จอห์น เดอร์เดน คุยกับ “ไมค์ มัลวีย์” กุนซือคนใหม่ของ โปลิศ เทโร

เปิดตัวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วสำหรับ ไมค์ มัลวีย์ กุนซือชาวอังกฤษ ที่เข้ามารับหน้าที่กุมบังเหียนสโมสร โปลิศ เทโร สโมสรดังในศึกไทยลีก โดยในวันนี้ FFT ได้มีโอกาสพูดถึงกับเขาถึงสาเหตุที่เขาเข้ามารับงานนี้และเขาตื้นเต้นแค่ไหนกับเส้นทางใหม่นี้ ติดตามได้ที่นี่ 

“สำหรับคนที่มองข้ามไทยลีก ผมคิดว่าพวกเขาเหล่านั้นคือพวกที่บ้าบอสิ้นดี” กุนซือเลือดผู้ดีเริ่มกล่าวกับ FFT หลังจากที่แยกทางกับสโมสร ตรังกานู ในมาเลเซีย เมื่อเดือนกรกฏาคม ปี 2016   

“ผมมองดูที่ผู้เล่นต่างชาติที่ย้ายมาเล่นที่นี่ในช่วงหลายปีหลังมานี้ เห็นได้ชัดว่า คุณภาพของพวกเขามีแต่เก่งขึ้นทั้งนั้น”

ทีมชาติไทยเองก็เริ่มเป็นที่พูดถึงมากขึ้น ส่วนสโมสรในเวทีเอเชีย พวกเขาก็ทำผลงานได้ดีกว่าทีผ่านๆ มาด้วย”

ผมได้เดินทางมาที่ประเทศไทยบ่อยๆ และได้ดูฟุตบอลคุณภาพหลายๆ ครั้ง มันน่าตื่นเต้นทุกครั้งที่ผมมาที่นี่

ความจริงแล้ว มัลวีย์ เองก็ดวลกับทีมไทยลีกมาแล้วด้วย โดยในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2013 เขาเคยพา บริสเบน โรร์ ลงเล่นกับ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในรายการเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ลีก รอบเพลย์ออฟมาแล้ว

“ตอนนั้นเราเสมอกัน 0-0 ก่อนที่จะแพ้ในการดวลจุดโทษ ซึ่งคนออสเตรเลียต่างถามผมว่า ‘ผมแพ้ให้กับทีมจากประเทศไทยได้อย่างไร’”

“แต่เราก็ได้เห็นว่าพวกเขามีระบบการจัดการที่ดีขึ้น รวมทั้งมีผู้เล่นฝีเท้าดีจำนวนมาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ผมได้เดินทางมาที่ประเทศไทยบ่อยๆ และได้ดูฟุตบอลคุณภาพหลายๆ ครั้ง มันน่าตื่นเต้นทุกครั้งที่ผมมาที่นี่”

โปลิศ เทโร ไม่พบกับชัยชนะเลยตลอด 5 นัดหลังสุดในลีก ส่งผลให้พวกเขาตกลงไปรั้งอยู่อันดับที่ 10 ของตาราง ซึ่งนับว่าเป็นผลงานที่ไม่น่าพอใจนัก ทำให้ อุทัย บุญเหมาะ กุนซือคนเก่าของทีมก็ถูกไล่ออกจากตำแหน่งไปตามระเบียบ

ในงานแถลงข่าวเปิดตัวกับสโมสร

“ตอนนี้ สโมสรของเรารั้งอยู่อันดับที่ 10 ส่วนเป้าหมายของเรานั้น คือเราต้องการเป็นติด 1 ใน 6 อันดับแรกของตารางให้ได้ นั่นคือแผนของเราในตอนนี้”

“พวกเขาต้องการจะเป็นมืออาชีพมากขึ้น ต้องการให้ทีมเล่นฟุตบอลที่มีคุณภาพ และแน่นอนว่า ต้องการชัยชนะด้วย”

“คนที่ผมได้พูดคุยด้วย เขาบอกผมว่า ทีมชุดนี้เป็นทีมที่ดี”

เขาพอใจกับทิศทางของสโมสรและวิสัยทัศน์ของบรรดาผู้บริหารของทีมเป็นอย่างมาก

สำหรับตอนนี้ ดูเหมือนว่าทางสโมสรยังไม่ได้มีแผนการเสริมทัพนักเตะหน้าใหม่แต่อย่างใด โดยพวกเขาคงจะพยายามเรียกความฟิตของนักเตะให้อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์ที่สุด

“ผมคิดว่าเราอาจจะต้องการการจัดการที่ขึ้นเพื่อกระตุ้นให้พวกเขาเรียกฟอร์มเก่งของตัวเองกลับมากันให้ได้เท่านั้น” มัลวีย์กล่าวเพิ่มเติม

สำหรับกุนซือรายนี้ เขามีเวลา 3 วันในการฝึกซ้อมก่อนที่จะถึงเกมที่พบกับ นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ซึ่งเจ้าตัวก็ยอมรับว่า เขาพอใจกับทิศทางของสโมสรและวิสัยทัศน์ของบรรดาผู้บริหารของทีมเป็นอย่างมาก

“ผมเข้ามารับงานนี้เพราะผมคิดว่า ผู้บริหารของที่นี่สามารถแสดงให้ผมเห็นว่า พวกเขามีแผนที่วางเอาไว้ และมันไม่ใช่แค่แผนในระยะสั้น แต่เป็นแผนในระยะยาว เจ้าของสโมสรแห่งนี้ต้องการสร้างบางสิ่งบางอย่างขึ้นมา”

“สโมสรแห่งนี้เป็นทีมที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนานตั้งแต่ก่อนปี 2000 และพวกเขาเคยทำผลงานได้ดีมากๆ ในเวทีเอเชียด้วย”

สำหรับมัลวีย์ การที่ต้องทำงานให้กับสโมสรที่มีตำรวจเป็นผู้บริหารนั้นไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาเลย “มันไม่เคยเข้ามาในความคิดผมเลย มันเป็นเรื่องของคนและความสัมพันธ์ภายในทีมมากกว่า”

“พวกเขามีฐานแฟนบอลที่เป็นตำรวจราว 250,000 คน ซึ่งจำนวนนี้คือจำนวนที่เราสามารถสร้างอะไรจากพวกเขาได้”

“นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทั้ง 2 ฝ่าย เราต้องพยายามช่วยกันอย่างสุดความสามารถ พวกเขาทำให้ผมรู้สึกว่า พวกเขาจะร่วมสู้ไปกับผม”

การเป็นโค้ชนั้นเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ผมรู้เรื่องนี้ดี

สำหรับสัญญาของ มัลวีย์นั้น มีระยะเวลาทั้งสิ้น 1 ปี ซึ่งนับว่าไม่นานนัก แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้กังวลแต่อย่างใด

“พวกเขาให้เวลาผมในครึ่งฤดูกาลที่เหลือนี้ กับช่วงเตรียมทีมในฤดูกาลหน้า ซึ่งระยะเวลาของสัญญามันก็ไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกกังวลนะ ผมคิดว่าสิ่งที่สำคัญ คือ คนที่ทำงานกับผมด้วยต่างหาก พวกเขาซื่อตรงและไว้ใจได้”

“ผมไม่ต้องการการันตี  มันไม่ได้ทำให้ผมรู้สึกปลอดภัยนักการทำงานจริงมันไม่มีอะไรมาการันตีคุณได้หรอก”

มัลวีย์คงรู้เรื่องนี้ดี เพราะหลังจากที่พาทีมบริสเบนคว้าแชมป์เอลีก เมื่อปี 2014 อีก 6 เดือนต่อมา เขาก็ถูกปลดออกจากตำแหน่งเนื่องจากพาทีมออกสตาร์ทได้อย่างย่ำแย่ในฤดูกาลนั้น

ขณะที่สมัยเป็นกุนซือในมาเลเซีย หลังจากคุมทัพตรังกานูไปได้ 11 นัด เขาก็ถูกให้พักงานหลังจากสโมสรจมอยู่อันดับ 7 ของตาราง

เรียกได้ว่า ช่วงเวลาของเขาก็ลำบากไม่ใช่น้อย แต่มันก็ช่วยให้เขาได้รับบทเรียนที่มีคุณค่า  

ประสบความสำเร็จกับบริสเบนพอสมควร

“สิ่งที่ผมบอกคุณได้ก็คือ ผมเรียนรู้อะไรบางอย่างจากสิ่งที่ผมเจอมาเสมอ” มัลวีย์กล่าว “ผมเรียนรู้หลายๆ อย่างจากสมัยที่ผมอบรมโปร ไลเซนส์ ทั้งที่ บริสเบน, ซาบะฮ์ และ ตรังกานู”

“ผมเดินทางจากมาเลเซียไปลอนดอน ผมพยายามทำให้ตัวเองยุ่งและพยายามเรียนรู้ทุกๆ แง่มุมของฟุตบอล ซึ่งผมว่ามันเป็นเรื่องที่น่าสนใจมากๆ เลยล่ะ”

“หลังจากที่มาเลเซีย ผมมีเวลาได้ทบทวนอะไรหลายๆ อย่าง การเป็นโค้ชนั้นเป็นอาชีพที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งผมบอกได้เลยว่า ผมรู้เรื่องนี้ดี”

“บางครั้ง เพียงแค่ข้ามคืนมันอาจจะเปลี่ยนคุณจากอยู่เหนือสุดของโลกมาอยู่ล่างสุดก็ได้ ฟุตบอลมันเป็นอะไรทีโหดร้ายอยู่เหมือนกัน แต่ผมชอบและสนุกกับมันนะ”

นอกจากนี้ กุนซือชาวอังกฤษรายนี้ ยังพูดถึง ความแตกต่างระหว่างทีมจากประเทศไทยและมาเลเซียด้วย

“ผมมองหาอะไรใหม่ๆ และโอกาสที่จะให้ผมได้สร้างทีม โดยไม่ต้องตกอยู่ในสถานการณ์ที่หากผมแพ้แล้วผมต้องออกจากตำแหน่งทันที”

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ผมคงไม่รับงานนี้ ผมแค่อยากทำงานกับคนที่มีวิสัยทัศน์ คนที่พร้อมจะสนับสนุนคุณและปล่อยให้คุณทำหน้าที่ของตัวเอง”

“สโมสรแห่งนี้ต้องการเล่นฟุตบอลที่มีคุณภาพและคว้าชัยชนะให้ได้ นั่นไม่ใช่เรื่องใหม่เลย ดังนั้นมันถึงเวลาแล้วที่เราจะต้องลงมือทำให้สำเร็จ”

ภาพจาก : BEC Tero Sasana