จอห์น เดอร์เดน : ไม่มีทีมไหนในเอเชียที่ไทยต้องกลัวอีกต่อไป

ฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนเอเชีย รอบสุดท้ายเริ่มเตะกันแล้วเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา โดยทีมชาติไทยแพ้ให้กับซาอุดีอาระเบีย 1-0 จากลูกจุดโทษในช่วงท้ายเกม แต่ก็ยังมีเรื่องดีๆอีกมากมายที่เห็นได้จากทีมช้างศึกในเกมดังกล่าว รวมถึงบทเรียนที่ลูกทีมของซิโก้จะต้องปรับใช้ในนัดต่อๆไป…

1. ซิโก้สู้กับฟาน มาร์ไวจค์ ได้สูสี

ถ้าหากเอเลี่ยนลงมาที่สนามคิง ฟาฮัด สเตเดี้ยม เมื่อคืนนี้ พวกเขาคงไม่รู้เลยว่าโค้ชคนไหนที่เคยคุมทีมในนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก 2010 มาก่อน และคนไหนที่เพิ่งจะโด่งดังขึ้นมา

ถ้าหากผู้ตัดสินไม่ใช่คนนี้และการตัดสินใจ 2-3 จังหวะที่น่ากังขาต่างไปจากเดิมล่ะก็ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอีกอย่าง

มีหลายครั้งในอดีตที่โค้ชท้องถิ่นเกรงกลัวบรรดากุนซือชื่อดังในยุโรปมากเกินไป แต่ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง ได้ยืนหยัดปะทะกึ๋นกับชายผู้ที่เคยเกือบคว้าแชมป์โลกที่แอฟริกาใต้มาแล้วและเคยคุมทีมดังอย่างโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ได้สูสี

แม้ว่าจุดโทษในนาทีที่ 84 จะทำให้ทีมพ่ายแพ้ด้วยสกอร์ 1-0 ที่ซาอุดีอาระเบีย แต่ก็ไม่อาจตำหนิซิโก้ได้เลย เมื่อผู้มาเยือนทำได้ดีกว่าเป็นส่วนใหญ่ มีไม่กี่ทีมในเอเชียหรอกที่ไปเยือนริยาดห์แล้วทำเกมบุกสู้ ซึ่งทีมชาติไทยคือหนึ่งในนั้น

ซึ่งถ้าหากผู้ตัดสินไม่ใช่คนนี้และการตัดสินใจ 2-3 จังหวะที่น่ากังขาต่างไปจากเดิมล่ะก็ ผลลัพธ์จะออกมาเป็นอีกอย่างแน่นอน ซึ่งทีมเหยี่ยวมรกตก็คงไม่มีอะไรให้ต้องบ่นหากจบลงด้วยผลเสมอ ซึ่งที่จริงแล้วทีมชาติมีโอกาสถึงชนะด้วยซ้ำ

Thailand in action against Saudi Arabia

ทีมชาิตไทยเล่นได้เหนียวแน่นจนถึงช่วงท้ายเกม

2. ระเบียบวินัยสร้างความแตกต่างในเกมระดับนี้

มันดูจะเลวร้ายไปหน่อยสำหรับ สารัช อยู่เย็น หนึ่งในกองกลางที่ดีที่สุดของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ทำผิดพลาดครั้งสำคัญในช่วง 6 นาทีก่อนหมดเวลา

ถึงแม้ว่าการประท้วงผู้ตัดสินจะเป็นอารมณ์ที่เข้าใจได้ แต่พวกเขาก็ไม่น่าทำ

แม้จะเจตนาดีที่พยายามแย่งบอลจากตัวสำรอง ฟาฮัด อัล มูวัลลัด ที่กำลังไม่รู้จะไปทางไหนบริเวณมุมกรอบเขตโทษ แต่สตาร์เมืองทองเอาขาไปแหย่ผิดจุดไปหน่อย

แม้จะไม่ได้รุนแรงแต่แข้งซาอุฯก็พร้อมจะร่วงลงไปกองกับพื้นอยู่แล้ว และผู้ตัดสินที่ก่อนหน้านั้นปฏิเสธจุดโทษของไทยสองครั้งสองครา ก็ชี้ไปที่กรอบ 18 หลาอย่างไม่ลังเล

ในเกมระดับนี้แค่ความผิดพลาดหรือขาดสมาธิเพียงครั้งเดียวทำให้ถึงแพ้ได้

มันเป็นเรื่องยากที่ขุนพลช้างศึกจะรับได้ พวกเขาทำงานหนักมากแต่กลับถูกปล้นคะแนนไปแบบดื้อๆ แต่ถึงแม้ว่าการประท้วงผู้ตัดสินจะเป็นอารมณ์ที่เข้าใจได้ พวกเขาก็ไม่น่าทำ

เมื่อ ธีราทร บุญมาทัน โดนใบเหลืองซึ่งมันอาจจะกลับมาหลอกหลอนเขาและทีม ขณะที่สารัชโดนใบเหลืองที่ 2 ซึ่งแน่นอนว่าจะส่งผลเสียต่อไทยในเกมหน้า

3. ญี่ปุ่นจะสู้สุดใจที่กรุงเทพฯ

บางทีการที่ญี่ปุ่นแพ้คาบ้านต่อสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ไม่ใช่ผลดีต่อไทยเลย เพราะเป็นเหมือนกับการกระตุกขุนพลซามูไรบลูให้มีฮึดขึ้นและมาถึงแดนสยามด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาชนะให้ได้ และทีมก็จะตกอยู่ภายใต้ความกดดัน

แต่นี่ก็อาจจะเข้าทางทัพช้างศึก ถ้าหากขันเกมให้แน่นๆในครึ่งแรกก็สร้างความหงุดหงิดให้กับอาคันตุกะได้ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าแผงหลังญี่ปุ่นก็ค่อนข้างหลวมเหมือนกัน ถ้าทัพช้างศึกทำงานหนักได้เหมือนอย่างเกมที่เจอกับซาอุดีอาระเบีย ก็อาจจะได้ผลการแข่งขันที่ดีกว่าเดิม

ซึ่งฟอร์มของนักเตะอย่าง ชนาธิป สรงกระสินธ์ กับ ธีราทร บุญมาทัน ก็น่าจะไปเข้าตาทีมในเจ-ลีกได้เช่นกัน และเกมนี้คงจะมีแฟนๆเข้ามาชมเต็มสนามพร้อมกับสร้างบรรยากาศอันน่าตื่นเต้น ดีไม่ดีอาจจะเกิดคืนอันน่ามหัศจรรย์ขึ้นก็เป็นได้