จอห์น เดอร์เดน จับชีพจรบอลอาเซียน: ช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้นสำหรับทีมชาติไทย

สัปดาห์นี้ จอห์น เดอร์เดน กูรูบอลเอเชียของเราจะมาพูดถึงเกมฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก ที่ยังมีความสำคัญกับชาติในภูมิภาคนี้อยู่ 

ทีมชาติไทยยังคงมีช่วงเวลาอันน่าตื่นเต้น

‘เดอะ เนชั่น’ หนังสือพิมพ์ไทยฉบับภาษาอังกฤษได้ขึ้นพาดหัวข่าวเมื่อสุดสัปดาห์ว่า ‘ไทยผ่านเข้ารอบเอเชียน คัพ’ หลังจากที่เสมออิรัก 2-2 เมื่อวันพฤหัสบดี

ความจริงก็ถูกต้องแต่ถ้าจะให้ถูกกว่านี้ก็คือว่าขุนพล “ช้างศึก” เข้าถึงรอบคัดเลือก รอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2018 ซึ่งการผ่านเข้ารอบเวิลด์คัพน่าจะอยู่บนพาดหัวหน้าแรก พร้อมทั้งมีรายละเอียดมากมายอยู่ข้างๆ มากกว่า

จากนั้นก็เป็นเกมกระชับมิตรกับเกาหลีใต้ในวันอาทิตย์ ซึ่งถือว่าบททดสอบในการเจอกับทีมระดับสุดยอดของเอเชียมาอย่างถูกเวลาพอดี เมื่อเกมรอบคัดเลือก รอบ 3 กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า

นอกจากนี้มันยังเป็นการพิสูจน์ให้เห็นถึงการเติบโตของทีมในระดับทวีป ที่แม้แต่เกาหลียังแฮปปี้ที่ได้มาเยือนกรุงเทพฯเพื่อขออุ่นเครื่องด้วย

ซึ่งทั้ง 2 ทีมอาจได้โคจรมาพบกันอีกครั้งในเกมที่มีเดิมพันสูงกว่านี้ในช่วงปลายปี หรือบางทีอาจจะปีหน้าเลยก็ได้

โดยบรรยากาศในเกมนั้นเต็มไปด้วยความสุขและความดีใจ ขณะที่เกาหลีชนะ 1-0 ซึ่งนัดกระชับมิตรหนนี้แสดงให้เห็นว่าทีมชาติไทยกำลังก้าวไปข้างหน้า

ได้เวลา ‘เจ้าตัง’

สารัชกลายเป็นนักเตะคนสำคัญของทีมชาติไทยไปแล้ว

ในเกมที่ทีมชาติไทยเสมอกับอิรัก 2-2 ในรอบคัดเลือก รอบ 2 กองกลางเมืองทองรายนี้ถือว่ามีฟอร์มที่ดีขึ้นกว่านัดแรกที่เจอกัน เพราะเมื่อย้อนกลับไปในเกมที่กรุงเทพฯ เขาเป็นสาเหตุให้อิรักได้ประตูและทำผลงานได้ต่ำกว่ามาตรฐาน

แต่ในเกมที่เตหะรานนั้น ห้องเครื่องวัย 23  ปีคือคนบงการเกมตรงกลางสนาม และเป็นฟันเฟืองสำคัญตรงแผงมิดฟิลด์ 3 คนที่คอยป้องกันแนวรับไม่ให้ทีมแชมป์เอเชียปี 2007 เข้าไปเจาะได้โดยง่าย

โดยเจ้าตัวไม่ได้ทำหน้าที่เพียงแค่เป็นเกราะกำบังแผงหลังเท่านั้น แต่ยังโชว์ความนิ่งในการเก็บบอลที่ช่วยให้ลดความกดดันไปได้ระดับหนึ่งด้วย

แม้นักเตะอย่าง ชนาธิป สงกระสินธุ์ และ ธีรศิลป์ แดงดา มักจะมีชื่อบนสื่อบ่อยๆ แต่สารัชก็สมควรจะได้รับคำชมจากการเล่นอันชาญฉลาดเช่นกัน เขามีอนาคตที่สดใสและสมควรจะได้รับการพูดถึงในไทยพอๆ กับ 2 คนที่กล่าวมาด้วย