Analysis

จอห์น เดอร์เดน จับชีพจรอาเซียน : เมื่อกิเลนเริ่มไม่ผยอง

โฟร์โฟร์ทู ขอพาทุกท่านย้อนกลับไปยังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ก่อนของวงการฟุตบอลเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และการแข่งขันแย่งแชมป์ที่ประเทศไทยอาจเกิดจุดพลิกผัน, ขณะที่ทีมชาติมาเลเซียและสมาคมฟุตบอลกำลังอยู่ในช่วงสับสนอลหม่าน

We are part of The Trust Project What is it?

กิเลนเริ่มไม่ผยอง

“ผมคิดว่าเราจำเป็นต้องมีการปรับปรุงอย่างเร่งด่วน” ธชตวัน ศรีปาน เฮดโค้ชของเมืองทอง ยูไนเต็ด กล่าวหลังเกมที่เปิดบ้านเสมอกับราชนาวีเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาอย่างน่าผิดหวัง จนคะแนนห่างจากรองจ่าฝูงอย่างแบงค็อก ยูไนเต็ด เหลือแค่แต้มเดียวเท่านั้น

“กิเลนผยอง” เคยดูเหมือนว่าจะไม่มีใครหยุดยั้งพวกเขาได้ แต่ตอนนี้เพิ่งเก็บได้แค่ 2 แต้ม จาก 3 นัดล่าสุด ฟอร์มการเล่นตลอดจนความมั่นใจ หดหายลงไปอย่างชัดเจน

อีกไม่กี่วันข้างหน้าจะได้รู้กันว่านี่เป็นแค่ปัญหาชั่วคราวที่แชมป์จะก้าวผ่านหรือเป็นบางอย่างที่ซีเรียสมากกว่านั้น

สุดสัปดาห์ที่จะถึงนี้พวกเขามีเกมยักษ์ใหญ่ที่จะต้องเปิดบ้านรับการมาเยือนของแชมป์เก่าอย่างบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งขุนพล “ปราสาทสายฟ้า” เริ่มผลงานดีขึ้นภายใต้การคุมทีมของ อัฟชิน ก็อตบี และเอาชนะได้ในเกมลีก 3 นัดล่าสุด ไต่ขึ้นมาอยู่อันดับ 4 ของตารางคะแนนเรียบร้อยแล้ว หากเอาชนะคู่ปรับร่วมลีกได้ ไม่ใช่แค่จะทำให้น่าพอใจอย่างมากเท่านั้น เพราะนั่นจะเป็นโอกาสที่ทำให้พวกเขาได้กลับสู่เส้นทางลุ้นแชมป์อีกครั้ง

อย่างที่โค้ชได้กล่าวไว้ เมืองทองต้องแสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นที่แชมป์จำเป็นต้องมีโดยเร็วที่สุด

วงการฟุตบอลมาเลเซียยังไม่เลิกก่อปัญหา

เป็นเรื่องน่าเศร้าที่เกมลีกเปิดฤดูกาลขึ้นอีกครั้งในมาเลเซีย แต่ความสนใจกลับพุ่งไปที่ความขัดแย้งระหว่างทีมชาติกับแชมป์ลีกอย่างยะโฮร์ ดะรุล ต๊ะซิม ยังคงไม่มีนักเตะคนไหนเพิ่มเติมจาก 4 แข้งของยะโฮร์ ที่ประกาศอำลาทีม “เสือเหลือง”

มีหลายสิ่งในวงการฟุตบอลที่จะถูกตีตราว่าเป็นวิกฤติในเร็วๆนี้ แต่ปัญหาครั้งนี้ก็เปรียบเสมือนจุดเริ่มต้นของบางสิ่งที่ซีเรียสแบบสุดๆ

กัปตันทีมอย่าง ซาฟิค รอฮิม (ที่เพิ่งยิงสองประตูในเกมที่เอาชนะ เคดาห์ 5-0 เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา), ไอดิล ซาฟูอัน รัดซัค, คุนันลัน และ อมิรุล ฮาดิ ได้เพิ่มปัญหาหนักใจครั้งใหญ่ให้กับเฮดโค้ชทีมชาติมาเลเซียอย่าง ออง คิม สวี ต้องเผชิญเสียแล้ว

ด้วยเหตุที่ยะโฮร์เป็นทีมที่ดีที่สุดในประเทศอย่างไร้ข้อกังขา และนักเตะของพวกเขาก็เป็นกำลังหลักของทีมชาติอย่างเห็นได้ชัด เพราะเมื่อมีการเคลื่อนไหวดังกล่าว ก็ทำให้มาเลเซียอ่อนแอลงทันทีจนอันดับโลกตกลงไปอยู่ที่ 173

ถึงเวลาแล้วสำหรับความเป็นผู้นำของทั้งสองฝ่าย คือ ยะโฮร์ ดะรุล ต๊ะซิม และ สมาคมฟุตบอลมาเลเซีย

สถานการณ์นั้นไม่สู้ดีเลยอย่างแน่นอน แต่ถ้ายังไม่เลิกสู้รบกันแบบนี้ อนาคตของพวกเขาคงต้องดูแย่กว่าในอดีตที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

ลีกคัพ สิงคโปร์ ซัดกันนัว

Photo: Weixiang Lim / FFT

ทีมชาติสิงคโปร์กำลังอยู่ในช่วงทัวร์ พร้อมกันกับที่ สิงคโปร์ ลีก คัพ จะเริ่มลงสนามฟาดแข้งพอดี และถ้าหากมันเป็นช่วงเวลาสำคัญบนปฏิทินแล้วล่ะก็ คงไม่มีสโมสรไหนอยากเสียนักเตะที่ดีที่สุดไปเป็นแน่

บางครั้งสิ่งที่ดีที่สุดที่จะสามารถพูดได้เกี่ยวกับเรื่องนี้คือปล่อยให้นักเตะดาวรุ่งได้โอกาสลงสำแดงเดชว่าพวกเขาทำอะไรได้บ้าง

และจนถึงตอนนี้ เพียงแค่เริ่มเปิดฉากสองนัดแรกของกลุ่มเอ ก็ยิงกันระเบิดระเบ้อถึง 14 ประตู เข้าไปแล้ว

ชัยชนะ 6-4 ของ แทมปิเนส โรเวอร์ส เหนือ โฮกัง ยูไนเต็ด นั้นยังคงไม่สะเทือนสักเท่าไหร่ในมุมมองของแฟนบอลทั่วไป เมื่อแทมปิเนสออกนำถึง 6-2 จนกระทั่งไม่กี่นาทีสุดท้าย ทีมเยือนกลับฮึดทวงคืนได้สองประตู

แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะทำให้สื่อทั่วไปตื่นเต้น เมื่อทีมใหญ่อย่างพวกเขาลงสนามแข่งขันที่ใดก็ตาม

ฮีโร่แห่งวงการฟุตบอลอินโดนีเซีย

ไม่ใช่ความลับอะไรเลยว่าเมื่อ 2-3 ปีก่อน คือช่วงเวลาที่ไม่น่าแฮปปี้สำหรับวงการฟุตบอลในอินโดนีเซีย ทั้งโดนฟีฟ่าแบน, ความรุนแรง และการคอร์รัปชั่น ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งมากกว่าอะไรก็ตามที่เกิดขึ้นบนสนาม

ศึกฟุตบอลโลกคนไร้บ้านปี 2016 เพิ่งจบลงไปที่สก็อตแลนด์ อาจไม่ใช่ข่าวดังไปทั่วโลก แต่มันก็ทำให้เหล่านักเขียนในอินโดนีเซียได้รับงานที่น่าพอใจ

ทีมชาติอินโดนีเซียทำให้ทั้งประเทศต้องปลาบปลื้ม เมื่อทะลุเข้าสู่รอบแปดทีมสุดท้าย และไม่ใช่แค่ผู้รักษาประตูของทีมอย่าง เอมัน สุไลมาน เป็นหนึ่งในฮีโร่ของทัวร์นาเมนต์ เท่านั้น และไม่ใช่แค่เพราะผลงานอันน่าประทับใจ

เอมันเกิดมาพร้อมขาเพียงข้างเดียว แต่ยังคงเป็นตัวแทนของประเทศได้แม้ร่างกายจะไม่สมบูรณ์ ดังนั้นความประทับใจที่เขาได้รับมอบรางวัล นกหวีดของแฮรี่ มิลาส โดยฝ่ายจัดงาน ก็เพื่อเป็นการยอมรับถึงความมุ่งมันและปราศจากความกลัวอย่างแท้จริงของเขา

มีผู้คนมากมายในวงการฟุตบอลอินโดนีเซียที่ควรเรียนรู้บทเรียนบางอย่างจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ลีกจอมพักงานโค้ช

ไมค์ มัลวีย์ โดนพักงานเสียแล้ว

หลังจากตะรังกานูต้องพ่ายคาบ้านให้กะลันตันถึง 6-1 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เห็นได้ชัดว่าโค้ชของทีมอย่าง ไมค์ มัลวีย์ อยู่ในตำแหน่งที่ยากลำบากแบบสุดๆ

ซีซั่นนี้ช่างน่าผิดหวังเหลือเกินสำหรับพวกเขา หลังปิดฉากได้อย่างสุดสวยเมื่อปี 2015 มัลวีย์ที่เคยพา บริสเบน โรร์ เถลิงแชมป์ เอ-ลีก เมื่อปี 2014 เข้ามาสู่ทีมช่วงต้นซีซั่นในช่วงที่เห็นได้ชัดว่าหลายๆอย่างในสโมสรนั้นไม่เหมาะสมเท่าไหร่

ผลการแข่งขันไม่ได้ดีขึ้นมากเท่าที่แฟนบอลคาดหวัง และนายใหญ่ที่ถือกำเนิดในแดนผู้ดีรายนี้ก็ตกอยู่ภายใต้ความกดดันเสมอด้วยการออกสตาร์ทเลกสองของซีซั่นได้อย่างย่ำแย่

นั่นหมายความว่าถึงเวลาที่ มัลวีย์ กลายเป็นโค้ชคนที่ 6 ของซีซั่นนี้ที่ถูกสั่งพักงานเรียบร้อยแล้ว หากหลายๆสโมสรต้องการเปลี่ยนโค้ช พวกเขาต้องซื่อสัตย์และเคารพในจุดนี้ การพักงานมันไม่ใช่เรื่องเลยจริงๆ