จี๊ดจ๊าดเกินห้ามใจ : 8 นักเตะจอมแฟชั่นวงการลูกหนังโลก

หลายคนบอกว่านักฟุตบอลเป็นพวกที่ใช้ชีวิตหรูหรา แต่บางคนได้ก้าวไปอีกระดับหนึ่งแล้ว และ จอห์น สเปอร์ลิง คอลัมนิสต์โฟร์โฟร์ทูจะมาคัดเลือก 8 สตาร์ผู้น่าจะไปเดินแบบมากกว่าวิ่งหวดลูกหนังมาให้แฟนๆได้เสพย์กัน...

1) เรเน ฮิกิต้า

“ผมล่ะเหนื่อยหน่ายกับการเป็นเรเนผู้ขี้เหร่เต็มที ผมอยากเป็นเรเนที่หล่อๆบ้าง” ฮิกิต้าอดีตตำนานมือกาวของทีมชาติโคลอมเบียกล่าว ก่อนจะเข้าคอร์สอัพหน้ามูลค่าราว 50,000 ดอลล่าร์สหรัฐฯเมื่อปี 2005

โดยชายผู้มีชื่อเสียงจากลูก “สกอร์เปี้ยน คิก” ที่ครั้งหนึ่งเคยถูกโหวตให้เป็น “คนดังที่ขี้เหร่ที่สุด” ในประเทศบ้านเกิดของตัวเอง ได้เสริมซิลิโคนตรงคาง, ขัดผิว, ศัลยกรรมจมูก และสลายไขมันในรายการเรียลลิตี้โชว์ที่มีชื่อว่า Cambio Extremo ซึ่งหลังจากซ่อนตัวอยู่หนึ่งเดือน เขาก็กลับมาเป็นคนใหม่ “ตอนนี้รูปร่างหน้าตาของผมเพอร์เฟ็กต์แล้ว” ฮิกิต้าผู้ไม่ค่อยจะถ่อมตัวเอาเสียเลยกล่าว

2) ฌิบริล ซิสเซ

“สำหรับผมแล้ว เสื้อผ้าก็เหมือนกับตัวเสริมคาแรคเตอร์ของผม” ฌิบริล ซิสเซ อดีตศูนย์หน้าทีมชาติฝรั่งเศสผู้หลงไหลแฟชั่นเป็นชีวิตจิตใจได้กล่าวหลังจากเซ็นสัญญากับคิวพีอาร์เมื่อปี 2012 ซึ่งถ้าดูจากคำพูดของเขาแล้ว ซิสเซจะต้องเป็นนักฟุตบอลที่มีสเน่ห์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลยก็ว่าได้

นอกจากนี้เขายังเคยเปิดเผยว่าความคลั่งไคล้ของตัวเองคือ “การเสาะหาดีไซเนอร์เจ้าใหม่ๆเพื่อคิดไอเดียเกี่ยวกับลุคของเขา” อย่างไรก็ตามโดยทั่วไปแล้วบรรดาเสื้อผ้ากีฬามักจะวาดภาพให้เขาเป็นซูเปอร์ฮีโร่หรือไม่ก็เพชฌฆาต “ผมไม่มีปัญหากับการใส่กระโปรงเมื่อสถานการณ์บังคับนะ ผมเป็นผู้ชายที่เข้าถึงด้านที่เป็นผู้หญิงของตัวเอง” โดยซิสเซเคยสารภาพว่าใช้เงินเป็นจำนวนมากไปกับเสื้อผ้าและรองเท้า อีกทั้งยังเปลี่ยนทรงผม (รวมถึงสีผม) เกือบทุกสัปดาห์เลยทีเดียว “ผมไม่รังเกียจที่ใครๆจะมองผมแบบนี้” ฌิบริลเคยกล่าวไว้ และไม่ได้พูดเล่นด้วย

"What do you mean, 'funny haircut'?"

3) ชาร์ลี นิโคลัส

“โอเค ชาร์ลี หนึ่งในพวกเราเข้าใจผิดไป” เกรแฮม ริกซ์ อดีตกองกลางอาร์เซนอลกล่าวพร้อมกับหัวเราะลั่นเมื่อเจอกับนิโคลัสนักเตะใหม่ในละแวกบ้านของเขาเพื่อดื่มเบียร์กัน หลังจากที่ฝ่ายหลังย้ายมายังไฮก์บิวรี่เมื่อปี 1983

โดยริกซ์ที่สวมใส่เสื้อคลุม,​กางเกงยีนส์ และรองเท้าวิ่งถึงกับอ้าปากค้างเมื่อเห็นเพื่อนร่วมทีมจอมแฟชั่นเดินทอดน่องในผับ โดยใส่ชุดสูทหนังสีขาวล้วนและสวมรองเท้าทรงอิตาเลียนโดยที่ไม่ใส่ถุงเท้า “เขาดูเหมือนหลุดออกมาจากวง Duran Duran แน่ะ” ริกซ์กล่าวถึงนิโคลัสที่เป็นนายแบบเสื้อผ้าแบรนด์หรูหลายยี่ห้อในช่วงที่ค้าแข้งในถิ่นไฮก์บิวรี่ ขณะที่เจ้าตัวเองก็ยอมรับว่า “ไม่ใช่ว่าทุกคนจะชื่นชอบกางเกงหนังหรอกนะ”

และแน่นอนมันไม่ได้เป็นที่โปรดปรานของริกซ์เลย “ผมคิดว่าชาร์ลีคือ จิม มอร์ริสัน นักร้องเพลงร็อคในเวอร์ชั่นนักฟุตบอลนะ แต่เขาก็ไม่เคยได้รับการยกย่องอะไรอย่างนั้นที่ไฮก์บิวรี่หรอก” เขากล่าวแบบติดตลก

"The name's Charlie, Champagne Charlie"

4) อังเดร อาชาวิน

นอกเหนือจากเรื่องผู้หญิงขับรถ (“พวกเธอทำได้ไม่ดีเท่ากับผู้ชาย”) กับภาษีในสหราชอาณาจักร (“มันสูงเว่อร์และงี่เง่าโดยสิ้นเชิง”) แล้ว ตลอดระยะเวลา 4 ปีครึ่งอันน่าผิดหวังของเขาที่อาร์เซนอล อาร์ชาวินก็ดูจะไม่ค่อยโอเคกับช่างตัดผมท้องถิ่นด้วยเหมือนกัน

หลังจากเซ็นสัญญากับ “ปืนใหญ่” เมื่อเดือนมกราคม 2009 ยูเลียภรรยาของเขาก็เผยว่าพวกเขาสามารถเรียก เดนิส วอลคอฟ สไตลิสต์ส่วนตัวมาที่ลอนดอนเมื่อไรก็ได้ตามที่ต้องการ “อังเดรสามารถจ่ายให้ผมบินไปหาได้” วอลคอฟอธิบาย “ทั้งเขาและยูเลียไม่เชื่อใจช่างตัดผมในลอนดอน”

โดยอาชาวินนั้นถึงขนาดตัดผมให้สั้นกว่าปกติก่อนที่จะบินมาลอนดอนเพียงไม่นานเพื่อที่จะเซฟเงินไปได้อีกหลายสัปดาห์ เห็นไหมว่าขนาดนักฟุตบอลค่าตัวหลักล้านยังรู้คุณค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์เลย (ประชดน่ะ)

Arsene Wenger takes off Arshavin's beany hat

5) พอล แกสคอยน์

“คนเราสามารถล้อเล่นกันได้ตลอดเวลาตราบเท่าที่พวกเขาต้องการนั่นแหละ” อดีตสตาร์ทีมชาติอังกฤษกล่าวไว้เมื่อเดือนสิงหาคม 1990 “แต่ผมรู้ว่าตัวผมมีหน้าที่อะไรอยู่เมื่อสวมใส่มัน” แน่นอนว่าแกซซ่าหมายถึงชุดกีฬาไนล่อนที่เขาเป็นพรีเซ็นเตอร์หลังกลับมาจากฟุตบอลโลกที่อิตาลีปี 90 โดยอดีตกองกลางสเปอร์สสวมใส่มันตลอดเวลาที่มีวาระสำคัญต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นตอนที่อยู่ในมิวสิควีดิโอ Fog on the Tyne หรือแม้กระทั่งตอนใส่นมปลอมเมื่อทีมชาติอังกฤษเดินทางกลับมาจากฟุตบอลโลก 1990 ที่สนามบิน ซึ่งมันก็เหมือนกับตัวแกซซ่าเองที่ชุดกีฬาไนล่อนเสื่อมความนิยมลงอย่างรวดเร็ว “ผมยังคิดอยู่เลยนะว่าผมดูดีเมื่อสวมใส่มัน” แกซซ่ากล่าวเมื่อปี 2010

6) แกเร็ธ เซดดอน

หลังจากทำงานในระดับกึ่งอาชีพอยู่หลายปี แอนโธนี จอห์นสัน ผู้จัดการทีมร่วมของซัลฟอร์ด ซิตี้ จึงคุ้นเคยกับการที่ไม่มีนักเตะให้เลือกใช้เนื่องจากติดงานอื่น อย่างไรก็ตามเคสนี้ถือเป็นเคสที่ใหม่สำหรับเขา เมื่อต้องเสียเซดดอนที่เป็นดาวซัลโวสูงสุดของทีมเนื่องจากต้องไปเป็นนายแบบ ทำให้ศูนย์หน้ารายนี้ชวดลงสนามใน 2 นัดสำคัญที่มีผลต่อการเลื่อนชั้นจากอีโว-สติ๊ค นอร์ธ ในปี 2015 “เขาขอไปเยอรมัน 1 สัปดาห์ ซึ่งเราก็ไม่ค่อยแฮปปี้นักหรอก เราจะพูดว่าไม่ก็ได้ แต่เราไม่อยากให้เขาพลาดโอกาสจนทำให้โกรธพวกเรา ดังนั้นจึงปล่อยเขาไป” แล้วเซดดอนก็กลับมาและโดนล้อเลียนจากเพื่อนร่วมทีม ก่อนจะเล่นได้อย่างสุดยอดพาซัลฟอร์ดบรรลุเป้าหมายในการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกตอนเหนือได้สำเร็จ “เขาดูแลตัวเองได้ดีโคตรๆ” บอสจอห์นสันกล่าว เขาถือเป็นนายแบบมืออาชีพจริงๆ

Class of '92  Out of Their League   Episode 1 BBC Documentary 2015

7) คริสเตียโน โรนัลโด้

หลังย้ายมาจากสปอร์ติ้ง ลิสบอน มายังแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ไม่นานนัก โรนัลโด้ก็สารภาพว่าตัวเขาหลงใหลในเสื้อผ้าและแฟชั่นมาก “ถึงผมจะมาจากครอบครัวที่ถ่อมตัว แต่มันก็ต้องมีอารมณ์ที่คิดว่าตัวเองดูดีบ้าง” เขากล่าว โดยตอนที่ก้าวขึ้นมาเป็นสตาร์ในถิ่นโอลด์ แทรฟฟอร์ด โรนัลโด้ก็ได้กลายเป็นเจ้าพ่อแฟชั่นในเวลาไม่นานนัก และการย้ายไปเรอัล มาดริด ก็ทำให้เขาคือผู้นำเทรนด์อย่างรวดเร็วขึ้นไปอีก

หลังจากเป็นที่ต้องการตัวของบรรดาดีไซเนอร์และนิตยสารแฟชั่น โรนัลโด้ก็เปิดร้านเสื้อผ้าของตัวเองภายใต้แบรนด์ “CR7” ที่มาเดยร่าในปี 2006 ถึงแม้หลายคนจะชี้ว่าเสื้อผ้าราคาแพงและความคลั่งไคล้ผิวแทนอาจทำให้เขาเป็นที่ชื่นชอบน้อยลงเรื่อยๆก็ตามที ซึ่งหลังจากที่โดนแฟนบอลดินาโม ซาเกร็บ โห่ที่โครเอเชียนั้นโรนัลโด้ได้กล่าวว่า “แน่นอนว่ามันเป็นเพราะผมดูดี, รวย และเป็นนักฟุตบอลฝีเท้าเยี่ยม พวกเขาอิจฉาผม ผมไม่มีอะไรจะต้องอธิบายในเรื่องนี้” แต่ FFT ไม่ได้คิดอย่างนั้นนะรอนนี่..

Reports that Ronaldo ordered 100 life-size models for his house are unconfirmed

8) เดวิด เบ็คแฮม

ครั้งหนึ่งเบ็คแฮมเคยให้คำจำกัดความว่า เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นเหมือนกับ “พ่อของเขา” แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้บรมกุนซือชาวสก็อตหยุดเจ้าตัวให้กับเรอัล มาดริด เมื่อปี 2003 ซึ่งเหตุผลน่ะหรอ? “เดวิดคิดว่าเขาใหญ่กว่า อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” เขาเผยผ่านหนังสืออัตชีวประวัติของตัวเองที่ชื่อว่า Alex Ferguson: My Autobiography โดยเฟอร์กี้ระบุว่าเขารู้สึกอึดอัดกับไลฟ์สไตล์แบบเซเลบริตี้ของเบ็คส์ในช่วงขึ้นสหัสวรรษใหม่ ซึ่งอดีตบอสยูไนเต็ดได้ยินคำพูดของ 1 ในช่างภาพจำนวน 20 คนที่มาออกันในคาร์ริงตันบอกว่าตัวเขาและเพื่อนร่วมงานมาที่นี่ก็เพราะ “เดวิดจะเปิดเผยทรงผมใหม่ของตัวเองวันพรุ่งนี้”

เพื่อทำให้มันดูเป็นความลับ เบ็คแฮมเลยใส่หมวกไหมพรมเป็นเวลากว่า 24 ชั่วโมงก่อนที่ “ปีศาจแดง” จะเจอกับเลสเตอร์ ซิตี้ ในสุดสัปดาห์นั้น “คุณจะจู้จี้จุกจิกอะไรกันนักกันหนา?” เบ็คส์บ่นใส่ผู้จัดการทีมของเขาหลังจากโดนจ้องทรงผมสกินเฮดตาเป็นมัน “เขาถูกพวกเอเย่นต์กลืนไปแล้ว และกลายเป็นว่าไปลุ่มหลงกับลุคใหม่ของตัวเองจนมากเกินไป” เฟอร์กี้จอมโมโหร้ายได้เปิดเผยหลังจากนั้น