จอห์น เดอร์เดน วิเคราะห์ : เทียบความยิ่งใหญ่ทีมจีนกับบิ๊กทีมยุโรป

ศึกไชนีส ซุปเปอร์ลีกกลายเป็นลีกที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในโลก แต่สำหรับแฟนบอลที่เพิ่งเริ่มติดตาม ก่อนฤดูกาล 2017 จะเปิดฉากขึ้น FFT ขออาสาพาไปทำความรู้จักสโมสรแดนมังกร โดยเปรียบเทียบกับทีมดังในยุโรป 

กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ – เรอัล มาดริด

แชมป์ลีกสูงสุดประเทศจีน 6 ปีหลังสุด บวกกับแชมป์เอเชียอีก 2 สมัย กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์คือเครื่องจักรไล่ล่าชัยชนะและเป็นยักษ์ใหญ่ของเอเชีย

สโมสรแห่งนี้เริ่มทุ่มเงินสร้างทีมนับตั้งแต่ปี 2010 ปัจจุบันพวกเขาได้กุนซือทีมแชมป์โลกอย่าง  หลุยส์ เฟลิเป้ สโคลารี มานำทัพนักเตะดาวดังมากมาย

สนามเทียนเหอ สเตเดียม รังเหย้าของพวกเขามีแฟนบอลเจ้าถิ่นให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น กว่างโจวมีความหยิ่งผยองในตัวเอง และความสำเร็จของพวกเขาทำให้แฟนบอลทีมอื่นในลีกอดหมั่นไส้ไม่ได้

Real and Guangzhou are both used to success

เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี – บาร์เซโลนา

ทีมดังจากแคว้นคาตาลันอาจจะมีสามประสาน MSN แต่ที่เซี่ยงไฮ้ มี HOWL ได้แก่ ฮัล์ค ออสการ์ หวู่ เล่ย และดาวดังเลือดแซมบ้า เอลเคสัน

กุนซือหนุ่มอย่างอังเดร วิลลาส โบอาสนั่งแท่นเป็นบอสใหญ่แห่งสโมสรดังกลางมหานคร พวกเขาคว้าตำแหน่งรองแชมป์ และอันดับ 3 ได้ใน 2 ฤดูกาลหลัง นี่ก็เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นว่า เซี่ยงไฮ้สามารถต่อกรกับกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ได้

เจียงซู ซูหนิง – โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์

สโมสรจากนานกิงแสดงให้เห็นว่าพวกเขาคือผู้ท้าชิงความยิ่งใหญ่จากกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์  โดยฤดูกาลที่แล้วมีแฟนบอลเฉลี่ย 40,000 คนต่อเกมคอยผลักดัน

แม้จะยังไม่มีความสม่ำเสมอเท่ายักษ์ใหญ่จากเยอรมนี แต่ด้วยพลังจากแฟนบอล ผู้เล่นที่ตื่นตาตื่นใจ และความมุ่งมั่นที่จะสร้างอาณาจักรฟุตบอล เจียงซูมีวัตถุดิบพร้อมแล้ว

Should Jiangsu build their own 'Yellow Wall'?

เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว – ท็อตแนม ฮอตสเปอร์ส

ไม่ใช่แค่เพราะทีมนี้มีอดีตผู้เล่นสเปอร์สอย่างกุสตาโว โปเยต์เป็นผู้จัดการทีมเท่านั้น พวกเขายังมีแฟนบอลที่จงรักภักดีและแม้ทีมจะยังไม่เคยไปสู่สุดสูงสุด แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาเข้าใกล้มันขึ้นแล้ว

เซี่ยงไฮ้คว้าตำแหน่งรองแชมป์ถึง 8 ครั้งในรอบทศวรรษที่ผ่านมา และโดนริบแชมป์หนึ่งครั้งจากกรณีล้มบอล

การพลาดแชมป์รายการใหญ่ๆ อยู่ในดีเอ็นเอของทีม พอกำลังมีความหวัง ก็กลับล้มเหลว แต่ยังมีเรื่องให้ลุ้นและตื่นเต้นเสมอ

ฟังดูคุ้นๆไหมล่ะ?

ปักกิ่ง กั๋วอัน – ลิเวอร์พูล

สโมสรยักษ์ใหญ่ในอดีตห่างความสำเร็จมานาน หลังเข้าสู่ยุคเจ้าบุญทุ่ม ซึ่งนำโดย กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ดังคำกล่าวที่ว่า ถ้าเอาชนะพวกเขาไม่ได้ ก็ไปร่วมทีมกับเขาเสีย

แต่พลังศรัทธาในสนามเวิร์คเกอร์ส สเตเดียมยังคงเปี่ยมล้น ปีที่แล้วมีแฟนบอลเข้าชมเกมถึง 38,000 คน ต่อนัด และพวกเขามีความภาคภูมิใจในทีมรักอย่างยิ่ง

ดูเหมือนว่าพวกเขาจะยังขาดผู้เล่นดีๆ ที่จะพาทีมคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง หลังร้างลาไปถึง 7 ปี

Both sides could do with some more top-shelf talent

กว่างโจว อาร์แอนด์เอฟ – แอตเลติโก มาดริด

นับตั้งแต่เลื่อนชั้นมาในปี 2011 อาร์แอนด์เอฟ จบฤดูกาลไม่เคยต่ำกว่าอันดับ 7 แถมในปี 2014 ยังเคยคว้าอันดับ 3 ได้ ภายใต้การคุมทีมของสเวน โกรัน อิริกสัน

เมื่อกุนซือสวิดิชจากไป ผลงานทีมถดถอย แต่ดราแก้น สโตจ์โควิช ก็นำทีมจบฤดูกาล 2016 ด้วยอันดับ 6

พวกเขาถูกมองว่าเป็นทีมรองบ่อน โดยที่มีรัศมีทีมร่วมเมืองบดบัง และคงต้องใช้เวลาอีกหลายปี กว่าจะสลัดชื่อ “ทีมเบอร์สองของกว่างโจว” ไปได้

เหอเป่ย์ ซีเอฟเอฟซี – เลสเตอร์ ซิตี้

พวกเขาปลดโค้ชหลี่ เถียเมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้วอย่างเลือดเย็น แม้อดีตผู้เล่นทีมเอฟเวอร์ตันจะเป็นคนพาทีมเลื่อนชั้นสู่งลีกสูงสุด และช่วยให้ทีมรั้งอยู่อันดับท็อปโฟร์ตลอด 5 เดือนแรกของฤดูกาล

การมาของมานูเอล เปเยกรินี ตามมาด้วยการซื้อตัวผู้เล่นชื่อดังมากมาย แต่ก็ยังไม่เห็นพัฒนาการของทีมที่ชัดเจนนัก เมื่อจบฤดูกาลที่แล้วด้วยอันดับ 7

Le Tie can share Ranieri's pain

ซานตง ลู่เนิ่ง – แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ทีมต้องดิ้นรนหนีตกชั้นเมื่อปีที่แล้ว ซึ่งนับเป็นเรื่องแปลก เพราะซานตงเป็นหนึ่งในทีมยักษ์ใหญ่ของจีนมาหลายต่อหลายปี และเป็นทีมแชมป์ทีมสุดท้ายก่อนการครองบัลลังก์ของกว่างโจว เอเวอร์แกรนด์

พวกเขาพยายามทวงความยิ่งใหญ่กลับมา แถมยังมีโค้ชฝีปากกล้าอย่างเฟลิกซ์ มากัธคุมทีมด้วย

สโมสรที่ตั้งอยู่ในเมืองอุตสาหกรรมอย่างจี่หนานแห่งนี้ มีผู้เล่นที่มีพรสวรรค์ในทีม แต่ยังต้องการเจียระไน