่นฟุตบอลนะ ผมก็ซ้อมและแข่งได้ตามปกติ อย่างวันไหนมีซ้อมเช้าก็เลิกเร็วหน่อย แต่ถ้าไม่มีซ้อมเช้าก็ยันสว่าง"

"ช่วงที่รักษาอาการบาดเจ็บ ไม่ต้องซ้อม ก็เที่ยวแทบทุกคืนเลย ขนาดวันไหนไม่ค่อยสบายอยากพักผ่อนบ้าง ก็มีเหตุให้ต้องไปร้านเหล้าตลอด" ศักรินทร์ พูดถึงการกระทำที่ไม่คิดหน้าคิดหลังของเขาสมัยนั้น

ลีลาในพื้นหญ้าของ ศักรินทร์ จันทร์โยธา ที่ว่าแจ๋วแล้ว ลีลาท่ามกลางแสงสีเสียงของของก็ใช่ย่อย ความร้อนแรงไม่ได้แพ้กันเลย การเป็นนักเที่ยว-นักดื่ม ที่พกดีกรีนักเตะเยาวชนทีมชาติไทย และสโมสรบีอีซี เทโรศาสน ยิ่งทำให้ทุกสายตาจับจ้องมาที่เขา โดยเฉพาะสาวๆ ที่อยากจะกระชากตัวเขาไปร่วมทีม ไม่ใช่ซิ! ร่วมหลับนอนต่างหาก  เขากลายเป็นกองหน้าจอมซัลโวประตูกระจายทั้งในสนามและนอกสนาม

อัสสัมชัญ ธนบุรี ชุดแชมป์โค้กคัพ ปี 2548

"ตอนที่ชื่อเสียงยังไม่โด่งดัง เวลาไปเที่ยวก็มักจะเข้าไปขอเบอร์สาวๆ มันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่พอมีชื่อเสียงมาหน่อย จากที่เดินไปขอเบอร์ก็เปลี่ยนเป็นสาวๆเดินเข้ามาหา เหล้าก็กินหนักนะ แต่ที่ทำให้ผมเสียคนก็น่าจะเป็นเรื่องผู้หญิงนี่ละ" ศักรินทร์​ เล่าถึงสมัยเป็นดาวรุ่งวงการนักเที่ยว

บางคืนนี่ถึงกับต้องเลือกเลยว่าจะไปกับคนไหนดี พาผู้หญิงไปเที่ยวไม่ซ้ำหน้าเลยตอนนั้น ถึงขนาดวันที่ผมอยากพักอยู่ห้อง ก็มีสาวๆโทรมาชวนให้ออกไปเที่ยวเป็นเพื่อน ชีวิตช่วงนั้น อยู่แต่ที่ร้านเหล้า สำหรับวัยรุ่นผู้ชายมันคือช่วงเวลาที่ดี

"บางคืนนี่ถึงกับต้องเลือกเลยว่าจะไปกับคนไหนดี พาผู้หญิงไปเที่ยวไม่ซ้ำหน้าเลยตอนนั้น ถึงขนาดวันที่ผมอยากพักอยู่ห้อง ก็มีสาวๆโทรมาชวนให้ออกไปเที่ยวเป็นเพื่อน ชีวิตช่วงนั้น อยู่แต่ที่ร้านเหล้า สำหรับวัยรุ่นผู้ชายมันคือช่วงเวลาที่ดี แต่มานั่งคิดแล้วมัน คือสิ่งที่แย่ที่สุดของผมเลย" ศักรินทร์ เล่าด้วยความรู้สึกผิด

เจ็บหนักซ้ำสอง

พอเริ่มหลงระเริงไปกับแสงสีเสียงแบบโงหัวไม่ขึ้น โปรแกรมกายภาพบำบัดที่เขาเคยเข้าทำการฟื้นฟูร่างกายทุกวัน ก็ค่อยๆหายไปทีละวันสองวัน จนเมื่อครบกำหนดกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง ร่างกายเขาก็ไม่สมบูรณ์ แต่ถึงเวลานั้นเขาไม่สนใจหน้าอินทร์หน้าพรหมใดๆ แล้ว ด้วยความกระหายอยากจะเล่นฟุตบอล เขาลงเล่นทันที โดยไม่ปรึกษาคุณหมอ ทั้งทีอาการบาดเจ็บก็ยังไม่หายขาดด้วยซ้ำ

"หมอบอกว่าให้หยุดเล่น 1 ปี พอครบกำหนดผมก็กลับมาเล่นฟุตบอลทันที ตอนนั้นผมเดินได้วิ่งได้ เตะบอลได้ แต่ไม่ได้ตรวจร่างกายละเอียด ก็ไม่รู้ว่าจริงๆร่างกายเราพร้อมที่จะเล่นหรือยัง ช่วงนั้นกลับบ้านที่เมืองกาจญน์ เพื่อนแถวบ้านชวนไปเตะบอลเดินสาย ผมก็ไป และก็ยิงกระจาย จนทีมบอลเดินสายแถวเมืองกาญจน์จ้างให้ไปเตะตลอด จนผมได้รับบาดเจ็บอีกครั้ง"

"ซ้ำที่เดิมเลยครับ สรุปต้องพักยาวอีกหนึ่งปี ตอนนั้นสัญญาผมกับเทโรฯ หมดลงพอดี พฤติกรรมของผมก็ทำให้สโมสรไม่ต่อสัญญา จากที่เคยมีรายได้ก็กลายเป็นคนตกงานทันที แถมการรักษาตัวในครั้งนี้ผมก็ต้องจ่ายเอง โชคดีที่ผมมีเงินเก็บจากการเล่นฟุตบอล ไม่งั้นก็คงต้องกู้หนี้ยืมสินมารักษาตัวเองเลย" ศักรินทร์ เผยถึงการบาดเจ็บครั้งที่สองของตนเอง

เงินเก็บหลักแสนบาทในบัญชีธนาคารของ ศักรินทร์​ ถูกนำออกมาใช้เกือบหมดในการรักษาตัวครั้งนั้น อาการบาดเจ็บอย่างต่อเนื่องก็ทำให้ "โก้" มีเวลาเสพความสุขในยามค่ำคืนตามสถานบันเทิง มากขึ้น แต่ครั้งนี้...บรรยากาศเริ่มไม่เหมือนเดิม