จอห์น เดอร์เดน : 5 บทเรียนที่ทีมชาติไทยได้รับหลังจากพ่ายญี่ปุ่น

ทีมชาติไทยพ่ายต่อญี่ปุ่น 0-2 ที่กรุงเทพฯเมื่อคืนวันอังคารที่ผ่านมาในแมตช์ที่ 2 ของศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกรอบสุดท้าย หลังจากที่บุกไปปราชัยต่อซาอุดีอาระเบียแบบโชคร้าย 1-0 เมื่อ 5 วันก่อนหน้า ซึ่งคราวนี้ทีมที่ดีกว่าเป็นฝ่ายชนะและน่าจะชนะมากกว่านี้ด้วยซ้ำ และนี่คือสิ่งเราได้เรียนรู้จากเกมดังกล่าว...

คุณต้องฉวยโอกาสไว้ให้ได้

ความแตกต่างระหว่างทีมที่ดีกับทีมอื่นๆคือไม่จำเป็นต้องใช้โอกาสเยอะ แม้ญี่ปุ่นจะพลาดไปหลายครั้ง แต่ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทีมที่ดีกว่ามักจะสร้างโอกาสขึ้นมาได้เรื่อยๆอยู่แล้ว

ซึ่งถ้าสกอร์เป็น 1-1 คงจะทำให้ญี่ปุ่นที่ครองเกมและโหมบุกอย่างหนักเสียขวัญจนอาจจะพลิกล็อคขึ้นได้

ดังนั้นเมื่อคุณเจอกับทีมแบบนี้และต้องเพลย์เซฟเอาไว้เพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง ทุกๆโอกาสมีความหมาย เมื่อมันมาถึง คุณต้องคว้ามันให้ได้ ซึ่งทีมชาติไทยมีโอกาสจะๆหนึ่งครั้งแต่ก็พลาดไป

ตอนที่เหลือเวลา 20 นาทียังเป็นทีมเยือนที่นำแค่ 1-0 ธีรศิลป์ แดงดา ได้พาบอลเข้าเขตโทษไปเผชิญหน้ากับ ชุซากุ นิชิคาวะ นายด่านอาทิตย์อุทัยแม้มันจะไม่ใช่จังหวะที่ง่ายแต่โอกาสแบบนี้ทีมชาติไทยต้องจบให้ได้หากเจอกับทีมใหญ่ๆ

ซึ่งถ้าสกอร์เป็น 1-1 คงจะทำให้ญี่ปุ่นที่ครองเกมและโหมบุกอย่างหนักเสียขวัญจนอาจจะพลิกล็อคขึ้นได้ ใครจะไปรู้ล่ะจริงไหม?

แต่กลายเป็นว่าประตูจากทั้งสองครึ่งเวลาของ เกงกิ ฮารางูจิ กับ ทาคุมะ อาซาโนะ ทำให้ซามูไรบลูการันตี 3 แต้ม

มันคงจะมีวันที่ทีมชาติไทยสามารถสร้างสรรค์โอกาสในการเจอกับทีมใหญ่ของทวีปได้มากขึ้น แต่กว่าจะถึงวันนั้น ทัพช้างศึกต้องรู้จักจบสกอร์ให้ได้เท่าที่โอกาสจะเอื้ออำนวยเสียก่อน

ทัพช้างศึกพบว่าเป็นเรื่องยากที่จะเจาะแนวรับทีมเยือน

ทีมชาติไทยต้องการเกมใหญ่ๆแบบนี้

เมื่อพิจารณาถึงการรอคอย, การโหมโรงก่อนเกม, ความสนใจจากสื่อ, ความสำคัญของเกม และบรรยากาศโดยรวมแล้ว นี่คือเกมที่ประเทศไทยตั้งตารอมานาน และยังเป็นเกมที่ทีมชาติไทยต้องการมากกว่านี้ด้วย

การเจอกับญี่ปุ่นที่หมายมั่นปั้นมือว่าจะเอาชนะให้ได้ ไม่เพียงแค่เป็นโอกาสที่ดีในการดูว่าทีมชาติไทยไปไกลได้แค่ไหนเท่านั้น แต่ยังสามารถดูได้ด้วยว่าพวกเขายังต้องไปไกลอีกเท่าใดด้วย ซึ่งมันได้ให้บรรยากาศที่เป็นบิ๊กแมตช์อย่างแท้จริงและเป็นความรู้สึกที่ชาติใหญ่ๆเจออยู่เป็นประจำ

ซึ่งนั่นคือเป้าหมายของทีมชาติไทยที่จะต้องทำให้แน่ใจว่าตนเองจะเข้ามาถึงรอบนี้ไปได้อีกกว่าทศวรรษ เพื่อมั่นใจได้ว่าเวลาพวกเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของเกมสำคัญๆแบบนี้

มันไม่ใช่แค่เรื่องของพัฒนาการและการเก็บแต้มให้ได้เท่านั้น หากแต่ยังเป็นเรื่องของความตื่นเต้นด้วย ตอนนี้ทีมชาติไทยได้อยู่ตรงจุดนี้แล้ว และจะต้องอยู่ให้นานขึ้นไปอีก

กวินทร์แสดงให้เห็นถึงคุณค่าของเขา

มันเป็นเรื่องน่าวิตกเสมอยามที่ผู้เล่นที่ดีที่สุดของคุณในเกมคือผู้รักษาประตู แต่เกมนัดนี้ ถือว่าเป็นสิ่งที่น่ายินดีที่ได้ชมจริงๆ

เมื่อคุณเจอกับทีมใหญ่ มันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรที่คุณจะโดนยิงกระหน่ำแบบนั้น แต่ กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ก็ได้แสดงความเหนียวให้เห็น จอมหนึบจากเมืองทอง ยูไนเต็ด ออกมาตัดลูกครอสก่อนจะถึง เคซุเกะ ฮอนดะ และหลังจากนั้นก็แสดงให้เห็นว่าทำให้เขาจึงได้รับการยกย่องว่าเป็นช็อตสต็อปเปอร์ที่ดีที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

"เจ้าตอง" ออกแรงเซฟครั้งแล้วครั้งเล่าในเกมเมื่อคืนที่ผ่านมา ซึ่งข่าวลือก่อนหน้านี้ที่ว่ามีโอกาสจะย้ายไปแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไม่ใช่เรื่องเกินเลยแต่อย่างใด เมื่อเขาต้องเผชิญหน้ากับนักเตะอย่างฮอนดะและ ชินจิ คางาวะ แต่กลับไม่ปล่อยให้ลูกยิงของทั้งสองคนซุกก้นตาข่ายได้เลย

ซึ่งการเซฟลูกของฮอนดะด้วยปลายมือเป็นเพียงแค่หนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความยอดเยี่ยม หลังจากที่ก่อนหน้านั้นไม่นานเขาก็หยุดลูกโหม่งของจอมทัพจากเอซี มิลาน ไว้ได้เช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเจ้าตัวกลับไปยังอิตาลี เขาคงจะเล่าให้เพื่อนฟังถึงความเหนียวหนึบของนายด่านชาวไทยรายนี้อย่างแน่นอน

Kawin tries to make a save against Japan

แม้ไม่อาจช่วยให้ทีมรอดพ้นจากความพ่ายแพ้ แต่ก็ฟอร์มเด่นในเกมนี้