จอห์น เดอร์เดน จับชีพจรบอลอาเซียน : 5 วันชี้ชะตาของ "ช้างศึก"

การคุมมาเลเซีย คือ งานยากที่สุดชิ้นหนึ่งของจักรวาล

มีคนเคยกล่าวไว้ว่า งานคุมทีมชาติอังกฤษน่าจะเป็นงานผู้จัดการทีมที่ยากที่สุดในโลก ทว่าชาวมาเลเซีย อาจจะขอเถียงขาดใจว่า ประเทศพวกเขาต่างหากที่มีงานโหดสุดในจักรวาลรอเหล่ากุนซือคนเก่งอยู่

โดยไม่ว่าใครจะมองนายใหญ่คนปัจจุบันอย่าง อ่อง คิม สวี อย่างไร แต่เราบอกได้ว่า คำวิจารณ์ทั้งหมดไม่ค่อยแฟร์กับ เทรนเนอร์วัย 45 ปีเท่าไร

เพราะอย่างที่รู้กันว่า ปัญหาระหว่าง สมาคมฟุตบอลมาเลเซีย กับ เจ้าชาย ตังกู อิสมาอิล อิบรอฮีม เจ้าของ ยะโฮร์ ดารุล ต๊ะซิม นั้นยังไม่ได้รับการแก้ไข จนทำให้นักเตะตัวหลักของทีมชาติ 4 คนที่สังกัด “เสือแห่งแดนใต้” ก็ประกาศเลิกเล่นไปแล้ว

และเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ปัญหาก็ถูกตอกย้ำลงไปอีก หลังจากผู้เล่นหลายคนจาก เจดีที 2 (ชุดสำรองของ ยะโฮร์ฯ) ถูกต้นสังกัดเรียกตัวกลับจากแคมป์ทีมชาติด่วน

“ต่อให้นักเตะเราซ้อม 4 เดือนกับทีมชาติ ทุกอย่างมันก็เหมือนเดิม ถ้าพวกเขามีโค้ชต่างชาติเก่งๆ ที่ประสบความสำเร็จมาคุมทีม ผมจะอนุญาตให้เด็กๆเราไปซ้อมด้วย เพราะผมรู้ว่าน้องๆจะได้เรียนรู้มากมายจากเขา” ประธานยะโฮร์ฯ กล่าว

และปัญหาก็มาตกลงที่ อ่อง คิม สวี โดยเขาอยู่ในสถานะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก จะตอบคำถามสื่อก็ตอบได้ไม่เต็มปาก ซึ่งทางที่ดีที่สุดคือ ใช้ผลงานในสนามกลบเสียงวิจารณ์และปัญหา

ทว่า มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะโชว์ฟอร์มเทพออกมา ยามที่คุณไร้เหล่าแข้งที่ดีที่สุดของประเทศเช่นกัน

สนามมวยในสนามบอลที่ลอดช่อง

ก่อนหน้านี้ ทุกคนจับตาไปที่การแย่งแชมป์ เอสลีก ทว่าล่าสุด พาดหัวบนหน้าหนังสือพิมพ์กลับไปโฟกัสที่เกมเอฟเอ คัพ สิงคโปร์ ระหว่าง สิงคโปร์ อาร์ม ฟอร์ซ กับ บาเลสเทียร์ ยูไนเต็ด รีครีเอชั่น คลับ แทน

โดยรายงานข่าวระบุว่า ผู้รักษาประตูของ อาร์ม ฟอร์ซ อย่าง ซยาฟิก ซิราจ ที่ไม่ได้ลงสนามในเกมนี้ ถูกกลุ่มคนที่ใส่เสื้อของ บาเลสเทียร์ วิ่งไล่จับทำร้ายบนอัฒจรรย์

โดยเรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นเมื่อผู้เล่นคนหนึ่งของ บาเลสเทียร์ โดนไล่ออก จากนั้น เกมก็ต้อหยุดไปราวๆ 5 นาที

“หลังจากที่นักเตะของพวกเขาโดนใบแดง เพราะไปต่อยหน้าเพื่อนร่วมทีมของผม คนที่โดนไล่ออกก็วิ่งไล่ตามผมทันที แน่นอนว่า เพื่อนร่วมทีมของเขาที่ยังไม่รู้อะไรเลย ก็ตัดสินใจวิ่งตามผมกันทั้งนั้น แล้วผมก็ทำได้แค่วิ่งหนีตายสุดชีวิต” ซยาฟิก เขียนในสื่อสังคมออนไลน์ส่วนตัว

“สุดท้ายผมลงไปนอนบนพื้น แล้วพวกเขาก็กระทืบผมตรงนั้น แม่ของผมเดินเข้ามาและพยายามจะช่วยผม… แต่พวกเขาไม่สนใจและต่อยกระทั่งแม่ผม”

และเรื่องนี้ยังต้องคอยจับตาการสอบสอนและบทลงโทษต่อไป

เซลังงอร์ ยังอยู่ในเส้นทางฝัน

เซลังงอร์ เอฟซี เหลือ มาเลเซีย คัพ ให้ลุ้นเพียงถ้วยเดียวในซีซั่นนี้ และพวกเขาก็ผ่านพ้นรอบรองชนะเลิศเกมแรกไปได้อย่าหวุดหวิด โดย ยักษ์ใหญ่แดนเสือเหลือง พิชิต ที-ทีม ไป 2-1

อย่างไรก็ตาม ฟอร์มการเล่นของพวกเขาในเกมแรกยังไม่ดีเท่าไร ซึ่งหาก เซลังงอร์ หวังที่จะเข้าไปป้องกันแชมป์แล้วละก็ พวกเขาต้องเร่งฟอร์มให้ดีกว่านี้ให้ได้

โดยเกมในเลคแรกนั้น เซลังงอร์ ดูเนือยๆในช่วงแรก ก่อนจะมาเร่งเกมในช่วงครึ่งหลังและเบียดชนะไปในที่สุด ซึ่งการต้องไปเยือน ที-ทีม จะเป็นงานที่ยากกว่านัดนี้แน่นอน

ลมหายใจอันริบหรี่ของ แทมปิเนส

วอริเออร์ เอฟซี อาจจะมีซีซั่นที่ไม่น่าจดจำ ทว่าผลการแข่งขันจากนัดล่าสุดก็อาจจะสร้างรอยยิ้มให้หลายคนได้ เมื่อพวกเขาพิชิต จ่าฝูง อย่าง อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ได้ 2-0 เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

ทำให้ “หงส์ขาว” ชวดโอกาสที่จะทิ้งห่างรองจ่าฝูงอย่าง แทมปิเนส โรเวอร์ส ไปเป็น 10 คะแนนทันที ขณะที่เหลือเกมการแข่งขันอีกเพียง 4 เกม

อย่างไรก็ตามที่น่าเสียดายกลับเป็นฝั่งของ แทมปิเนส มากกว่า เมื่อพวกเขาลงสนามในคืนถัดมาพบกับ “แชมป์เก่า” อย่าง บรูไน ดีพีเอ็มเอ็ม ที่เครื่องร้อนช้า จนทำให้หมดโอกาสป้องกันแชมป์ไปแล้ว

แต่สุดท้าย เด็กๆจากบรูไน ก็ไว้ลายแชมป์เก่า เมื่อพวกเขาพิชิต แทมปิเนส ไป 1-0 จนทำให้ ตัวแทนของสิงคโปร์ แทบจะหมดลุ้นแชมป์แล้ว

โดยตอนนี้ เอสลีก เหลือเพียง 3 นัดให้ลุ้นกัน และ อัลบิเร็กซ์ นิงาตะ ต้องการอีกเพียงแต้มเดียวเท่านั้นที่จะคว้าแชมป์ให้ได้

วันแห่งการตัดสินของ ‘ทีมชาติไทย’

ทีมชาติไทย เปรียบเสมือนตัวแทนของชาวอาเซียนในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือกสุดท้ายก็ไว้ได้

ทว่า ตอนนี้ทัพ “ช้างศึก” กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องมีแต้มเท่านั้นในสองนัดข้างหน้านี้

เนื่องจากอย่างที่เรารู้กันว่า สองเกมแรกนั้น ขุนพลแห่งลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยา พลาดท่าเสียทีให้กับ ซาอุดิอาระเบีย และ ญี่ปุ่น ไป ทำให้ ไทย ไม่มีแม้แต่คะแนนเดียวและรั้งตำแหน่งบ๊วยของกลุ่ม

ซึ่งห้าวันต่อจากนี้กับ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ อิรัก นั้นถือเป็นช่วงที่จะตัดสินเส้นทางที่เหลือของ “ช้างศึก” เลยก็ว่าได้ เพราะหากยังไม่มีแต้ม รับรองว่า ความหวังที่จะไปฟุตบอลโลก รอบสุดท้ายที่ รัสเซีย ก็คงจะจบลงแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่หาก ลูกทีมของ “ซิโก้” เก็บคะแนนกลับมาได้ รับรองว่า เกมในบ้านกับ ออสเตรเลีย ในเดือนพฤศจิกายนนั้น ราชมังคลากีฬาสถาน จะแตกอีกครั้งแน่นอน

เพราะความฝัน(ของเราทุกคน)ยังไม่จบ ดังนั้น

อย่าเพิ่งหยุดฝันกันนะครับ…

Main Photo: FAM