จะวินนิ่งหรือฟีฟ่า? 10 ภาคสุดคลาสสิคของ PES และ FIFA ที่คอเกมลืมไม่ลง

PES และ FIFA ก็เปรียบได้เหมือนกับทีมคู่ปรับร่วมเมืองอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด - แมนเชสเตอร์ ซิตี้, อาร์เซนอล - สเปอร์ส และ ลิเวอร์พูล - เอฟเวอร์ตัน ซึ่ง เบน วิลสัน คอลัมน์นิสต์ผู้เป็นกูรูเกมของเราจะมาเลือกเวอร์ชั่นที่ได้พรากเวลาการเข้าสังคมของเราไปตลอด 2 ทศวรรษที่ผ่านมา... 

ปี 2016 ถือเป็นวาระครบรอบ 20 ปีแห่งความเป็นคู่รักคู่แค้นในเกมลูกหนัง หลังจากที่สมัยก่อนเราเคยมีตัวเลือกมากมายไม่ว่าจะเป็น Sensi, Actua, FIFA, PES และอื่นๆ แต่ตอนนี้เหลือเพียงแค่ 2 เกมที่เป็นหัวข้อสนทนาว่าจะซื้ออันไหนมาเล่นดี

และเราก็จะมารำลึกถึงบรรดาภาคที่ทำให้คู่แข่งที่เหลือต้องล้มหายตายจาก และยังเป็นจุดเริ่มต้นของความเป็นศัตรูกันที่ไม่มีทีท่าจะจบลงง่ายๆ โดยมาจาก FIFA 4 ภาคและ PES 6 ภาคด้วยกัน

FIFA International Soccer (1993)

นับได้ว่าเป็นเกมฟุตบอลเกมแรกของ EA เลยทีเดียว หลังจากที่โฟกัสอยู่แค่เกมกีฬาของชาวอเมริกัน ซึ่งแต่ก่อนนั้นเกมฟุตบอลแจ่มๆในเครื่องคอนโซลมักจะมีมุมกล้องที่ถ่ายจากบนเหนือหัวลงมาอย่างเช่น Super Kick Off แต่ของ EA มาแบบสดใหม่ด้วยมุมมองที่สามารถเห็นได้กว้างกว่าในรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งเต็มไปด้วยนักเตะเทพๆที่สามารถยิงแบบไดรฟ์ชู้ตในระยะ 30 หลาได้ทุกคน ซึ่งมันดูโอเวอร์สุดๆที่สามารถยิงไกลได้ง่ายดายขนาดนั้น แต่ที่น่าฉงนก็คือทั้งที่บริษัทได้ลิขสิทธิ์จากฟีฟ่ามาอย่างถูกต้อง แต่ทำไมทั้ง 48 ทีมต้องใช้ชื่อและชุดแข่งปลอมด้วย

Goal Storm (1996)

หลายๆคนเข้าใจผิดคิดว่า International Superstar Soccer คือต้นตระกูลของ Pro Evo ซึ่งความจริงแล้วเกมดังกล่าวถูกพัฒนาขึ้นโดยสตูดิโอทางฝั่งโอซาก้าของ Konami ขณะที่ PES มาจาก Konami ฝั่งโตเกียว ทำให้ Goal Storm ใน PS1 ที่เป็นเกมฟุตบอลเกมแรกของฝ่ายหลังต่างหากคือต้นกำเนิดอย่างแท้จริง โดยตอนนั้นยังมีแค่ทีมชาติและการเลี้ยงบอลก็ติดเท้าอย่างกับทากาวตราช้าง แต่จากข้อผิดพลาดนี้เองที่ได้เป็นตัวจุดประกายให้ Konami แต่งตั้ง ชินโง ทาคาสึกะ คนหนุ่มมากความสามารถเจ้าของฉายา ‘Seabass’ (ซึ่งมาจากงานอดิเรกที่ชอบตกปลา) เข้ามาทำหน้าที่ดูแล Winning Eleven ภาคต่อๆมา และกลายเป็นผู้ปฏิวัติเกมฟุตบอลทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวตลอด 1 ทศวรรษ

ISS Pro 98 (1998)

นี่คือจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของเกมฟุตบอลค่ายโคนามิ ที่เด็กๆสมัยนั้นฮิตกันทั่วบ้านทั่วเมือง และยังมีความทรงจำกับมันไม่เสื่อมคลาย ด้วยการบังคับที่ง่าย ไม่ซับซ้อน เน้นความสนุกเป็นหลัก ตามคอนเซ็ปต์ของ Seabass ที่ต้องการจะให้เกมยังคงมีความเป็นเกมเหลืออยู่มากกว่าความสมจริง เราจึงได้ยิงประตูกันแบบมันส์เท้า ชนิดที่ตาข่ายแทบขาดทุกลูก การโหม่งแบบเต็มๆหัว อีกทั้งในภาคนี้ยังมีโหมดทีมออลสตาร์และเทรนนิ่งเพิ่มขึ้นมาได้ฝึกมือกันอีกด้วย แม้ว่าจะมีนักเตะบางคนอย่าง โรมาริโอ,​ อเลน บ็อกซิช,​ อิบราฮิม บา, ฟาบริซิโอ ราวาเนลลี่ อยู่ในทีมชาติทั้งๆที่ชีวิตจริงพวกเขาไม่ได้มีชื่อในทีมชุดนั้นก็ตามที แต่ใครจะแคร์ล่ะจริงไหม?

FIFA 97 (1996)

ในภาคนี้ EA เริ่มซื้อลิขสิทธิ์ชื่อทีม, ลีก รวมถึงชื่อนักเตะ และมีเสียงพากย์ของ จอห์น มอตสัน อยู่ในเกมอันเป็นมาตรฐานตลอด 2 ทศวรรษถัดมาแล้ว ซึ่งนี่คือภาคแรกบนเครื่อง PlayStation (และยังเป็นภาคสุดท้ายที่อยู่ในเครื่องรุ่นเก่าอย่าง SNES และ Mega Drive) โดยภาคนี้มีโหมดฟุตบอลในร่มให้เลือกเล่นด้วย น่าเสียดายที่มันหายไปในภาคต่อมา ซึ่ง FIFA Street ถือเป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดแล้วกับโหมดยอดนิยมนี้ และเราก็อยากเห็นเกมอินดอร์ข้างละ 6 คนอีกครั้งใน FIFA 17 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 20 ปีของโหมดดังกล่าว

ISS Pro Evolution (1999)

ในเกม PS1 เราได้เห็นเสียงวิจารณ์ที่มีต่อ FIFA พร้อมกับฝากอนาคตให้กับการปฏิวัติลูกหนังเสมือนจริงของ Seabass มันเล่นได้อย่างน่าอัศจรรย์มาก ซึ่งทุกการเคลื่อนไหวที่สำคัญสามารถคอนโทรลได้อย่างง่ายดายด้วยมุมมองแบบเดียวกับที่ถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ นอกเหนือจากนั้นยังมีโหมดมาสเตอร์ลีกเพิ่มขึ้นมาโดยมี 16 ทีม ซึ่งทีมที่คุณเข้าไปเล่นจะเป็นนักเตะปลอมทั้งหมด แต่ก็สามารถซื้อนักเตะจริงได้จากเงินที่ได้รับในการชนะแต่ละแมตช์ ถ้าคุณเคยหลงรักพวกตัวเก๊ๆอย่าง เอสปินาส, วาเลรี, คาสเตโญ และ ซิเมเนส แสดงว่าคุณเป็นหนี้ต่อความสวยงามของเกมนี้เข้าแล้วล่ะ

Topics