จอห์น เดอร์เดน จับชีพจรบอลอาเซียน : ช้างศึกหวังทุบอิรักถึงถิ่น

และแล้วก็กลับมาถึงช่วงเวลาของ “จับชีพจรบอลอาเซียน” กับ จอห์น เดอร์เดน คอลัมนิสต์ผู้เชี่ยวชาญวงการลูกหนังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเรา ซึ่งวันนี้จะมีเรื่องน่าสนใจอะไรบ้าง ติดตามได้ที่นี่ 

อิรฟาน และ ซัลมาน ยิงช่วยทัพอิเหนา

หลังจากที่ถูกปลดแบนจากวงการฟุตบอล ทีมชาติอินโดนีเซียก็เริ่มต้นด้วยการเปิดสนามอุ่นเครื่องกับทีมชาติมาเลเซีย ซึ่งผลปรากฏว่าเป็นทางฝั่งเจ้าบ้านที่เอาชนะไปแบบขาดลอย 3-0 โดยที่พวกเขาได้ทั้ง 3 ประตูในช่วง 20 นาทีแรกของเกม

ขณะที่การอุ่นเครื่องนัดที่ 2 ของพวกเขานั้น คู่แข่งคือทัพ “ดาวทอง” ทีมชาติเวียดนามนั่นเอง ทว่าคราวนี้มันกลับไม่ง่ายอย่างที่พวกเขาคิด เมื่อฝั่งผู้มาเยือนออกนำไปก่อนถึง 2-0 ตั้งแต่ 12 นาทีแรกเท่านั้น ส่งผลให้กองเชียร์เจ้าบ้านถึงกับเงียบกริดไปทั้งสนาม โดยพวกเขาได้ประตูแรกจากการปั่นโค้งสุดสวยของ เล วาน ธัง ขณะที่ประตูที่ 2 นั้นมาจากลูกวอลเล่ย์ของ วู มินห์ ตวน

อย่างไรก็ตาม ทัพอิเหนาก็ไม่ยอมง่ายๆ เมื่อพวกเขาเปิดเกมบุกอย่างหนัก และมาทำประตูตีไข่แตกได้ในนาทีที่ 25 ของเกม จากลูกยิงฟรีคิกระยะ 25 เมตรของ ซัลมาน ซามรัม จากนั้นอีก 2 นาทีต่อมา อิรฟาน บัคดิม ก็มายิงประตูตีเสมอให้กับทีมได้อย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้น ทั้ง 2 ทีมก็ทำอะไรกันไม่ได้ จบเกมด้วยผลเสมอไป

แม้ฟิลิปปินส์จะแพ้บาห์เรน  แต่ก็ยังไม่น่าห่วง

azkals-bahrain2.jpg

ฟิลิปปินส์แพ้ให้กับบาห์เรน 3-1 ภาพจาก: Bahrain FA

ก่อนหน้านี้ในฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก โซนเอเชีย ฟิลิปปินส์เคยเอาชนะบาห์เรน รวมถึง เกาหลีเหนือ และ เยเมนไปแล้ว ทว่าเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ในเกมอุ่นเครื่อง พวกเขากลับเป็นฝ่ายแพ้ทีมจากตะวันออกกลางไป 3-1

อย่างไรก็ตาม ความพ่ายแพ้ครั้งนี้ยังนับว่าไม่ใช่เรื่องย่ำแย่เท่าไหร่นัก เพราะ ทอม ดูลีย์ กุนซือใหญ่ของทีมได้มีการปรับเปลี่ยน 11 ตัวจริงเพื่อลองทีม  โดยเขาจับ แมนนี อ็อตต์ กองกลางของทีมให้ยืนต่ำกว่าปกติ

นอกจากนั้น ไมค์ อ็อตต์ น้องชายของเขา ยังสร้างเซอร์ไพรส์ได้อีกด้วย โดยหลังจากที่ถูกเปลี่ยนตัวลงมาสัมผัสประสบการณ์แรกในนามทีมชาติช่วงครึ่งเวลาหลัง เจ้าตัวก็จัดการตีไข่แตกให้กับทีมได้ทันที ซึ่งอ็อตต์ผู้น้องนี้คือตัวอย่างชั้นดีของนักเตะที่เป็นตัวความหวังของฟิลิปปินส์ เพราะปัจจุบัน เขามีดีกรีเป็นถึงแข้งทีมสำรองของเนิร์นแบร์กในประเทศเยอรมัน

สำหรับเกมต่อนั้น พวกเขาก็จะมีคิวดวลกับเกาหลีเหนืออีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นอีก 1 โอกาสสำคัญสำหรับการเตรียมทีมก่อนศึกเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพจะเริ่มขึ้น

แม้ว่าความพ่ายแพ้แค่นัดเดียวนั้นคงไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรนัก ทว่าการแพ้ 2 นัดติดต่อกันก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้

คู่ปราการหลังตัวเก๋า

daniel_bennett_singapore_hassan_sunny.jpg

ภาพโดย: Weixiang Lim/FFT

หากคุณเอาสถิติการลงสนามของ ดาเนียล เบนเน็ตต์ และ ไบฮัคกี ไคซาน 2 แข้งตัวเก๋าของสิงคโปร์มาร่วมกัน คุณจะได้นักเตะอายุ 70 ปี ที่ลงสนามรับใช้ทีมชาติสิงคโปร์ไปถึง 257 นัด

แม้ว่ามันอาจจะฟังดูแปลกๆ สักหน่อยหากจะบอกว่าพวกเขาควรได้เล่นเป็นตัวจริงคู่กัน ทว่าต้องยอมรับว่ามันคือความจริง

คงไม่มีใครคิดว่าทั้งคู่ โดยเฉพาะเบนเน็ตต์ในวัย 38 ปี จะยืนเป็นคู่เซนเตอร์ของทัพลอดช่องได้ในระยะยาวหรอก เพราะด้วยความที่กุนซือทุกคนล้วนแต่ได้สัญญากันคนละ 1 ปี ดังนั้นพวกเขาจะต้องทำผลงานให้ดีที่สุด ทำให้ด้วยวัยแบบนี้ คงไม่มีใครกล้าเสี่ยงใช้งานพวกเขาในระยะยาว

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่พวกเขาทำได้ในตอนนี้ก็คือ ทุ่มเททุกอย่างที่เขามีอยู่เพื่อช่วยให้กุนซือของพวกเขาพาทีมไปข้างหน้าให้ได้

แน่นอว่า ว. สุนทรมูรติ กุนซือของทีมอาจจะมีการลองผู้เล่นหน้าใหม่ๆ แผนใหม่ๆ อยู่บ้าง แต่เขาก็ยอมรับว่าอุ่นใจยามที่ 2 ตัวเก๋านี้อยู่ในสนาม อย่างไรก็ตามปัญหาหนึ่งก็คือการรับมือการความเร็ว ซึ่งนายใหญ่สิงคโปร์เองก็ยอมรับว่า อาจจะต้องเพิ่มผู้เล่นที่มีความเร็วเข้าไปในทีมบ้างเพื่อจัดการกับปัญหานี้

ในเกมที่สิงคโปร์เสมอกับมาเลเซียไป 0-0 จริงๆ พวกเขาเองก็ไม่ได้เล่นย่ำแย่อะไรขนาดนั้น เพียงแต่ว่าดันไปเจอกับเกมรับที่เหนียวแน่นของมาเลเซีย ซึ่งเบนเน็ตต์เองก็ยอมรับว่า บางครั้งการเจอทีมที่เล่นเกมรับเหนียวแน่นแบบนี้ มันก็ทำให้อะไรๆ ยากขึ้น

สิงคโปร์อาจจะมีกองหลังที่แข็งแกร่งทีเดียวในเวลานี้ ทว่าพวกเขาก็ควรจะต้องหาทางพัฒนาขึ้นอีกในเร็วๆ นี้